อานนท์ได้ 5 หมายคดี 112 แกนนำราษฎรรายงานตัว ฝ่าฝืนพ.ร.ก.ฉุกเฉิน-ม.112

'ครูใหญ่ ขอนแก่น'-'ไผ่ จตุภัทร์' รายงานตัวคดีฝ่าฝืนพ.ร.ก.ฉุกเฉินชุมนุมแยกราชประสงค์ วันเดียวกัน 'ครูใหญ่' และผู้อ่านแถลงการณ์ที่สถานทูตเยอรมันเข้ารับทราบข้อหาม.112 ด้าน 'เพนกวิน-รุ้ง' รับทราบข้อกล่าวหา ม.112 ที่ ปอท. ชี้ภาพรวมจัดชุมนุมกว่า 6 เดือน เป็นการประกาศชัยชนะของกลุ่มราษฎรแล้ว ปี 64 เข้มข้นกว่านี้ ขณะที่ทนายอานนท์ โดนหมายเรียก คดี 112 ถึงอีก 2 หมายในวันเดียว รวมโดน 5 หมาย

'ครูใหญ่ ขอนแก่น'-'ไผ่ จตุภัทร์' รายงานตัว สน.ลุมพินี คดีฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ชุมนุมแยกราชประสงค์

ที่ สน.ลุมพินี อรรถพล บัวพัฒน์ หรือครูใหญ่ขอนแก่นพอกันที ธานี สะสม และ ณวรรษ เลี้ยงวัฒนา พร้อม ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ ทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนเข้าพบพนักงานสอบสวน สน.ลุมพินี เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาฐานร่วมกันชุมนุมโดยไม่แจ้งจัดการชุมนุมและไม่จัดให้มีมาตรการป้องกันโรคอันเป็นการฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จากกรณีการชุมนุมที่แยกราชประสงค์เมื่อวันที่ 25 ต.ค.ที่ผ่านมา

อรรถพล กล่าวว่า ในวันนั้นเพียงเดินผ่านไปในที่ชุมนุมตรงแยกราชประสงค์เพื่อไปฟังการปราศรัย ก่อนจะมีคนเชิญให้ขึ้นปราศรัยแต่จำหัวข้อไม่ได้แล้วมาถูกหมายเรียกในคดีดังกล่าวโดยจะให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ซึ่งตอนนี้รวมแล้วมีหมายเรียกกับหมายจับในคดีการชุมนุมทางการเมืองรวม 5 หมาย วันนี้มีของ สน.ลุมพินี 1 หมาย และช่วงบ่ายจะไปรับทราบข้อกล่าวหาตามหมายเรียกในคดี ม.112 ที่ สน.ทุ่งมหาเมฆ หลังจากที่เคยไปรายงานตัวในหมายเรียกคดี ม.116 ไปแล้วจากการชุมนุมที่สถานทูตเยอรมนี ทั้งนี้ตนยังมีกำลังใจดี และในวันที่ 10 ธันวาคมนี้ จะไปร่วมกิจกรรมที่ จ.มหาสารคาม

ขณะที่ จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน เข้ามารับทราบข้อกล่าวหาเดียวกัน พร้อมกล่าวว่า ถูกหมายเรียกฐานไม่แจ้งจัดการชุมนุมและฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน โดยจะให้การปฏิเสธและให้ปากคำเป็นหนังสือต่อตำรวจอีกครั้ง ทั้งที่พวกตนมีเหตุที่ไม่แจ้งจัดการชุมนุมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้น เพราะมีหลักคิดเรื่องสิทธิเสรีภาพ ตราบเท่าที่การชุมนุมยังเป็นไปด้วยความสงบสันติ ฉะนั้น กฎหมายต่างๆ ที่ถูกบังคับใช้เป็นการจำกัดสิทธิเสรีภาพของประชาชน หากต้องไปขออนุญาต ตำรวจก็จะรู้ก่อนว่าจะมีชุมนุมที่ไหน ทั้งที่ประเทศไทยไม่ได้มีพื้นที่สาธารณะมากมาย อีกทั้งยังเคยมีคนขอจัดกิจกรรมแล้วไม่ได้รับอนุญาต หมายความว่า สิทธิของเราขึ้นอยู่กับตำรวจ หากใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือมาจำกัด ไม่มองปัญหาที่พูดถึง ปัญหาและข้อเรียกร้องต่างๆ ก็จะไม่ได้รับการแก้ไข ซ้ำยังทำให้เราเสียเวลา แต่ยืนยันว่าก็ไม่มีใครถอย สำหรับการชุมนุมในวันพรุ่งนี้ (10 ธ.ค.) ขอให้ติดตามกันต่อไป แต่ยืนยันจะไปเข้าร่วมด้วย

จตุภัทร์ กล่าวอีกว่า ส่วนเรื่องที่เคยมีนายตำรวจบอกให้ไปชุมนุมต่างสนามกีฬาหรือสถานที่ปิดไม่กระทบกับประชาชนนั้น ไม่ว่าพวกเราเคยชุมนุมในที่เปิดหรือปิด รัฐก็ไม่เคยรับฟังปัญหาของเรา อีกทั้งในการชุมนุมแต่ละสถานที่ก็ล้วนมีความหมาย เช่นสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ และธนาคารไทยพาณิชย์สำนักงานใหญ่ ก็ทำให้ผู้คนได้รู้ว่าแต่ละสถานที่นั้นมีความหมายอะไร

 

ครูใหญ่พร้อมกลุ่มผู้อ่านแถลงการณ์ที่สถานทูตเยอรมันนีเข้ารับทราบข้อหา ม.112 ที่ สน.ทุ่งมหาเมฆ

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 9 ธันวาคม ที่ สน.ทุ่งมหาเมฆ อรรถพล บัวพัฒน์ หรือครูใหญ่ขอนแก่นพอกันที พร้อม รวิศรา เอกสกุล, สุธินี จ่างพิพัฒน์นวกิจ และ เอ (นามสมมติ) กลุ่มผู้อ่านแถลงการณ์ข้อเรียกร้องถึงปัญหาทางการเมืองในประเทศไทย เข้าพบพนักงานสอบสวน สน.ทุ่งมหาเมฆ เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาตามหมายเรียกข้อหา ม.112 จากการชุมนุมปราศรัยที่หน้าสถานทูตเยอรมนี เมื่อวันที่ 26 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยมีกลุ่มนักศึกษาหลายสิบคนมาให้กำลังใจพรรคพวกตัวเอง

ขณะที่อรรถพลได้สวมหมวกไดโนเสาร์สีส้มมาด้วย พร้อมกล่าวว่า ก่อนหน้านี้ได้รับหมายเรียกจาก สน.ทุ่งมหาเมฆ กรณีการชุมนุมหน้าสถานทูตเยอรมนีในข้อหา ม.116 ตอนนี้มารับทราบข้อหา ม.112 ที่เป็นกฎหมายไดโนเสาร์ จึงต้องแต่งชุดมาสู้กับกฎหมายไดโนเสาร์ ซึ่งตนถูกหมายเรียกข้อหานี้ที่นี่แห่งแรก แต่จะมีที่อื่นอีกหรือไม่ ต้องรอดูกันต่อไป

อรรถพลกล่าวต่อว่า สำหรับความกังวลนั้นพลิ้วไหวเหมือนลมพัดยอดหญ้าเท่านั้น เบื้องต้นจะให้การปฏิเสธไว้ก่อน เพราะเราไม่ได้กระทำสิ่งที่เป็นความผิด หากจะยัดเยียดข้อกล่าวหาก็ต้องสู้ต่อไปยาวๆ ตนไม่หวั่นไหวใดๆ อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้รัฐบาลเคยระบุว่าจะไม่ใช้กฎหมายข้อนี้ แต่ตอนนี้กลับนำมาใช้ จึงมองว่ารัฐและผู้สนับสนุนมีวัตถุประสงค์ใดหรือไม่

อรรถพลกล่าวภายหลังการสอบปากคำนาน 3 ชั่วโมง ว่าตำรวจนำหลักฐานจากการขึ้นปราศรัยในวันดังกล่าว บางส่วนโดนเรื่องการอ่านแถลงการณ์หลายภาษามาออกหมายเรียก ซึ่งตำรวจถามว่าตนโกรธเคืองใครมาก่อนหรือไม่ ตนตอบว่าโกรธ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในเรื่องการสืบทอดอำนาจ ส่วนคำให้การก็ปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา และจะขอให้ปากคำเป็นเอกสารภายใน 30 วันอีกครั้ง ตอนนี้ตำรวจยังไม่มีกำหนดนัดเข้าพบอีก เมื่อรายงานตัวเสร็จก็ปล่อยตัวกลับบ้าน

 

"เพนกวิน-รุ้ง" เข้ารับทราบข้อกล่าวหา ม.112 ที่ ปอท. 

วันนี้ (9 ธ.ค.2563) เวลา 13.45 น. พริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน และ ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือรุ้ง แกนนำกลุ่มราษฎร และแกนนำกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม พร้อมทนายความ นำโดยกฤษฎางค์ นุชจรัส เดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหาที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) ในความผิดตาม ม.112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ตามหมายเรียก

พริษฐ์ กล่าวว่า วันนี้ยังไม่ทราบรายละเอียด ทราบเพียงว่าเป็นการแจ้งข้อกล่าวหา ม.112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ซึ่งมองเป็นกฎหมายที่ลิดรอนสิทธิเสรีภาพ รวมทั้งการข้อกล่าวหาในวันนี้ มองว่าเป็นการกลั่นแกล้งทางการเมือง

ด้าน ปนัสยา กล่าวว่า วันนี้มารับทราบข้อกล่าวหาตามหมายเรียกคดี ม. 112 ซึ่งนิติพงษ์ ห่อนาค เคยเข้าแจ้งความไว้ แต่ยังไม่ทราบรายละเอียด โดยมองว่าไม่ควรใช้ ม.112 และหากมีการหมิ่นประมาทก็ควรใช้กฎหมายมาตราอื่นทั่วไป

 

ทนายอานนท์ โดนหมายเรียก คดี 112 ถึงอีก 2 หมายในวันเดียว รวมโดน 5 หมาย 

วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อานนท์ นำภา ได้ข้อความพร้อมกับหมายเรียกคดี 112 อีก 2 ใบ โดยพนักงานสอบสวน สน.บางโพ ได้นัดให้ไปรับทราบข้อกล่าวหา ในวันที่ 14 ธ.ค.2563 และพนักงานสอบสวน สน.สำราญราษฎร์ ได้นัดให้ไปรับทราบข้อกล่าวหา ในวันที่ 16 ธ.ค.2563

รวมแล้วตอนนี้อานนท์ได้รับหมายเรียกคดี 112 ทั้งหมด 5 คดี โดยหมายแรกจากการปราศรัยในวันที่ 19-20 ก.ย. ที่สนามหลวง หมายที่สองตำรวจ ปอท. ฟ้องกรณีที่อานนท์โพสต์จดหมายที่เขียนถึง ร.10 และหมายที่สามจาก สภ.เมืองพิษณุโลก

 

 

อ้าง: มติชน, ไทยพีบีเอส, วอยซ์ทีวี

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

พื้นที่ประชาสัมพันธ์