20 ข่าวที่มีผู้อ่านมากสุดในรอบปี 63 ตั้งแต่งบฯเกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์ อุ้มผู้ลี้ภัยและกดปราบความเคลื่อนไหว

ประมวล 20 ข่าว รายงาน และบทความที่มีผู้อ่านมากที่สุดในรอบปี 2563

 

ด้วยจำนวน 534,294 วิว รายงานประมวลงบประมาณเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ ในร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ พ.ศ. 2563 จากเว็บไซต์ของสำนักงบประมาณ และเอกสารประกอบการพิจารณางบประมาณต่างๆ ซึ่งพบว่า มีจำนวน 29,728 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 0.93 ของงบประมาณทั้งหมดในปี 2563 (3.2 ล้านล้านบาท) ซึ่งเป็นงบประมาณที่ใช้เกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์ในมิติต่างๆ ทั้งรายจ่ายโดยตรงคือ รายจ่ายที่ใช้จ่ายกับสถาบันกษัตริย์โดยตรง เช่น งบรักษาความปลอดภัย งบการเดินทาง งบพิทักษ์สถาบัน นิยามของรายจ่ายโดยอ้อมที่เกี่ยวกับกิจกรรมที่สร้างอำนาจนำของสถาบันฯ ในมิติอื่นๆ เป็น รายจ่ายอันเกี่ยวเนื่องกับสถาบันพระมหากษัตริย์ เช่น โครงการในพระราชดำริ โครงการที่เป็นไปในลักษณะเทิดพระเกียรติ โครงการประชาสัมพันธ์ รวมทั้งรายจ่ายเกี่ยวกับกิจกรรมที่สร้างอำนาจนำของสถาบันฯ ในมิติอื่นๆ

หลังเผยแพร่รายงานนี้ ในเดือนมี.ค.63 จากนั้น 3 เดือน อานนท์ นำภา ทนายความและนักเคลื่อนไหวทางการเมืองยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ เพื่อเรียกร้องให้มีการตรวจสอบและชี้แจงการใช้งบประมาณที่เกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ เนื่องจากก่อนหน้านั้น อานนท์ โพสต์รายงานงบประมาณปี 2563 ส่วนที่เกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ 2.9 หมื่นล้านบาทที่ประชาไทนำเสนอแล้วมีคนไปฟ้องร้องอานนท์ว่านําเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์

ล่าสุด 14 ธ.ค.ที่ผ่านมา อานนท์ โพสต์หนังสือตอบกลับจาก สำนักปลัดนายกฯ หลังจากอานนท์ยื่นเรื่องดังกล่าว โดยหนังสือระบุว่า ได้ประสานส่งเรื่องให้ สำนักงบประมาณและกรมบัญชีกลาง ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบกรณีที่ท่านได้มีหนังสือกราบเรียนนายกฯ ดังกล่าว เพื่อรับทราบข้อมูลประกอบการพิจารณาดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจต่อไปเเล้ว

ด้วยจำนวน 284,984 วิว รายงานข่าวการถูกอุ้มหายของ วันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ ผู้ลี้ภัยทางการเมืองชาวไทยที่ถูกอุ้มหายตั้งแต่ต้นเดือน มิ.ย. ที่ประเทศกัมพูชา จนขณะนี้ยังไม่ทราบชะตากรรม ล่าสุดเมื่อต้นเดือน ธ.ค.ที่ผ่านมา กลุ่มเพื่อนวันเฉลิมและนักกิจกรรมแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทยเดินทางไปยังสถานทูตกัมพูชาประจำประเทศไทย เพื่อจัดกิจกรรมเนื่องในโอกาสครบรอบ 6 เดือนการหายตัวไปของวันเฉลิม และร่วมยื่น 14,157 รายชื่อจากผู้สนับสนุนที่ส่งข้อเรียกร้องถึงทางการกัมพูชาให้มีการสืบสวนเรื่องนี้อย่างมีประสิทธิภาพ เร่งด่วน รอบด้าน และโปร่งใสและคืนความยุติธรรมให้กับครอบครัววันเฉลิม โดยผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้สวมเสื้อฮาวายหลากสีสัน ซึ่งเป็นเสื้อที่วันเฉลิมใส่เป็นประจำ พร้อมทั้งถือหน้ากากวันเฉลิม และชวนติด #หกเดือนเราไม่ลืม เพื่อแสดงให้เห็นว่าทุกคนยังระลึกถึง และยังติดตามความคืบหน้าของคดีนี้อยู่ 

การอุ้มหายวันเฉลิมได้ปลุกให้เกิดกระแสการเคลื่อนไหวของกลุ่มเยาวชนและนักกิจกรรมในช่วงที่ 2 ของปี หลังความเข้มข้นของการเคลื่อนไหวช่วงต้นปีลดลงเนื่องจากการระบาดของโควิด 19 ทั้งนี้หลังการเคลื่อนไหวกรณีเรียกร้องความยุติธรรมต่อวันเฉลิมก็นำมาสู่การเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องจนถึงเดือน ธ.ค.นี้ พร้อมข้อเรียกร้องหลัก 3 ข้อคือ รัฐบาลประยุทธ์ลาออก แก้รัฐธรรมนูญ หยุดคุกคามประชาชนรวมถึงปฏิรูปสถาบันกษัตริย์

ยอด 199,582 วิว ข่าวเมื่อกลางเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา นายกสโมสรนิสิตรัฐศาสตร์ เสนอวาระในที่ประชุมองค์การบริหารสโมสรนิสิตจุฬาฯ (อบจ.)  ให้จุฬาฯ แจงกรณีสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา  ไม่สวมหน้ากากขณะรับปริญญาและรักษามาตรการอย่างเคร่งครัดในพิธีพระราชทานปริญญาบัตร รวมทั้งแต่งกายอย่างสร้างสรรค์ นิสิตควรน้อมนำมาปฏิบัติตามเมื่อเข้ารับปริญญาด้วยหรือไม่ โดยมติที่ประชุม “รับรอง” วาระดังกล่าว ให้ส่งหนังสือภายในไปยังอธิการบดีเพื่อให้มีการชี้แจงกรณีดังกล่าว

เพจสโมสรนิสิตรัฐศาสตร์ จุฬาฯรายงานความคืบหน้าเมื่อวันที่ 16 ธ.ค.ที่ผ่านมาว่า หลังจากนั้นเมื่อวันที่ 2 พ.ย.2563 นายกองค์การบริหารสโมสรนิสิตจุฬาฯ (อบจ) ได้รายงานความคืบหน้าการส่งหนังสือภายในถึงอธิการบดีเรื่องสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ที่ไม่ทรงใส่แมส โดยสรุปไว้ในบันทึกการประชุมดังต่อไปนี้

"นายกสโมสรนิสิตจุฬาฯ รายงานความคืบหน้าของวาระดังกล่าว ที่ได้มีการลงมติเห็นชอบให้ส่งหนังสือภายในไปยังอธิการบดีในการประชุมสมัยสามัญครั้งก่อนตามข้อตกลงที่ได้มีการกำหนดไว้ จะมีการส่งหนังสือภายในเพื่อขอความชัดเจนในกรณีดังกล่าวจากทางอธิการบดี ซึ่งได้รับคำตอบว่า ในวันพิธีพระราชทานปริญญาบัตรนั้น สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา ยกเว้นตอนที่ทรงขึ้นรับพระราชทานปริญญาบัตร

ซึ่งในขณะนี้ ยังไม่มีคำตอบที่แน่ชัดว่าใครเป็นผู้มีส่วนรับผิดชอบ ในข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นนี้ และทางนายกสโมสรนิสิตกำลังเตรียมที่จะส่งจดหมายเข้าไปอีกครั้ง"

ด้วยยอด 144,455 วัว กับรายงานประมวลงบประมาณเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ ในร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ พ.ศ. 2564 จากเว็บไซต์ของสำนักงบประมาณ และเอกสารประกอบการพิจารณางบประมาณต่างๆ พบว่า ประเทศไทยมีการตั้งงบประมาณการใช้จ่ายเกี่ยวกับสถาบันฯ มิติต่างๆ ทั้งหมดราว 37,228 ล้านบาท หรือคิดเป็นเพียง 1.12% ของงบประมาณแผ่นดินทั้งหมด 3.3 ล้านล้านบาท โดยแบ่งเป็นรายจ่ายโดยตรง 20,309 ล้านบาท รายจ่ายโดยอ้อม 16,919 ล้านบาท

มหาดไทยกำชับนายทะเบียนทั่วประเทศทำบัตรประจำตัวให้คนไม่มีสัญชาติไทย               

ยอด 105,907 วิว ข่าวตั้งแต่ พ.ย.2560 แต่กลับถูกอ่านเป็นจำนวนมากในปีนี้ จากกรณีที่สำนักทะเบียนกลาง กระทรวงมหาดไทย ออกหนังสือเรื่อง “การจัดทำบัตรประจำตัวสำหรับคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย” กำชับนายทะเบียนทุกจังหวัดซักซ้อมทำความเข้าใจเรื่องทำบัตรประจำตัวสำหรับคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทยและบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน โดยสามารถขอมีบัตรได้ทุกกรณี ยกเว้นคนต่างด้าวที่ได้รับอนุญาตเข้ามาอาศัยในประเทศไทยที่มีหนังสือเดินทางหรือวีซ่า ไม่บังคับให้ต้องทำบัตร

ด้วยยอด 105,616 วิว บทความที่เขียนถึง ผู้ใช้ทวิตเตอร์ชื่อ ‘นิรนาม_’ ที่กลางเดือน ก.พ.เขาถูกตำรวจเข้าค้นห้องพักของตน และพาตัวไปยังสถานีตำรวจภูธรเมืองพัทยา โดยไม่มีการออกหมายจับ ต่อมาศูนย์ทนายฯ ระบุว่า นิรนาม_ ถูกแจ้งข้อกล่าวหาตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์จากการทวิตภาพและข้อความเกี่ยวกับรัชกาลที่ 10 โดยเขาถูกนำตัวฝากขังต่อศาลพัทยา โดยศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัว จากนั้น 24 ก.พ.63  ศาลอุทธรณ์ภาค 2 มีคำสั่งให้ประกัน #นิรนาม @ssj_2475 โดยให้วางหลักทรัพย์ 2 แสนบาท

โดยระหว่างนั้นในทวิตเตอร์มีการรณรงค์อย่างต่อเนื่อง  แฮชแท็ก #saveนิรนาม  #Freeนิรนาม ติดเทรนด์ทวิตเตอร์ประเทศไทย เนื้อหาเป็นการเรียกร้องการให้ประกันตัว หรือยุติการดำเนินคดี รวมทั้งวิพากษ์วิจารณ์สถานบันกษัตริย์ด้วย 

สำหรับ ทวิตเตอร์ ‘นิรนาม_’ หรือ @ssj_2475 นั้น มักทวีตข้อมูลเกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์มีการติดตามราว 149.5K แอ็กเคานต์

คดีของ นิรนาม_ ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนจัดว่าเป็นคดีในกลุ่มที่ใช้กฎหมายและดำเนินคดีจากการแสดงออกเกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์บนโลกออนไลน์ในช่วงก่อนหน้าเดือนพฤศจิกายน ซึ่งไม่ได้นำข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 มาใช้กล่าวหา แต่ตั้งข้อหาตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 (2) หรือ (3) เพียงข้อหาเดียวแทน

ยอด 100,776 วิว กับข่าววันที่ 1 ม.ค.63 รายงานปรากฏการณ์แฮชแท็ก #ปิดเกาะ ขึ้นเทรนด์ในทวิตเตอร์ประเทศไทย ขณะที่คนขุดข่าวเก่า ชาวฝรั่งเศส  100,000 คนลงชื่อต้านแผนปิดหาดรับเจ้าซาอุฯ

ยอด 86,121 วิว ข่าวเมื่อวันที่ 13 ก.ค.ที่ผ่านมา ‘ทิวากร วิถีตน’ ชายวัย 45 ปี ผู้สวมเสื้อสกรีนข้อความว่า 'เราหมดศรัทธา​สถาบันกษัตริย์​แล้ว'​ ถูกควบคุมตัว​เพื่อตรวจรักษา​อาการทางจิตที่โรงพยาบาล​จิตเวชขอนแก่นราชนครินทร์ แถม ตำรวจยึดคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์และเสื้อที่กำลังซักอยู่ไปด้วย

สำหรับ ทิวากร เมื่อวันที่ 16 มิ.ย. 2563 เขาโพสต์ภาพที่เขาเสื้อสกรีนข้อความว่า 'เราหมดศรัทธา​สถาบันกษัตริย์​แล้ว'​  พร้อมโพสต์ภาพดังกล่าวผ่านเฟซบุ๊กของตนเองในชื่อ “Tiwagorn Withiton” นับได้ว่าเขาเป็นบุคคลแรกๆ ที่พูดถึงสถาบันอย่างตรงไปตรงมาหลังจากที่สังคมไทยถูกรัฐประหาร คสช. กดการแสดงออกอย่างหนักมายาวนานหลายปี 

เขายังอธิบายความหมายและเหตุผลของประโยคนี้ไว้ด้วยว่า ‘หมดศรัทธา’ ไม่ได้แปลว่า ‘ล้มเจ้า’ และใช้ภาพดังกล่าวเป็นภาพโปรไฟล์ โดยโพสต์ดังกล่าวมีผู้เข้าไปแสดงความเห็นอย่างหลากหลายกว่า 4,000 ความเห็น มีทั้งที่ด่าทอ ไล่ให้ออกนอกประเทศ มีทั้งที่เข้าใจในเหตุผล แลกเปลี่ยนความเห็น ให้กำลังใจ หรือแสดงความเป็นห่วงว่าจะถูกดำเนินคดี-อุ้มหาย รวมทั้งผู้ที่เข้าไปข่มขู่คุกคามเจ้าของโพสต์หรือผู้ที่เข้ามาแสดงความเห็นคนอื่นๆ ฯลฯ

หลังเริ่มปฏิบัติการ มีเจ้าหน้าที่ความมั่นคงมาพบเขาถึงบ้าน และคุมตัวไปยังโรงพยาบาลจิตเวช จากนั้นเกิดกระแสเรียกร้องให้ปล่อยตัวเขาจนแฮชแท็ค #saveทิวากร ขึ้นอันดับ 1 เทรนด์ทวิตเตอร์ประเทศไทย ยอดทวีตกว่า 2 แสนครั้ง เมื่อเวลา 0.00 ของวันที่ 22 ก.ค.63 หลังมีผู้นำภาพทิวากรขณะอยู่ที่โรงพยาบาล​จิตเวชขอนแก่นราชนครินทร์ออกเผยแพร่ นอกจากนี้ยังมีกลุ่มนักกิจกรรมไปประท้วงเรียกร้องให้ปล่อยตัวเขาที่หน้าโรงพยาบาลอีกด้วย

ยอด 82,047 วิว รายงานย้อนดูความพยายามอธิบาย 'ทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์' ของทางการไทย ท่ามกลางการเคลื่อนไหวและถกเถียงเกี่ยวกับประเด็นสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ถูกหยิบมาถกเถียงกันอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะทรัพย์สินส่วนนี้ควรเป็นของใครระหว่างของตัวกษัตริย์หรือของส่วนรวม หลังจากกลุ่มราษฎรมีกำหนดเดิมที่จะชุมนุมที่สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์เมื่อวันที่ 25 พ.ย.ที่ผ่านมา ก่อนเปลี่ยนไปที่สำนักงานใหญ่ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) ถ.รัชดาภิเษก แทน โดยมีข้อเรียกร้องสำคัญคือ ควรยกเลิก พ.ร.บ.จัดระเบียบทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ พ.ศ.2561 และให้แบ่งทรัพย์สินออกเป็นทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ที่อยู่ภายใต้การควบคุมของกระทรวงการคลัง และทรัพย์สินส่วนพระองค์ที่เป็นของส่วนตัวของพระมหากษัตริย์อย่างชัดเจน ตัดลดงบประมาณแผ่นดินที่จัดสรรให้แก่สถาบันกษัตริย์ให้สอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจของประเทศ และยกเลิกการบริจาคและรับบริจาคโดยเสด็จพระราชกุศลทั้งหมด เพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจสอบการใช้จ่ายทรัพย์สินของสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยเฉพาะส่วนที่ได้จัดสรรจากภาษีของประชาชน

โดยกระทรวงการต่างประเทศเคยโต้ฟอร์บส์ปี 51 ว่า 'ทรัพย์สินต่างๆ ไม่ใช่ของกษัตริย์ หากแต่เป็นของคนทั้งชาติ' ขณะที่ ปี 55 สถานทูตไทยระบุทรัพย์สินของ สนง.ทรัพย์สินฯ นับเป็นของแผ่นดิน แม้แต่รายงานประจำปี 53 ของ สนง.ทรัพย์สินฯ ก็พยายามบอกว่า รัฐบาลเป็น 'ผู้รับผิดชอบ' 

ยอด 63,362 วิว ข่าวปลายเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา กรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกค่าปรับกลุ่มนักศึกษาจันทบุรีเหตุไม่แจ้งการชุมนุมนอกมหาวิทยาลัย และไม่ปฏิบัติตามคำสั่งเจ้าพนักงาน เต็มเพดานกฎหมายเป็นจำนวนเงิน 2 หมื่นบาท แต่มีป้าๆ ลุงๆ ที่มาร่วมกิจกรรมชุมนุมช่วยเจรจาต่อรอง สุดท้ายลดค่าปรับเหลือ 5,000 บาท และช่วยระดมเงินจ่ายแทนนักศึกษา ขณะที่นักเรียนที่เข้าร่วมกิจกรรมถูกคนถ่ายภาพขู่จะเอาไปส่งอาจารย์ให้หักคะแนนความประพฤติ

ยอด 61,031 วิว เมื่อวันที่ 24 มี.ค.ที่ผ่านมา มีประกาศสำนักนายกฯ เรื่องพระราชทานเปลี่ยนแปลงนามค่ายทหาร จากค่ายพหลโยธิน เป็นค่ายพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ค่ายพิบูลสงคราม เป็นค่ายสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

ยอด 60,352 วิว ข่าวเมื่อวันที่ 27 ก.พ.2563 กรณีคณาจารย์จากสถานศึกษาและอุดมศึกษาทั่วประเทศ ได้ร่วมกันลงชื่อในแถลงการณ์จำนวน 200 คน เพื่อสนับสนุนการแสดงออกอย่างเสรีของนักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชน พร้อมขอให้ผู้บริหารมหาวิทยาลัย เข้าใจถึงสิทธิและเสรีภาพในการแสดงออกโดยไม่ขัดขวาง

ยอด 54,316 วิว ท่ามกลางการเคลื่อนไหวเรียกร้องปฏิรูปสถาบันกษัตริย์อย่างกว้างขวางนั้น ก็เกิดปฏิกิริยาทั้งโดยกลุ่มที่มีความเห็นที่แตกต่างและกลุ่มที่รัฐระดมออกมาแสดงพลัง ช่วงกลางเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา ปรากฎเสื้อเหลืองออกมาชุมนุมปกป้องสถาบันกษัตริย์หลายจุด โดยที่โซเชียลมีเดียเผยเอกสารคำสั่งและการเชิญชวนของหน่วยงานรัฐและท้องถิ่นระดมมวลชนเข้าร่วม ส่วนประธานวุฒิสภาก็นัดรวมตัวแถลงจุดยืนพิทักษ์สถาบันด้วย นอกจากนี้ที่ชุมนุมกลุ่มเรียกร้องปฏิรูปสถาบันฯ ก็พบกลุ่มชายเสื้อเหลืองปะปนกับเจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชนด้วย

ยอด 52,887 วิว ข่าวเก่าเมื่อ มี.ค.2562 กรณีที่ประชุมคณะรัฐมนตรี อนุมัติผ่อนผันให้บริษัท ปูนซิเมนต์ไทยฯ  เข้าทำประโยชน์ในเขต ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าทับกวางและป่ามวกเหล็ก เพื่อทำเหมืองแร่หินอุตสาหกรรมชนิดหินปูน กว่า 3 พันไร่ จนสิ้นอายุประทานบัตร ปี 79

ยอด 52,298 วิว ข่าวเมื่อวันที่ 23 ต.ค.2563 กับปรากฎการณ์ แฮชแท็ก#23ตุลาวันตาสว่าง ติดเทรนด์ทวิตเตอร์ หลังหนุ่มชูรูป ร.9 เผชิญหน้าม็อบปลดแอก 20 ต.ค.ที่ผ่านมา ปล่อยคลิป ร.10 ชม "กล้ามาก กล้ามาก เก่งมาก ขอบใจ" ขณะที่ 'พุทธะอิสระ' นำสวมเสื้อเหลืองรอเฝ้ารับเสด็จฯ 

ยอด 51,929 วิว กับข่าวรายงานการปรากฏการณ์ Great Migration ครั้งใหญ่ในโลกเฟซบุ๊กหลังกลุ่ม "รอยัลลิสต์ มาร์เก็ตเพลส" (ที่มียอดสมาชิกกว่า 1 ล้าน) ถูกทางการไทยสั่งจำกัดการเข้าถึง ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ ผู้ก่อตั้งกลุ่มได้ตั้งกลุ่มใหม่ใช้เวลาเพียง 4 ชั่วโมงมีสมาชิกกลับมาเกือบ 3 แสนบัญชีสมาชิก ภายใน 1 สัปดาห์ก็มีสมาชิกครบ 1 ล้านแล้ว ปัจจุบันมียอดสมาชิกกว่า 2 ล้าน กลุ่มแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร วิพากษ์วิจารณ์การเมืองและสถาบันกษัตริย์ไทย 

ยอด 51,132 วิว ข่าวเมื่อวันที่ 19 ก.พ.63 ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนได้รับการร้องเรียนจากผู้ใช้ทวิตเตอร์ในบัญชีชื่อ “นิรนาม_” (@ssj_2475) (ไม่ประสงค์จะเปิดเผยชื่อสกุล) ซึ่งระบุตนเป็นหนุ่มอายุ 20 ปี อาศัยอยู่ในจังหวัดชลบุรี ว่าได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจค้นห้องพัก และพาตัวไปยังสภ.เมืองพัทยา โดยไม่มีหมายจับ ก่อนถูกแจ้งข้อกล่าวหาตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ เหตุทวิตภาพและข้อความที่เกี่ยวกับรัชกาลที่ 10 ล่าสุดเขาถูกนำตัวฝากขังต่อศาลพัทยา และศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัว อ้างคดีเป็นเรื่องร้ายแรง

เขาถูกแจ้งข้อกล่าวหาตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์จากการทวิตภาพและข้อความเกี่ยวกับรัชกาลที่ 10 โดยเขาถูกนำตัวฝากขังต่อศาลพัทยา โดยศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัว จากนั้น 24 ก.พ.63  ศาลอุทธรณ์ภาค 2 มีคำสั่งให้ประกัน #นิรนาม @ssj_2475 โดยให้วางหลักทรัพย์ 2 แสนบาท

โดยระหว่างนั้นในทวิตเตอร์มีการรณรงค์อย่างต่อเนื่อง  แฮชแท็ก #saveนิรนาม  #Freeนิรนาม ติดเทรนด์ทวิตเตอร์ประเทศไทย เนื้อหาเป็นการเรียกร้องการให้ประกันตัว หรือยุติการดำเนินคดี รวมทั้งวิพากษ์วิจารณ์สถาบันกษัตริย์ด้วย 

สำหรับ ทวิตเตอร์ ‘นิรนาม_’ หรือ @ssj_2475 นั้น มักทวิตข้อมูลเกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์มีการติดตามราว 149.5K บัญชีรายชื่อ

ยอด 50,550 วิว ข่าว 28 ก.พ.2563 ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ คำพิพากษาของศาลฎีกา ยื่นยกฟ้องทักษิณ ชินวัตร  อดีตนายกฯ พ้นข้อกล่าวหา ม.157 ความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ฯ คดี ป.ป.ช. ฟ้องครอบงำกิจการเอื้อพวกพ้อง 'คดีทีพีไอ'

ยอด 47,253 วิว ข่าวเมื่อ 18 ส.ค. 2563 ศาลจังหวัดพัทยาพิพากษาคดีที่ ‘บุปผา’ (นามสมมติ) ผู้ป่วยจิตเภท ถูกฟ้องฐานหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์และบรมวงศานุวงศ์ และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ รวม 13 ข้อความ โดยศาลไม่ลงโทษในข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 เนื่องจากจำเลยป่วยทางจิต ขาดเจตนาดูหมิ่น หมิ่นประมาท แต่ลงโทษตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ จำคุกข้อความละ 6 เดือน รวมเป็น 78 เดือน โทษจำคุกให้รอการลงโทษ 3 ปี และรักษาอาการป่วยอย่างต่อเนื่อง

เดิมคดีนี้ถูกฟ้องในศาลมณฑลทหารบกที่ 14 จ.ชลบุรี ช่วงกลางปี 2559 'บุปผา' ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำระหว่างรอการพิจารณาคดีในศาลทหารถึง 2 ปี กว่าจะได้รับการประกันตัว ก่อนคดีจะถูกโอนมายังศาลจังหวัดพัทยาเมื่อปี 2562 โดยพิจารณาคดีลับทั้งที่ศาลทหารชลบุรีและศาลจังหวัดพัทยา

ยอด 44,775 วิว ข่าวเมื่อวันที่ 15 เม.ย.ที่ผ่านมา ชายผู้ป่วยจิตเภทที่ถูกดำเนินคดีข้อหายุยงปลุกปั่น และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ จากการโพสต์เฟซบุ๊กเกี่ยวกับในหลวง ร.9 ทั้งในทางความเห็นและล้อเลียน พบลอยน้ำเสียชีวิตหลังฆ่าตัวตายเป็นครั้งที่ 3 เขาถูกศาลตัดสินจำคุก 2 ปี ประกันตัวออกมาเพื่ออุทธรณ์ เอกสารพิพากษาชี้ชัด แพทย์-พ่อ ระบุว่าเป็นจิตเภท

แสดงความคิดเห็น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ข่าวรอบวัน

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์