ศาล รธน.ไม่รับคำร้องขอวินิจฉัย ส.ส.ฝ่ายค้าน-รัฐบาล เสนอร่างแก้ไข รธน. เป็นการเปลี่ยนแปลงการปกครอง

ศาลรัฐธรรมนูญมีมติ 3 ประเด็นสำคัญ

  • ไม่รับคำร้อง 'ณฐพร' ขอวินิจฉัย ส.ส.ฝ่ายค้าน-รัฐบาล เสนอร่างแก้ไข รธน. เป็นการเปลี่ยนแปลงการปกครอง เหตุไม่มีสิทธิยื่นคำร้องต่อศาลได้ 
  • ไม่รับคำร้อง ตีความสถานะ ส.ส. 'สิระ' เหตุ 2 ส.ส.พท.ถอนชื่อ หลังประธานสภา ยื่นศาลเพียงวันเดียวส่งผลจำนวนเข้าชื่อไม่ครบตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด
  • ไม่รับคำขอเลื่อนวินิจฉัย สถานภาพ 'เทพไท' ชี้ยุติไต่สวนแล้ว หลักฐานเพียงพอ สั่งนัดวินิจฉัย 27 ม.ค. ตามนัดเดิม

7 ม.ค.2563 ข่าวสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญรายงานผลการประชุมปรีกษาคดีที่สำคัญเมื่อวันที่ 6 ม.ค.ที่ผ่านมาของศาลรัฐธรรมนูญ 3 ประเด็นด้วยกัน 

ดังนี้

ไม่รับคำร้อง 'ณฐพร' ขอวินิจฉัย ส.ส.ฝ่ายค้าน-รัฐบาล เสนอร่างแก้ไข รธน. เป็นการเปลี่ยนแปลงการปกครอง เหตุไม่มีสิทธิยื่นคำร้องต่อศาลได้

ศาลรัฐธรรมนูญมีมติไม่รับคำร้องกรณีที่ ณฐพร โตประยูร ใช้สิทธิในฐานะปวงชนชาวไทยและสิทธิพิทักษ์รัฐธรรมนูญ ยื่นคำร้องและคำร้องเพิ่มเติมขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 25 มาตรา 50 (1) และมาตรา 210วรรคหนึ่ง ประกอบ พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ 2561 มาตรา 7 มาตรา 41 วรรค 1 และข้อกำหนดศาลรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีรัฐธรรมนูญ 2562 ข้อ 6 ประกอบหลักกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเงียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน ว่า การกระทำของ สมพงษ์ อมรวิวัฒน์ และคณะ และวิรัช รัตนเศรษฐ และคณะ ที่เสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม ฉบับ…พ.ศ… จำนวน 2 ฉบับ เป็นกระทำเพื่อให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ขึ้นขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 3 และมาตรา 255 ซึ่งการกระทำดังกล่าวใช้บังคับไม่ได้ตามมาตรา 5 และร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม ฉบับ..พ.ศ… จำนวน 2 ฉบับดังกล่าวขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 3 มาตรา 5 และมาตรา 255 หรือไม่

ศาลเห็นว่า การยื่นคำร้องของนายณฐพร โดยอาศัยอำนาจตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ 2561 มาตรา 41 วรรคหนึ่ง จะต้องเป็นกรณีอยู่ในอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญตามมาตรา 7 ด้วย โดยความในมาตรา 13 บัญญัติไว้ว่าคดีอื่นที่รัฐธรรมนูญ กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายอื่นกำหนด ให้อยู่ในเขตอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งรัฐธรรมนูญมาตรา 25 มาตรา 50 (1) และมาตรา 210 วรรคหนึ่ง ที่ ณฐพร กล่าวอ้างไม่ให้สิทธิแก่ณฐพร ยื่นคำร้องโดยตรงต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อขอให้วินิจิฉัยตามคำร้องได้ เมื่อนายณฐพรไม่ดำเนินการตามหลักเกณฑ์ตามวิธีการเงื่อนไขที่กำหนดไว้ ศาลจึงไม่อาจรับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัยได้

ไม่รับคำร้อง ตีความสถานะ ส.ส. 'สิระ' เหตุ 2 ส.ส.พท.ถอนชื่อ หลังประธานสภา ยื่นศาลเพียงวันเดียวส่งผลจำนวนเข้าชื่อไม่ครบตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด

ศาลรัฐธรรมนูญ มีคำสั่งไม่รับคำร้อง กรณีที่ประธานสภาผู้แทนราษฎรส่งความเห็นของ ส.ส.พรรคฝ่ายค้าน 50 คน เพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 82 ว่า สมาชิกภาพ ส.ส. ของ สิระ เจนจาคะ สิ้นสุดลงตาม รัฐธรรมนูญ มาตรา 101 (6) ประกอบมาตรา 98 (10) หรือไม่ จากกรณี นายสิระ เคยต้องคำพิพากษาของศาลแขวงปทุมวันกระทำความผิดอาญาฐานฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341

โดยศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่า รัฐธรรมนูญ มาตรา 82 วรรคหนึ่ง กำหนดจำนวน ส.ส.ที่มีสิทธิเข้าชื่อร้องต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร ว่า สมาชิกภาพของส.ส.สิ้นสุดลงไว้ นั้น ต้องมีจำนวนไม่น้อยกว่า 1 ใน 10 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร

เมื่อปรากฏข้อเท็จจริงว่า ขณะยื่นคำร้องและคำร้องเพิ่มเติมนั้น สภาผู้แทนราษฎรมี ส.ส. จำนวน 487 คน และต่อมาประธานสภาผู้แทนราษฎร ยื่นคำร้องเพิ่มเติมลงวันที่ 29 ธ.ค.2563 แจ้งต่อศาลรัฐธรรมนูญว่า มี ส.ส. จำนวน 2 คน คืออนุรักษ์ บุญศล และ อาภรณ์ สาราคำ ส.ส. พรรคเพื่อไทย ขอถอนชื่อออกจากการเข้าชื่อเสนอคำร้อง ฉบับลงวันที่ 28 ธ.ค. 2563 มีผลให้จำนวน ส.ส.ที่เข้าชื่อเหลือเพียง 48 คน ซึ่งเป็นจำนวนน้อยกว่า 1 ใน 10 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎรตามที่รัฐธรรมนูญ มาตรา 82 วรรคหนึ่งบัญญัติ ทำให้คำร้องนี้ไม่ต้องด้วยหลักเกณฑ์และเงื่อนไขตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 82 วรรคหนึ่ง จึงไม่รับคำร้องนี้ไว้พิจารณาวินิจฉัย 

ไม่รับคำขอเลื่อนวินิจฉัย สถานภาพ 'เทพไท' ชี้ยุติไต่สวนแล้ว หลักฐานเพียงพอ สั่งนัดวินิจฉัย 27 ม.ค. ตามนัดเดิม

ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งไม่รับคำร้องขอของเทพไท เสนพงศ์ ส.ส. นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ฉบับลงวันที่ 5 ม.ค. ที่ขอให้เลื่อนการวินิจฉัยและการอ่านคำวินิจฉัยวันที่ 27 ม.ค. ในคดีที่ กกต.ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าสมาชิกภาพของเทพไท สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา101(6) ประกอบมาตรา 98(4) และมาตรา 96(2) หรือไม่จากเหตุศาลนครศรีธรรมราชมีคำพิพากษาจำคุก 2 ปี ไม่รอการลงอาญา และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งมีกำหนด 10 ปี นับแต่วันที่มีคำพิพากษา จากกรณีร่วมกระทำผิดทุจริตเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อปี 2557 ออกไปจนถึงวันที่ 25 มี.ค. เพื่อรอฟังคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 8 รวมทั้งไม่รับคำขอที่ให้ศาลสั่งให้บุคคลที่นายเทพไทอ้างเป็นพยาน ได้แก่ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ และคมสัน โพธิ์คง ให้ถ้อยคำเป็นลายลักษณ์อักษรต่อศาล

ศาลให้เหตุผลว่า ศาลได้ดำเนินกระบวนพิจารณาคดีนี้ตามรัฐธรรมนูญและ พ.ร.ป. ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ 61 โดยในการพิจารณาคดีเมื่อวันที่ 23 ธ.ค.2563 ศาลสั่งให้ยุติการไต่สวนแล้ว เนื่องจากคดีเป็นปัญหาข้อกฎหมายและมีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะพิจารณาวินิจฉัยได้ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ มาตรา 58 วรรคหนึ่ง ไม่มีเหตุผลที่จะกลับคำสั่งเดิม จึงไม่รับอนุญาตตามที่นายเทพไทร้องขอ

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์