กวีประชาไท: ลำดับแรกของมนุษยชาติ ลำดับสุดท้ายของสยามประเทศ

ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ

เขาว่า  มันคือกฎหมาย

ข้าพเจ้าว่า  มันคือจักรกลสังหารเสรีภาพ

เขาว่า  กฎหมายนี้เพื่อปกป้องประมุขของประเทศ

แต่ข้าพเจ้าว่า  จักรกลสังหารเสรีภาพนี้เพื่อละเมิดสิทธิมนุษยชน

เขาว่า  กฎหมายนี้เพื่อความมั่นคงแห่งสยามประเทศ

แต่ข้าพเจ้าว่า  มันคือตราบาปแห่งยุคสมัย

เขาว่า  กฎหมายนี้เพื่อคุ้มครองเกียรติยศและความดีงามของประมุข

ข้าพเจ้าว่า  เกียรติยศและความดีงามควรได้รับการพิสูจน์

เขาว่า  กฎหมายไม่อนุญาตให้แก่ถ้อยคำกล่าวหาว่าร้ายจอมปลอม

ข้าพเจ้าว่า  ถ้อยคำว่าร้ายที่จอมปลอมไม่อาจทำลายเกียรติยศและความดีงามที่แท้

เขาว่า  มันคือกฎหมาย... ผู้ใดว่าร้ายต้องได้รับโทษทัณฑ์

ข้าพเจ้าแย้ง  แต่การวิจารณ์โดยสุจริตใจต้องทำได้

เขายืนยัน  มันผู้ใดวิจารณ์ต้องได้รับโทษทัณฑ์ตามกฎหมาย

ข้าพเจ้าแย้ง  แต่บางคนเพียงลอกเลียนซ้ำถ้อยคำวิจารณ์

เขายืนยัน  มันผู้ใดลอกเลียนซ้ำถ้อยคำวิจารณ์ต้องได้รับโทษทัณฑ์ตามกฎหมาย

ข้าพเจ้าแย้ง  แต่ข้อสงสัยควรได้รับการวิจารณ์

เขาเตือน  อย่าวิจารณ์ในสิ่งที่กฎหมายห้ามสงสัย

ข้าพเจ้าแย้ง  แต่ข้อสงสัยควรได้รับการพิสูจน์

เขาเตือน  อย่าพิสูจน์ในสิ่งที่กฎหมายห้ามล่วงละเมิด

ข้าพเจ้าถาม  เหตุใดเกียรติยศและความดีงามจึงต้องอยู่หลังกำแพงกั้น

เขาเตือน  อย่าสงสัย, อย่าวิจารณ์ ถึงสิ่งที่อยู่หลังกำแพง

ข้าพเจ้าว่า  มนุษย์ไม่สงสัยคือคนที่ตายไปแล้ว มนุษย์ไม่วิจารณ์คือข้าทาสบริวารไม่ใช่ประชาชน  กำแพงที่ตั้งขวางควรถูกทลายลง  ความรักต้องเกิดจากศรัทธา  ศรัทธาต้องสร้างด้วยความเปิดเผยและจริงใจ  ความเคลือบแคลงจึงควรได้รับการพิสูจน์แจกแจง  กฎหมายปิดปากควรถูกยกเลิก

เขายืนยัน  มันผู้ใดล่วงละเมิดต้องได้รับโทษทัณฑ์

ข้าพเจ้าถาม  แต่ความผิดจาก ‘ถ้อยคำ’ เหตุใดจึงสาหัสยิ่งกว่าอาชญากร?

เขาตอบ  เพราะ ‘ถ้อยคำ’ นั้นล่วงละเมิดสิ่งสำคัญสูงสุดของสยามประเทศ

ข้าพเจ้าว่า  กฎหมายรุนแรงจะสร้างแต่ความเกลียดชังที่รุนแรง  ความรักศรัทธาจะเกิดได้อย่างไร

เขาว่า  กฎหมายที่รุนแรงจะกำจัดความเกลียดชังนั้นเอง

ข้าพเจ้าว่า  ‘ถ้อยคำ’ ของประชาชนไม่ได้เกิดจากความเกลียดชัง  แต่เกิดจากความสงสัย

เขาว่า  กฎหมายจะจัดการกับความสงสัย, การวิจารณ์ และถ้อยคำอันนำไปสู่ความเกลียดชัง

ข้าพเจ้าแย้ง  นั่นไม่ใช่กฎหมาย  แต่คือจักรกลสังหารเสรีภาพประชาชน

เขาแย้ง  มันคือกฎหมาย

ข้าพเจ้าถาม  แล้วเสรีภาพของประชาชนเล่า?

เขาตอบ  เสรีภาพยังมีตราบที่ไม่ผิดกฎหมาย

ข้าพเจ้าแย้ง  เสรีภาพของประชาชนจะมีได้อย่างไร ภายใต้จักรกลสังหารเสรีภาพ

เขายืนยัน  เสรีภาพมีได้ภายใต้ความมั่นคงของประเทศ

ข้าพเจ้ายืนยัน  เสรีภาพของประชาชนต่างหากคือความมั่นคงของประเทศ และเป็นความสำคัญลำดับแรกของมนุษยชาติ

เขายืนยัน  เราไม่เรียกสิ่งนั้นว่าเสรีภาพ เพราะนั่นคือภัยความมั่นคง เราไม่เรียกเขาว่าประชาชน เพราะนั่นคือศัตรูผู้เป็นภัยความมั่นคง

ข้าพเจ้า  ทำไม?
เขา  ...

ข้าพเจ้า  ทำไมประชาชนจึงสำคัญลำดับสุดท้าย และกลายเป็นศัตรูไปในที่สุด?

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์