สมุทรสาคร แถลงพบผู้ติดเชื้ออีก 146 คน จากกรณีตลาดกลางกุ้ง รวมเป็น 694 คน

จ.สมุทรสาคร แถลงผลการตรวจหาผู้ติดเชื้อ COVID-19 เชิงรุก ล่าสุดพบเพิ่ม 146 คน ส่งผลให้มีผู้ติดเชื้อจากกรณีตลาดกลางกุ้ง รวมเป็น 694 คน - กทม. ขอความร่วมมืองดจัดกิจกรรมปีใหม่ 2564 หากเอกชนจะจัดต้องขออนุญาตและเสนอแผนคุมโรคอย่างชัดเจน ปิดเรียน 14 วัน 3 เขต - ก.แรงงาน ออกประกาศห้ามเคลื่อนย้ายแรงงานต่างชาติ


ที่มาภาพ: สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์

20 ธ.ค. 2563 นายสุรศักดิ์ ผลยังส่ง รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร แถลงสถานการณ์ COVID-19 ใน จ.สมุทรสาคร โดยระบุว่า เมื่อวันที่ 17 ธ.ค. พบผู้ติดเชื้อ 1 คน วันที่ 18 ธ.ค. พบเพิ่ม 12 คน รวมเป็น 13 คน แต่ในวันที่ 19 ธ.ค. พบผู้ติดเชื้อรวม 548 คน โดย 90% เป็นแรงงานต่างด้าว

ส่วนในวันนี้ (20 ธ.ค.) จาก 548 คน เพิ่มขึ้น 146 คน รวมเป็น 694 คน โดยส่วนใหญ่ 90% ยังเป็นแรงงานต่างด้าวที่อยู่ในตลาดกลางกุ้ง ดังนั้น จ.สมุทรสาคร จึงต้องมีมาตรการเฝ้าระวังและควบคุมการแพร่ระบาด ตามประกาศคำสัง 3483/2563 ผ่านคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดสมุทรสาคร โดยสั่งปิดสถานที่ชั่วคราว 27 ประเภท โดยเฉพาะพื้นที่ที่พบผู้ติดเชื้อ ได้แก่ ตลาดกลางกุ้ง และหอพักศรีเมือง

หากใครสงสัยว่าเป็นผู้สัมผัสใกล้ชิด หรือมีประวัติเดินทางไปตลาดกลางกุ้ง สามารถเข้ารับการตรวจคัดกรองได้ฟรี หรือหากพบผู้ต้องสงสัย สามารถโทรติดต่อ 06-5549-3322 หรือ 09-8872-6632 และ 03-4871-270

ด้าน นพ.กิตติ กรรภิรมย์ สาธารณสุขนิเทศก์ เขตสุขภาพที่ 5 กล่าวว่า 8 จังหวัดใกล้เคียง จ.สมุทรสาคร ได้เตรียมความพร้อม เบื้องต้นจะค้นหาเพิ่มเติมจากตลาดกลางกุ้ง ได้แก่ ตลาดแม่พ่วง แม่ค้าอาหารทะเลและผู้เข้าเกณฑ์สงสัย หรือมีอาการ, บ้านเอื้ออาทรท่าจีน, ตลาดเคหะนาคี, ตลาดโกรกกราก, ตลาดนัด และหอพักมหาชัยนิเวศ

ทั้งนี้ ผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นชาวเมียนมาและไม่มีอาการ ส่วนผู้ป่วยที่มีอาการและอยู่โรงพยาบาล อยู่ที่ 30 คน ยืนยันว่ามีเตียงเพียงพอ เขตสุขภาพที่ 5 เหลืออยู่ 1,000 เตียง ส่วนยาและเวชภัณฑ์มีเพียงพอใช้ 3-4 เดือน

กทม.งดเคานต์ดาวน์-สวดมนต์ข้ามปี 2564 -ปิดเรียน 14 วัน 3 เขต

ร.ต.อ.พงศกร ขวัญเมือง โฆษกกรุงเทพมหานคร แถลงผลประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพมหานคร ครั้งที่ 1/2564 หารือแนวทางป้องกันการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ในพื้นที่กทม.ซึ่งถือเป็นพื้นที่มีความเสี่ยง หลังจากเมื่อวานนี้ (19 ธ.ค.) พบผู้ติดเชื้อในกทม.รวม 2 คน จึงมีโอกาสที่จะระบาดระลอก 2 ได้ โดยคนแรกเป็นแม่ค้าคนกลาง ที่ไปซื้อของที่ตลาดในพื้นที่จ.สมุทรสาคร จึงต้องมีสุ่มตรวจเชิงรุกแรงงานข้ามชาติในตลาด 472 แห่ง ในพื้นที่ก่อสร้าง และร้านอาหารที่รับของมาจากสมุทรสาคร มาใน กทม.ได้  

พ.ต.อ.พงศกร กล่าวว่า ขณะนี้ยกระดับคุมเข้ม 100% โดยกำชับคุมเข้มสถานที่และสถานบริการ 3 ประเภทกิจกรรม เช่น 1.สถานบันเทิง ผับบาร์ แต่ละโต๊ะห่าง 1.5 เมตร ห้ามเต้น อนุญาตนั่งทานอาหาร ฟังเพลงอย่างเดียว 2.สนามมวย ต้องเว้นระยะในการนั่งและใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา จำกัดจำนวนคน  3.ตลาด หลังพบระบาดในตลาดสมุทรสาคร จึงต้องตรวจตลาดกว่า 472 แห่ง ที่มีความเสี่ยงในการพบแรงงานต่างชาติ และแรงงานข้ามชาติเข้ามาใช้พื้นที่ ใส่หน้ากาก 100% ประเมินความเสี่ยงโดยระบบ BKK COVID 19 100% และสแกนเก็บข้อมูลผู้เข้าออกตลาด 100% โดยทุกเขตจะดำเนินมาตรการหากพบฝ่าฝืนปิดทันที

“การจัดกิจกรรมในช่วงส่งท้ายปี 2564 ซึ่งในส่วนของ กทม.จะงดกิจกรรมเคาต์ดาวน์ และสวดมนต์ข้ามปี 2564 ส่วนของเอกชนจะทำหนังสือขอความร่วมมือ และหากจะจัดต้องมีการทำแผนในการควบคุมโรคมาให้ กทม. พิจารณาด้วย”

โฆษกกทม.กล่าวอีกว่า ยอมรับค่อนข้างกังวลเหตุการณ์ซูเปอร์สเปรดเดอร์ที่เกิดขึ้นในจ.สมุทรสาคร และยืนยันว่ากทม.มีสถานการณ์ไม่ปกติ แต่เคยควบคุมได้แล้ว และถ้าทุกคนให้ความร่วมมือได้ จะควบคุมการระบาดของ COVID-19ได้อีกครั้ง และยังอยู่ในช่วงสถานการณ์ที่จะตัดสินการแพร่ระบาดของโรคระลอก 2 

“ส่วนการหยุดกิจกรรมอื่นๆที่เสี่ยงให้สามารถทำงานที่บ้านได้ และโรงเรียนในสังกัดกทม.ในพื้นที่ 3 เขตคือ เขตบางบอน บางขุนเทียน และเขตหนองแขม ที่อยู่ใกล้ จ.สมุทรสาครให้พิจารณาหยุดเรียนในวันที่ 21 ธ.ค.-4 ม.ค. 2564 ส่วนสาธารณะยังใช้บริการได้”

ด้านนางศิลปสวย ระวีแสงสูรย์ ปลัดกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ขณะนี้ กทม.ประกาศปิดโรงเรียนในเขตบางขุนเทียน บางบอน และหนองแขม เนื่องจากมีนักเรียนและบุคลากรจากจ.สมุทรสาคร ที่อาจเสี่ยงต่อ COVID-19 จึงให้ปิดโรงเรียน ตั้งแต่วันที่ 21 ธ.ค.นี้-4 ม.ค. 2564 และต้องการเรียนการสอนเสริม และเรียนออนไลน์ด้วย

ด้าน พล.ต.ท.โสภณ พิสุทธิวงษ์ รองผู้ว่า กทม.กล่าวถึงมาตรการคุมการเคลื่อนย้ายแรงงานข้ามชาติ กรณีแรงงานข้ามชาติแนวทางของกทม.รวม 4 จุดคือ ถนนพระราม 2 ถนน เพชรเกษม ถนนบรมราชชนนี และบางขุนเทียนเริ่มตั้งเวลา 18.00 น. ตลอด 24 ชั่วโมงจนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้นเพื่อคัดกรองรถยนต์ที่ขนแรงงาน

ต่อมามีรายงานข่าวระบุว่า กทม.ได้เรียกประชุมด่วนคณะกรรมการป้องกันและควบคุมโรคติดต่อกรุงเทพมหานคร เพื่อหารือมาตรการป้องกันและรับมือกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 ได้ข้อสรุปมาตรการต่างๆดังนี้

1. ปิดโรงเรียนและศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียนในสังกัด กทม. ที่มีพื้นที่ติดต่อกับ จ.สมุทรสาคร 14 วัน ตั้งแต่วันที่ 21 ธ.ค. 2563 - 4 ม.ค. 2564  ได้แก่ เขตบางขุนเทียน บางบอน และหนองแขม โดยให้จัดการเรียนการสอนเสริมและการเรียนออนไลน์ทดแทน

2. ข้าราชการและบุคลากร กทม.ที่เดินทางไป-กลับ กรุงเทพฯ - สมุทรสาคร หรือมีที่พักอาศัยอยู่ใน จ.สมุทรสาคร ให้ปรับเปลี่ยนเป็นการทำงานที่บ้าน (work from home) 

3. ขอความร่วมมือภาครัฐและเอกชน งดจัดกิจกรรมที่มีการรวมตัวของประชาชนจำนวนมาก  เช่น งานเทศกาลปีใหม่ กิจกรรมสวดมนต์ข้ามปี และงานรื่นเริงต่าง ๆ 
แต่หากจะจัดงาน ต้องเสนอแผนควบคุมโรคเพื่อขออนุญาตกับสำนักอนามัย กทม.เพื่อพิจารณาก่อน  

4. ตั้งด่านคัดกรองแรงงานต่างด้าว เดินทางเข้าสู่กรุงเทพฯ 4 เส้นทาง ได้แก่ ถนนเพชรเกษม ถนนพระรามที่ 2 ถนนบรมราชชนนี  และถนนเลียบคลองพิทยาลงกรณ์ ตลอด 24 ชั่วโมง เริ่ม 18.00 น. วันนี้เป็นต้นไป 

5. ให้ใช้สวนสาธารณะเพื่อการออกกำลังกาย งดการรวมตัว 

6. จัดเจ้าหน้าที่ตรวจค้นหาเชื้อโควิด-19 เชิงรุกในแรงงานต่างด้าว 100% ที่ทำงานในตลาดสดทุกแห่งทั่วกรุงเทพฯทั้ง 472 แห่ง รวมถึงพ่อค้าแม่ค้าคนกลางที่มีการติดต่อซื้อขายสินค้าอาหารทะเลจาก จ. สมุทรสาคร

7. สำนักงานเขตดำเนินการคัดกรองเชื้อโควิดในแรงงานต่างด้าวในแคมป์คนงานก่อสร้างอย่างต่อเนื่อง 100%

8. ขอความร่วมมือศาสนสถานต่าง ๆ ในพื้นที่กรุงเทพฯ งดให้แรงงานต่างด้าวเข้ามาทำกิจกรรมภายในพื้นที่ จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

9. ให้ รร.กทม. สำรวจ ผู้ปกครองของนักเรียนที่เป็นแรงงานต่างด้าว เพื่อเข้าสู่กระบวนการคัดกรองโควิด

10. สถานประกอบการร้านอาหาร โรงแรม ห้างสรรพสินค้า และสถานบริการ ผับ บาร์ คาราโอเกะ ต้องเข้มงวดในการตรวจคัดกรองผู้ที่เข้าไปใช้บริการ 100 % สวมหน้ากากอนามัย เว้นระยะห่างของโต๊ะอาหาร งดเต้น พร้อมทำความสะอาดสถานที่ตามแนวทางปฏิบัติที่กำหนดไว้ เพื่อความปลอดภัย

ขอให้พี่น้องประชาชนทุกคนสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา ทุกครั้งที่ออกจากบ้านและอยู่ในที่สาธารณะ  หากเดินทางไปใช้บริการตามสถานที่ต่าง ๆ ต้องลงทะเบียนหรือสแกน "ไทยชนะ" เพื่อให้ง่ายต่อการตรวจสอบและสืบสวนโรคหากเกิดการแพร่ระบาดในสถานที่นั้น ๆ

ก.แรงงาน ออกประกาศห้ามเคลื่อนย้ายแรงงานต่างชาติ

นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน ออกประกาศขอความร่วมมือห้ามเคลื่อนย้ายแรงงานต่างชาติหรือออกจากพื้นที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จากศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) ได้เผยแพร่ข้อมูลสถานการณ์ที่ปัจจุบันมีผู้ติดเชื้อรายใหม่จำนวนมาก เพื่อเป็นการควบคุมและป้องกันไม่ให้มีการแพร่ระบาดโควิด-19 ในกลุ่มแรงงานต่างด้าว ที่อาจส่งผลกระทบต่อชีวิตและสุขภาพอนามัยของประชาชน

กระทรวงแรงงานขอความร่วมมือนายจ้างและสถานประกอบการทุกแห่งดำเนินการ ดังต่อไปนี้

1.ห้ามเคลื่อนย้ายแรงงานต่างชาติในทุกกรณี ทั้งเข้าไปและออกจากพื้นที่ที่มีการแพร่ระบาดของโควิด-19 หากฝ่าฝืนสำหรับจังหวัดที่มีการออกประกาศห้ามการเคลื่อนย้ายเข้าไปหรือออกจากพื้นที่ที่มีความผิด และได้รับโทษตามมาตรา 51 แห่ง พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ. 2558 และมาตรา 18 พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2558

2.จัดให้มีมาตรการเฝ้าระวังและตรวจสอบคัดกรองโรค โดย

- วัดอุณหภูมิร่างกายแรงงานต่างชาติ หากพบว่ามีอุณหภูมิร่างกายที่ผิดปกติ หรือพบลักษณะอาการที่ผิดปกติอื่นๆ เช่น ไอ หอบเหนื่อย ควรให้แรงงานต่างชาติหยุดงานและรีบแจ้งต่อเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเพื่อดำเนินการตามมาตรการควบคุมโรคทันที
- จัดหาแอลกอฮอล์เพื่อใช้ในการล้างมือ หรือจัดสถานที่สำหรับล้างมือภายในสถานที่ทำงาน ณ บริเวณประตูทางเข้าออก และห้องสุขา
- ควบคุมให้แรงงานต่างชาติ สวมหน้ากากอนามัย และถุงมือระหว่างปฏิบัติรวมทั้งเว้นระยะห่างในการปฏิบัติงาน 1-2 เมตร ตลอดจนดูแลทำความสะอาดสิ่งของและอุปกรณ์ ที่ใช้งานเป็นประจำ
- ประชาสัมพันธ์ให้แรงงานต่างชาติทราบวิธีการป้องกันติดเชื้อโควิด-19 เบื้องต้นด้วยตนเอง

รองนายกฯ สั่ง ก.แรงงาน-มท.ร่วมปฏิบัติการเชิงรุกสอบสวนโรคแรงงานต่างชาติ

พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกประจำ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า หลังพบการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในพื้นที่ จว.สมุทรสาคร ซึ่งคาดว่านำพามาพร้อมกับกลุ่มแรงงานต่างชาติเมียนมา ที่ลักลอบเข้ามาทำงานโดยไม่ผ่านการคัดกรอง

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้ย้ำสั่งการ กระทรวงแรงงาน และกระทรวงมหาดไทย ประสานการทำงานกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและกระทรวงสาธารณสุข เร่งดำเนินมาตรการเชิงรุก ลงพื้นที่ตรวจสอบ คัดกรองและสนับสนุนสอบสวนโรคเข้มข้นกับแรงงานต่างชาติ ที่รวมตัวทำงานทั้งโรงงานและแหล่งพักอาศัยในพื้นที่เสี่ยงต่าง ๆ โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงที่มาจากประเทศเมียนมา

พร้อมกำชับ ให้ร่วมกันสอบสวนทวนความแหล่งที่มาและเส้นทางขนย้ายแรงงานต่างชาติลักลอบเข้าเมืองโดยไม่ผ่านคัดกรอง ตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง โดยให้ดำเนินการทางกฎหมายอย่างเด็ดขาดกับขบวนการลักลอบนำพาแรงงานต่างชาติเข้าเมืองผิดกฏหมาย โดยเฉพาะหากมีเจ้าหน้าที่รัฐเกี่ยวข้อง เพื่อหยุดยั้งขบวนการนำพาแรงงานเถื่อนให้ได้

พร้อมกันนี้ ขอให้ส่วนราชการในทุกพื้นที่ รวมทั้ง กทม.ร่วมกันย้ำประชาสัมพันธ์สร้างความตระหนักรู้ ตื่นตัวกับประชาชน ไม่ประมาทและตื่นตระหนก ร่วมป้องกันและแก้ปัญหาตามมาตรการรัฐที่กำหนด โดยเฉพาะประชาชนที่หมุนเวียนเข้าพื้นที่เสี่ยง ต้องให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ในการสอบสวนโรค สังเกตตนเองและเฝ้าระวัง มีความรับผิดชอบต่อตนเองและส่วนรวมมากขึ้น การ์ดไม่ตกในมาตรการทุกกิจกรรมการรวมตัวต่างๆ ต่อเนื่องจริงจังไปด้วยกัน

พล.ท.คงชีพ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับพื้นที่ชายแดน กองทัพได้เสริมกำลังป้องกันชายแดนทั้งทางบกและทางน้ำ รวมทั้งเพิ่มมาตรการสกัดกั้นและเฝ้าตรวจตามช่องทางต่างๆมากขึ้น โดยเฉพาะชายแดนภาคเหนือและภาคตะวันตกที่เป็นแนวยาว และมีช่องทางธรรมชาติ โดยได้ติดตั้งติดตั้งไฟส่องสว่างและกล้องวงจรปิดกว่า 40 ตัว รวมทั้งวางแนวรวดหนามกว่า 100 ช่องทาง ระยะทางกว่า 6,000 เมตร ควบคู่กับการเพิ่มกำลังชุดปฎิบัติและเครื่องมือ ลาดตระเวนกลางวันและกลางคืน ทั้งทางบก ทางน้ำและทางอากาศ พร้อมทั้งตั้งจุดตรวจภายในหมู่บ้าน ร่วมกับ ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้านและอาสาสมัครสาธารณสุขประจำพื้นที่ ร่วมกันตรวจสอบคัดกรองกลุ่มเสี่ยงและบุคคลต่างด้าวลักลอบหลบหนีเข้าเมือง

รวมทั้งได้ประสานการทำงานร่วมกับคณะกรรมการชายแดนส่วนท้องถิ่นจังหวัดท่าขี้เหล็ก และพื้นที่อื่น คัดกรองและกักตัวคนไทยที่เข้าไปทำงานผิดกฎหมาย เพิ่มความเข้มข้นมาตรการเฝ้าระวังป้องกันร่วมกันมากขึ้น ทั้งนี้ คนไทยที่เดินทางเข้าประเทศ ต้องเข้ามาตามช่องทางที่กำหนด และยังต้องอยู่ในมาตรการกักตัวควบคุมโรคของรัฐที่กำหนด

ที่มาเรียบเรียงจาก Thai PBS [1] [2] | สำนักข่าวอินโฟเควสท์ [1] [2] 

 

แสดงความคิดเห็น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ข่าวรอบวัน

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์