'เพื่อไทย' ตั้งคำถามรัฐสั่งล็อกดาวน์หลายพื้นที่ ไร้มาตรการเศรษฐกิจ

'โฆษกเพื่อไทย' ตั้งคำถามรัฐสั่งล็อกดาวน์อีกรอบหลายพื้นที่โดยไร้มาตรการเศรษฐกิจ เหตุตั้งแต่ระบาดรอบแรกประชาชนยังตั้งตัวไม่ได้ เจอวิกฤตซ้ำเดิมอีกรอบ - 'อนุสรณ์' ชี้โครงการเราเที่ยวด้วยกันเกิดปัญหาเยอะ สะท้อนรัฐบาลคิดไม่ครบถ้วน


อรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรคเพื่อไทย | ที่มาภาพ: พรรคเพื่อไทย

2 ม.ค. 2564 ผศ.ดร.อรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19 รอบใหม่ ที่ทวีความรุนแรงและน่าเป็นห่วงที่สุด ตัวเลขผู้ติดเชื้อพุ่งสูง ทั้งยังมีผู้ติดเชื้อกระจายไปเกือบทั่วประเทศ หลายพื้นที่ถูกสั่งปิดร้านค้า-สถานบริการ กระทบกับการจ้างงานและรายได้อย่างมหาศาล แต่รัฐกลับใช้มาตรการเดิมเหมือนไม่เรียนรู้การจัดการในครั้งที่ผ่านมา ซ้ำยังสั่งให้ประชาชนรับผิดชอบในสิ่งที่ตัวเองไม่ได้ทำ ทั้งที่ประชาชนป้องกันตัวเองด้วยเงินของตัวเองอย่างดีที่สุดมาโดยตลอด รัฐบาลไม่เคยช่วยเหลือ บรรเทา หรือป้องกันชีวิตประชาชนแม้แต่น้อย

โฆษกพรรคเพื่อไทย ระบุว่า สนามมวยสาเหตุระบาดหลักของการระบาดครั้งที่แล้ว มีเพียงการสั่งย้าย พลตรี ราชิต อรุณรังษี เจ้ากรมสวัสดิการทหารบก แค่ 2 เดือน และย้ายได้กลับเข้ากรมเดิมแล้ว ซึ่งรายงานข่าวระบุมีเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องรับผลประโยชน์แน่ แต่จนถึงนาทีนี้ยังจับมือใครดมไม่ได้ แม้กระทั่งเรื่องบ่อนการพนันในหลายจังหวัด เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ให้สัมภาษณ์ว่าเป็นโกดัง แต่ชุดตรวจสอบของจเรตำรวจระบุว่าเป็นบ่อน ชัดเจนว่าผู้ดูแลรับผิดชอบโดยตรงคือผู้มีอำนาจรัฐ หากไล่ลำดับชั้นขึ้นไปผู้ที่กำกับดูแลตำรวจและทหารคือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งเป็นทั้งนายกฯ เป็นประธานศูนย์โควิด-19 เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ซึ่งกำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ต้องสั่งการหาต้นตอการกระทำผิดและต้องหาผู้กระทำผิดทันที ไม่ใช่เพียงสั่งย้าย ตั้งกรรมการ หรือถามประชาชนว่าถ้ารู้ก็บอกมา แล้วเราจะมีผู้นำประเทศไว้เพื่ออะไร

“พล.อ.ประยุทธ์ ยังเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจที่ไม่เคยแก้ไขปัญหาปากท้องให้กับประชาชน โดยเฉพาะการระบาดรอบนี้ที่ประกาศล็อกดาวน์ สั่งปิดร้านค้ารายย่อยของประชาชนที่กำลังลืมตาอ้าปากได้ แต่ไม่ปิดห้างสรรพสินค้า จึงอยากถามว่าการระบาดของโควิด-19 เลือกสถานที่การติดเชื้อได้หรือไม่ อย่าให้ประชาชนตั้งคำถามว่า นอกจากจะ very กู้แล้ว ยังทำงานแบบ very bad ไร้ประสิทธิภาพ” ผศ.ดร.อรุณี กล่าว

'อนุสรณ์' ชี้โครงการเราเที่ยวด้วยกันเกิดปัญหาเยอะ สะท้อนรัฐบาลคิดไม่ครบถ้วน

ด้านนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึง ปัญหาการเข้าร่วมโครงการ “เราเที่ยวด้วยกัน” ที่เปิดให้ลงทะเบียนครั้งแรก เมื่อวันที่ 15 ก.ค. 2563 จำนวน 5 ล้านสิทธิ์ และเปิดให้ลงทะเบียนเพิ่มอีก 1 ล้านสิทธิ์ เมื่อวันที่ 28 ธ.ค. 2563 ว่าหลายๆ โครงการของรัฐบาลที่เปิดให้ประชาชนเข้าร่วมเกิดปัญหาและคำถามต่างๆ ตามมามากมาย มีปัญหาตั้งแต่ต้นทางการลงทะเบียน ช่องทางการลงทะเบียน สามารถลงทะเบียนผ่านช่องทางไหนบ้าง จำกัดจำนวนผู้ลงทะเบียนหรือไม่ จะตรวจสอบผลการลงทะเบียนอย่างไรและทำการแจ้งผลผ่านช่องทางไหน หากไม่มี E-Mail สามารถลงทะเบียนได้ไหม การใช้สิทธิ์สามารถใช้สิทธิ์ได้ทุกจังหวัดหรือไม่ หากประชาชนผู้เข้าร่วมโครงการ จ่ายชำระค่าจองที่พัก (60%) แล้วมีการยกเลิกการจอง จะต้องแจ้งอะไรกับทางภาครัฐหรือไม่ ยังคงใช้สิทธิ์ไปใช้จองที่ใหม่ได้อีกหรือไม่ โดยเฉพาะประเด็นการไม่สามารถเข้าพักในโรงแรมตามวันเวลาที่จองไว้ เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในจังหวัดที่จอง ซึ่งเป็นเหตุสุดวิสัยที่ไม่มีใครอยากให้เกิด โดยหลักของโครงการคือประชาชนชำระ 60% รัฐบาลสนับสนุน 40% แต่เมื่อเกิดปัญหาทางโรงแรมที่จองได้เรียกเก็บเงินค่าธรรมเนียมจากการเลื่อนวันเวลาเข้าพักเพิ่มอีก 40% ภาครัฐมีนโยบายอย่างไรหากมีการเลื่อนการเข้าพักจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จะอนุญาตให้โรงแรมเรียกเก็บเงินเพิ่มจากประชาชน หรือฝ่ายใดต้องเป็นผู้รับผิดชอบการดำเนินการในส่วนนี้

“โครงการ เราเที่ยวด้วยกัน ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ถ้าไม่คิดมาให้ครบถ้วน รอบด้าน ปล่อยให้มีปัญหาในการดำเนินการ ระวังจะกลายเป็นโครงการ เที่ยวลำพังรัฐบาล VERY กู้ เป็นนโยบายประชานิยม ที่ประชาชนไม่นิยม” นายอนุสรณ์ กล่าว

ที่มาเรียบเรียงจากเว็บไซต์พรรคเพื่อไทย [1] [2]
 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์