รองผู้ว่าฯ สมุทรสาครแถลง พบผู้ป่วยโควิดในพื้นที่สมุทรสาครเพิ่ม 121 คน

ประมวลสถานการณ์โควิด-19 วันที่ 23 ธ.ค. 2563 พบผู้ติดเชื้อสมุทรสาครเพิ่มอีก 121 ราย ตำรวจจ่อเอาผิดนายจ้างที่นำลูกจ้างชาวพม่ามาปล่อยที่สมุทรปราการ ด้านศบค. ขอความร่วมมือสื่อทุกสำนักอย่าเพิ่งแถลงตัวเลขผู้ป่วยโควิด-19 เอง กันข่าวลวง ที่ประชุมหารือการบริหารสถานการณ์โควิด-19 วอนผู้ประกอบการไม่เคลื่อนย้ายแรงงาน ดูแลแรงงานให้ดีตามหลักมนุษยธรรม 'สมศักดิ์' ชงครม.ตั้งนิคมราชทัณฑ์ใช้นักโทษ"แกะกุ้ง"แทนแรงงานต่างด้าว

23 ธ.ค. 2563 เมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา ไทยพีบีเอส รายงานว่า สุรศักดิ์ ผลยังส่ง รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร แถลงผลตรวจ โควิด-19 เชิงรุกในพื้นที่ จ.สมุทรสาคร พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มอีก 121 คน รวมสะสม 1,184 คน 

โดยเป็นการตรวจเชื้อแล้ว 9,417 คน ผลตรวจออกมาแล้ว 5,292 คน หรือคิดเป็น 56% เป็นผู้ติดเชื้อจำนวน 1,184 คน หรือคิดเป็น 22.37% ของผลตรวจ รอผลตรวจอยู่อีก 4,125 คน 

นอกจากนี้ รองผู้ว่าฯ เผยแผนการตรวจเชิงรุกรวมทั้งหมด 10,300 ตัวอย่าง โดยวันนี้ (23 ธ.ค.) ตรวจที่ตลาดโกรกราก 1,000 คน ตลาดนัดหอพักมหาชัยนิเวศ 1,000 คน ขณะที่พรุ่งนี้ (24 ธ.ค.) จะตรวจเชิงรุกที่เสรีคลองบางหญ้า อีก 2,000 คน ตลาดแม่พ่วง 500 คน และวันที่ 25 ธ.ค.นี้ ซอยสินชัย ถนนเอกชัย 4,000 คน นิคมอุตสาหรรมสมุทรสาคร 5,000 คน วันที่ 27 ตลาดมหาชัยวิลลา 3,000 คน

ส่วนตลาดกลางกุ้งที่มีการกักตัวแรงงานข้ามชาติ ขณะนี้มีทีมแพทย์จากโรงพยาบาลบำรุงราษฎร และได้มีการจัดระเบียบ เนื่องจากจำนวนห้องที่อยู่ในพื้นที่ประมาณ 1,200 ห้อง ต้องมีการจัดอาหารและของใช้ต่าง ๆ เพียงพอกับผู้ที่กักตัวในพื้นที่

 

ตำรวจจ่อเอาผิดนายจ้างที่นำลูกจ้างชาวพม่ามาปล่อยที่สมุทรปราการ ฐานขัดคำสั่งจังหวัด 

ไทยพีบีเอส รายงาน พล.ต.ต.ชุมพล พุ่มพวง ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ ให้สัมภาษณ์กรณีนายจ้างลักลอบนำแรงงานสัญชาติพม่า 14 คน ออกจากพื้นที่ จ.สมุทรสาคร มาทิ้งไว้บริเวณปากซอยหมู่บ้านกรีนเลค ถนนบาง-ตราด สมุทรปราการ โดยยืนยันว่าตำรวจเตรียมเอาผิดนายจ้างในข้อหาขัดคำสั่งจังหวัด ซึ่งขณะนี้มีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินใน จ.สมุทรสาคร และ จ.สมุทรปราการ ห้ามเคลื่อนย้ายแรงงานข้ามชาติเข้ามาในพื้นที่ มีโทษจำคุก 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

โดยวันนี้ (23 ธ.ค.) จะเรียกกรรมการบริษัทฯ ที่เป็นนายจ้างของแรงงานกลุ่มดังกล่าวมาสอบสวน เนื่องจากพบว่ารถตู้ที่นำแรงงานมาทิ้งเป็นรถของบริษัทแห่งหนึ่งใน จ.สมุทรสาคร แต่ไม่เกี่ยวข้องกับธุรกิจอาหารทะเลที่อยู่ในพื้นที่สีแดงใน จ.สมุทรสาคร

ส่วนแรงงานข้ามชาติ 14 คน เจ้าหน้าที่สาธารณสุขนำไปสอบสวนคัดกรองโรคที่โรงพยาบาลแล้ว เบื้องต้น ทั้งหมดยังไม่มีอาการบ่งชี้ว่าติดเชื้อโควิด-19 ขณะที่การสอบสวนแรงงาน 6 คนมีหนังสือเดินทาง แต่อีก 8 คนไม่มีหนังสือเดินทาง โดยแรงงานอ้างว่าไม่ทราบว่านายจ้างจะพาไปที่ใดและไม่ทราบจุดหมายปลายทาง แต่ยอมรับว่าจำเป็นต้องขึ้นรถตามคำสั่งเท่านั้น

ทั้งนี้ ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ เผยว่าในพื้นที่ จ.สมุทรปราการ อาจเป็นจุดหนึ่งที่กลุ่มแรงงานลักลอบเข้ามา จึงสั่งการตำรวจทุกท้องที่ประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตั้งด่านตามจุดเสี่ยงและรอยต่อระหว่างจังหวัดอย่างเคร่งครัด

 

ศบค. ขอความร่วมมือสื่อทุกสำนักอย่าเพิ่งแถลงตัวเลขผู้ป่วยโควิด-19 เอง กันข่าวลวง และจะมีแถลงอัปเดตช่วง 16.00 น.ของทุกวัน

เมื่อ 11.30 น. นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบค. แถลงข่าวสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในประเทศ ประจำวันที่ 23 ธ.ค. ณ ศูนย์แถลงข่าวไวรัสโคโรนา 2019 กระทรวงสาธารณสุข ขอความร่วมมือผู้ว่าราชการจังหวัด และนายแพทย์ สาธารณสุขจังหวัดทุกแห่ง ให้ส่งชุดข้อมูลเข้าระบบรายงานของกองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ก่อนรายงานข้อมูลสถานการณ์โควิด-19 ต่อสื่อมวลชน เพื่อให้ทางการได้ตรวจสอบข้อมูลให้น่าเชื่อถือที่สุด ป้องกันข่าวลวง และไม่ทำให้สาธารณชนเกิดความสับสน 

ขณะที่ในช่วง 16.00 น. จะมีการอัปเดตตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19 อีกครั้ง  ผ่านการถ่ายทอดสดออนไลน์ “เฟซบุ๊กไลฟ์” โดยทางกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข จะเป็นผู้แถลงด้วยตัวเอง ขอความร่วมมือสื่อมวลชนทุกสำนักอย่าแถลงจำนวนผู้ป่วยโควิดก่อน 16.00 น.  

ทั้งนี้ ภาพรวมสถานการณ์ผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในไทยประจำวันที่ 23 ธ.ค. มีผู้ติดเชื้อโควิดในไทย จำนวน 5,762 ราย เพิ่มขึ้นจากเมื่อวาน (22 ธ.ค.) 46 ราย โดยเป็นผู้ติดเชื้อในประเทศ 39 ราย และเป็นผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศเข้าสถานที่กักกันโรค จำนวน 7 ราย

 

ที่ประชุมหารือการบริหารสถานการณ์โควิด-19 วอนผู้ประกอบการอย่าตระหนก ไม่เคลื่อนย้ายแรงงาน ดูแลแรงงานให้ดีตามหลักมนุษยธรรม

กองสารนิเทศ สป.มท. รายงานว่า วันนี้ (23 ธ.ค.63) เวลา 15:00 น. ที่ห้องประชุมราชสีห์ ศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทย พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมข้อราชการสำคัญเกี่ยวกับการบริหารการแพร่ระบาดของโรคระบาดติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) โดยมี นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นายสมคิด จันทมฤก รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ผู้อำนวยการศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กระทรวงมหาดไทย นายสุทธิ สุโกศล ปลัดกระทรวงแรงงาน ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงแรงงาน นายแพทย์พิชญา  นาควัชระ รองปลัดกรุงเทพมหานคร ผู้แทนสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม ซึ่งเป็นการประชุมผ่านระบบ Video Conference ไปยังศาลากลางจังหวัด และที่ว่าการอำเภอ ทั่วประเทศ โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัด รองผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการประจำจังหวัด นายอำเภอ และคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด ร่วมประชุม

พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา กล่าวว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ที่ในขณะนี้ได้เกิดการระบาดในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร และจังหวัดอื่น ๆ ตามที่ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) (ศบค.) ได้รายงานให้ได้ทราบนั้น เพื่อเป็นการหยุดยั้งการแพร่ระบาด ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและส่วนราชการที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามมาตรการเพื่อไม่ให้เกิดการแพร่กระจายของเชื้อ ลดการเคลื่อนย้ายคน (Mobility) โดยเฉพาะอย่างยิ่งมาตรการทางสาธารณสุข ผู้ว่าราชการจังหวัดต้องรณรงค์ให้ประชาชนป้องกันตนเอง สวมหน้ากากอนามัย เว้นระยะห่าง ซึ่งเป็นมาตรการป้องกันที่สำคัญที่สุด สำหรับในส่วนของผู้ติดเชื้อ ต้องดำเนินการสอบสวนโรคตามขั้นตอนว่าไปสถานที่ใด พบปะกับใคร และกักกัน (quarantine) ไม่ให้ออกนอกพื้นที่ และเข้าสู่กระบวนการรักษาตามหลักสาธารณสุข เพื่อหยุดการแพร่กระจายของเชื้อโรค ลดผลกระทบทางเศรษฐกิจ ถ้าประชาชนทุกคนมีสุขอนามัยที่ดี มีการป้องกันตนเองอย่างเข้มงวดทุกอย่าง แม้จะมีเชื้อโรคแต่ก็ไม่สามารถติดต่อได้ ทุกคนจะปลอดภัย และเราจะผ่านพ้นสถานการณ์นี้ไปได้ในเร็ววัน

สุชาติ ชมกลิ่น กล่าวว่า ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดได้ให้อำนาจแรงงานจังหวัดและหัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงแรงงานในทุกจังหวัดเข้าร่วมสนับสนุนการตรวจสอบและทำความเข้าใจสถานประกอบการและแรงงานตามอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย รวมทั้งวางระเบียบเกี่ยวกับสถานประกอบการให้ถูกต้อง โดยกระทรวงแรงงานจะทำการสำรวจข้อมูลและจัดระบบแรงงานทุกประเภทให้เรียบร้อย 

พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา กล่าวต่อว่า เนื่องจากขณะนี้ มีผู้ประกอบการและแรงงานบางส่วนเกิดความวิตก และเคลื่อนย้ายแรงงานออกไป  ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสร้างความเข้าใจผู้ประกอบการในพื้นที่ไม่ต้องตระหนก และให้แรงงานได้ทำงานอยู่ในพื้นที่ต่อไป และขอให้ดูแลแรงงานกลุ่มนี้ให้ดี เพื่อลดปัญหาด้านต่าง ๆ โดยกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงแรงงานจะพิจารณาเพื่อหาแนวทางในการดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

จากนั้น เป็นการรายงานการดำเนินงานบริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จังหวัดสมุทรสาคร สมุทรปราการ ชลบุรี ปทุมธานี นนทบุรี เชียงราย ตาก และอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รายงานแนวทางการใช้จ่ายเงินทดรองราชการในการแก้ไขปัญหาการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) 

สุดท้าย พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา เน้นย้ำว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มอบนโยบายและเน้นย้ำให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในระดับพื้นที่ดำเนินการตามมาตรการที่ได้มอบนโยบายไว้ โดยในพื้นที่ชายแดน ขอให้เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจรับผิดชอบตามแนวชายแดน ต้องดำเนินมาตรการสกัดกั้นตามแนวชายแดนอย่างเคร่งครัด เพื่อไม่ให้มีบุคคลหลบหนีเข้ามาอย่างผิดกฎหมาย ถัดมาในพื้นที่ชั้นใน ให้ตำรวจภูธรจังหวัดกำกับดูแลและตรวจสอบในพื้นที่ และสำหรับในพื้นที่ชุมชนให้ขอความร่วมมือประชาชนในชุมชนช่วยกันดูแลคนในชุมชน ถ้าทุกส่วนช่วยกันอย่างเคร่งครัดก็จะเป็นการสกัดกั้นการแพร่ระบาด รวมทั้งต้องชี้แจงให้ประชาชนทุกคนปฏิบัติตามมาตรการสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด สวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า หมั่นใช้เจลแอลกอฮอล์ล้างมือ และเว้นระยะห่างทางสังคม เพื่อความปลอดภัยของทุกคน และหยุดยั้งการแพร่ระบาดของเชื้อดังกล่าว

 

'สมศักดิ์' ชงครม.ตั้งนิคมราชทัณฑ์ใช้นักโทษ"แกะกุ้ง"แทนแรงงานต่างด้าว

วานนี้ (22 ธ.ค.) โพสต์ทูเดย์รายงานว่า สมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า ในส่วนของกระทรวงยุติธรรม ตนเองได้สั่งไปยังกรมราชทัณฑ์ป้องกันการแพร่ระบาดในเรือนจำทุกจังหวัดตามแนวชายแดน และที่จังหวัดสมุทรสาคร รวม 17 จังหวัด 27 เรือนจำ ให้งดเยี่ยมเป็นการชั่วคราว

ทั้งนี้ให้ญาติเยี่ยมผู้ต้องขังผ่านทางโซเชียลมีเดียแทน แต่ขอประชาชนอย่าตื่นตระหนก เพราะเป็นการป้องกันเท่านั้น นอกจากนี้ หลังมีการพระราชทานอภัยโทษ และต้องปล่อยตัวผู้ต้องขังก่อนออกจากเรือนจำก็ต้องรอคำสั่งศาลอย่างเป็นทางการ โดยการปล่อยตัวจะไม่ให้เกิดความแออัด พร้อมกันนี้ยังสั่งให้ปรับปรุงห้องแล็บสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ให้ตรวจหาเชื้อโควิดได้ เพื่อป้องกันในส่วนของกระทรวงยุติธรรม เพราะเป็นสิ่งใกล้ตัว

อย่างไรก็ตาม ในขณะนี้ยังไม่พบผู้ติดเชื้อในส่วนของราชทัณฑ์แต่อย่างใด อีกทั้งวันนี้ตนยังได้เสนอคณะรัฐมนตรี ว่า ควรตั้งนิคมอุตสาหกรรมราชทัณฑ์ ที่ใช้แรงงานเป็นหลัก โดยเอาผู้ต้องขังที่ใกล้พ้นโทษเข้าไปทำงานในอุตสาหกรรมอาหารทะเล ทดแทน และเติมเต็มแรงงานต่างชาติที่เข้ามาอย่างผิดกฎหมายในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า ประเมินว่า จะสร้างงานได้ 5 หมื่นอัตรา

"ปกติแล้วผู้ต้องขังที่ออกจากเรือนจำ 35% ต้องการมีงานทำ ดังนั้นงานธรรมดา เช่น แกะกุ้ง หอย ปู ปลา ในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร จึงเป็นงานระดับธรรมดาที่ไม่ต้องเน้นฝีมือ" รมว.ยุติธรรม กล่าว

 

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์