ฝ่ายก้าวหน้าในสหรัฐฯ ร้อง 'ไบเดน' ยกเลิกนโยบายลิดรอนสิทธิฯ ผู้อพยพจากรบ.ทรัมป์ โดยด่วน

องค์กรด้านสิทธิพลเมืองและ ส.ส. สายก้าวหน้าของพรรคเดโมแครต เรียกร้องให้ทีมเปลี่ยนผ่านรัฐบาลของโจ ไบเดน ที่เพิ่งชนะการเลือกตั้งเดือนที่ผ่านมา ทำการยกเลิกนโยบายกีดกันผู้อพยพ และรับรองสวัสดิการความปลอดภัยของผู้อพยพและผู้ขอลี้ภัยโดยด่วน จากการที่รัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ เคยดำเนินนโยบายในเชิงกีดกันและจับเด็กผู้อพยพขังค่ายกักกัน ส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่และความปลอดภัยของพวกเขา

23 ธ.ค. 2563 องค์กรสหภาพเสรีภาพพลเมืองอเมริกัน (ACLU) เตือนผู้ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ โจ ไบเดน ว่า เขามี "สิ่งจำเป็นต้องทำในเชิงกฎหมายและศีลธรรม" คือการยกเลิกนโยบายกีดกันและคุมขังผู้อพยพ-ผู้ขอลี้ภัยจากสมัยของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เนื่องจากเป็นนโยบายที่อันตรายและไม่เป็นไปตามหลักการกฎหมาย หลังจากที่ตัวแทนของคณะรัฐมนตรีไบเดนแสดงท่าทีล่าถอยจากเดิมจากที่เคยสัญญาไว้ว่าจะยกเลิกนโยบายกีดกันผู้ลี้ภัยเหล่านี้ตั้งแต่ "วันแรก" ที่เข้าสู่ตำแหน่งอย่างเป็นทางการ

ก่อนหน้านี้ที่ปรึกษาด้านนโยบายภายในประเทศของไบเดนคือ ซูซาน ไรซ์ และผู้ถูกวางตัวไว้ให้เป็นที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติ เจก ซัลลิแวน ได้ทำลายความคาดหวังของฝ่ายก้าวหน้า ด้วยการแถลงในทำนองถ่วงเวลาการยกเลิกนโยบายที่รู้จักกันในนาม "ปล่อยให้อยู่ในเม็กซิโกต่อไป"

ภายใต้นโยบายของทรัมป์ เน้นการกีดกันผู้อพยพและมีการจับกุมคุมขังผู้อพยพเข้าค่ายกักกันที่มีเด็กหลายพันคนถูกบีบบังคับให้ต้องพรากจากครอบครัว ในขณะที่มีผู้ขอลี้ภัยมากกว่า 60,000 คนที่ถูกกีดกันอย่างผิดกฎหมายไม่ให้เข้าประเทศสหรัฐฯ ทำให้ต้องอาศัยอยู่ในเต็นท์ที่ค่ายผู้ลี้ภัยฝั่งเม็กซิโกโดยที่ไม่สามารถเข้าถึงการแพทย์ ที่พักอาศัย หรือความช่วยเหลือทางกฎหมายใดๆ ได้

ไบเดนเคยกล่าวในเดือน ม.ค. ปีนี้ว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ปิดประตูใส่ครอบครัวที่หนีเอาชีวิตรอดจากการถูกปราบปรามโดยรัฐบาลและจากความรุนแรง ไบเดนให้สัญญาอีกว่าถ้าเขาเข้ารับตำแหน่งในวันแรกเขาจะขจัดโครงการกีดกันผู้อพยพของทรัมป์

อย่างไรก็ตามไรซ์ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อ EFE จากสเปนเมื่อวันที่ 21 ธ.ค. ที่ผ่านมาว่าไบเดนมีพันธกิจในการคืนกฎหมายเกี่ยวกับการให้ทีพักพิงผู้ลี้ภัยคืนมาอีกครั้งแต่เขาต้อง "ใช้เวลา" ในการยกเลิกนโยบายกีดกันผู้อพยพของทรัมป์ ไรซ์ให้เหตุผลในการสัมภาษณ์ว่าเพราะขีดจำกัดในการดำเนินการนั้นไม่ง่ายในแบบที่จะสามารถกดเปิดปิดแบบสวิตช์ไฟได้ จึงบอกให้ผู้อพยพและผู้ขอลี้ภัยอย่าเพิ่งหลงเชื่อคนที่โฆษณาว่ารัฐบาลใหม่จะเปลี่ยนแปลงกระบวนการทั้งหมดได้ตั้งแต่วันแรก

เรื่องนี้ทำให้ ACLU ออกแถลงการณ์เตือนให้ทีมรัฐบาลไบเดนรู้ว่าการยกเลิกนโยบายกีดกันผู้อพยพของทรัมป์นั้นเป็นเรื่องที่สำคัญในเชิงศีลธรรมและกฎหมายเพื่อคืนสิทธิให้ผู้ลี้ภัยและยับยั้งไม่ให้รัฐบาลละเมิดกฎหมายของตัวเองไปมากกว่านี้ "ทุกวันที่นโยบายกีดกันผู้ขอลี้ภัยของรัฐบาลทรัมป์ดำเนินต่อไปนั้น ประเทศของพวกเราก็ทำให้ชีวิตของผู้คนอยู่ภายใต้ความเสี่ยง"

อย่างไรก็ตาม ACLU ก็ระบุว่าพวกเขายินดีและส่งเสริมพันธกิจของรัฐบาลไบเดนในการคืนความเป็นธรรมให้กับระบบการขอลี้ภัย โดยเรียกร้องให้รัฐบาลต้องดำเนินการให้ความปลอดภัยต่อผู้ที่ขอลี้ภัยโดยทันทีเพื่อทำให้แน่ใจว่าผู้คนเหล่านั้นไม่ต้องเผชิญกับนโยบายที่ผิดหลักการกฎหมายจากรัฐบาลเช่นการถูกบังคับส่งตัวกลับเม็กซิโก นอกจากนี้ยังเสนอให้รัฐบาลฟื้นฟูสิ่งที่ทรัมป์ "ทำลาย" ไปอย่างเร่งด่วนเพราะมีชีวิตและความตายของผู้คนเป็นเดิมพัน

แต่สายก้าวหน้าอื่นๆ ในสหรัฐฯ ก็ไม่ได้นุ่มนวลเท่าแถลงการณ์ของ ACLU เช่น ส.ส.พรรคเดโมแครตจากรัฐมินนิโซตา อิลฮาน โอมาร์ ประณามรัฐบาลไบเดนว่าใช้วิธีการ "ล่อหลอกผู้คนแล้วก็เปลี่ยนใจ" การทำเช่นนี้จะเป็นการปล่อยให้การลดทอนความเป็นมนุษย์โดยรัฐบาลทรัมป์ต่อผู้อพยพดำเนินต่อไปได้และเป็นการไม่รักษาสัญญาของการหาเสียง เธอกังวลว่าเรื่องนี้จะกลายมาเป็นผลเสียต่อพรรคเดโมแครตเองถ้าหากไม่มีการทำตามสัญญา เธอเรีบกร้องให้ทีมเปลี่ยนผ่านอำนาจประธานาธิบดีไบเดนพิจารณาเรื่องนี้ใหม่อีกครั้ง

เรียบเรียงจาก : 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

พื้นที่ประชาสัมพันธ์