4 สถิติที่จะทำให้มอง COVID-19 ใกล้ชิดกับความเจ็บปวดระดับปัจเจกบุคคลมากขึ้น

ช่วงเดือน ธ.ค.63 สถิติผู้เสียชีวิตจาก COVID-19 ในสหรัฐฯ มีอัตราเพิ่มสูงขึ้นประมาณ 2,000 หรือ 3,000 ต่อวัน อย่างไรก็ตามนอกจากตัวเลขที่ดูเป็นสถิติใหญ่ๆ แล้ว ดิแอตแลนติคนำเสนอตัวเลขที่สะท้อนถึงความเจ็บปวดในระดับปัจเจกบุคคล

นอกจากตัวเลขสถิติใหญ่ๆ เกี่ยวกับผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตจาก COVID-19 ที่ทำให้ความเจ็บปวดเหล่านี้ดูห่างไกลและชวนให้เฉยชาแล้ว สื่อดิแอตแลนติดได้นำเสนอตัวเลขสถิติ 4 ประการที่ทำให้ผู้คนรู้สึกว่าเหตุการณ์โรคระบาดนี้อยู่ใกล้ชิดกับชีวิตเรามากกว่าที่คิด

1. โดยเฉลี่ยแล้ว ประชาชนชาวสหรัฐฯ ที่เสียชีวิตจาก COVID-19 ชีวิตของพวกเขาหายไป 13 ปี

สเตเฟน เอลลีจ จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดเปรียบเทียบอายุของผู้คนที่เสียชีวิตจาก COVID-19 ในสหรัฐฯ กับอายุคาดเฉลี่ยของพวกเขาถ้าหากพวกเขาไม่ต้องเผชิญกับโรค COVID-19 โดยอาศัยข้อมูลจากสำนักงานสวัสดิการสังคม
ผลออกมาว่าถ้าหากผู้คนไม่ติดโรคนี้จนเสียชีวิตพวกเขาจะมีอายุไขไปอีกประมาณ 13 ปีโดยเฉลี่ย แต่นั่นหมายความว่าจากค่าเฉลี่ยนี้เอามาคิดรวมกับคนที่เสียชีวิตตั้งแต่อายุยังเยาว์วัยจากโรคนี้ซึ่งหมายความว่าพวกเขาสูญเสียเวลาที่ควรจะได้มีชีวิตออยู่ต่อไปอย่างมาก

เรื่องนี้เอลลีจต้องการชี้ให้เห็นว่าเวลาที่คนพูดถึง COVID-19 พวกเขามักจะพูดถึงว่าผู้คนที่เป็นโรคนี้มักจะเป็นผู้สูงอายุที่ใกล้จะเสียชีวิตอยู่แล้ว แต่เหตุใดพวกเขากลับไปคิดว่าถึงแม้ผู้เสียชีวิตจะเป็นคนอายุ 70-75 ปี แต่พวกเขาก็อาจจะมีชีวิตไปได้อีก 10-15 ปี นั่นยังไม่นับรวมคนอายุน้อยที่อาจจะสูญเสียเวลาที่ควรจะได้มีชีวิตอยู่ไปอีกถึง 40 ปี เมื่อนำมารวมกันแล้วผู้คนจะสูญเสียเวลาในชีวิตไปราว 4.5 ล้านป

2. เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 ที่อายุคาดเฉลี่ยแต่กำเนิดของชาวสหรัฐฯ ทั้งหมดลดลงมา 1 ปีเต็ม

แพทริก ฮิวเวลีน นักประชากรศาสตร์จากสหภาพเสรีภาพพลเมืองอเมริกันประเมินว่าเมื่อปี 2563 จบลงแล้ว มีการเสียชีวิตในสหรัฐฯ มากพอที่จะทำให้อายุคาดเฉลี่ยทั้งหมดของประชากรในสหรัฐฯ ลดลงจาก 78.8 ปี ในปี 2562 เหลือ 77.7 ปี ในปี 2563 ซึ่งในหลายสิบปีที่ผ่านมาไม่เคยมีอะไรที่ทำให้อายุคาดเฉลี่ยประชากรลดลงได้ขนาดนี้ไม่ว่าจะเป็นช่วงเอดส์ระบาดหรือช่วงเกิดวิกฤตสารเสพติดประเภทโอพิออยด์

ถึงแม้ว่าฮิวเวลีนจะเตือนว่าอายุคาดเฉลี่ยเป็นการคำนวนเชิงการทดลองทางความคิดที่อาศัยการประมาณการมากกว่าหลักฐาน แต่การที่อายุคาดเฉลี่ยประชากรทั้งหมดลดลงมากเท่านี้ถือเป็นสิ่งที่นานๆ จะเกิดขึ้นสักครั้งใปนระวัติศาสตร์สหรัฐฯ

3. คนดำมีโอกาสเสียชีวิตจาก COVID-19 มากกว่าคนขาว ในระดับ 1 ใน 800 ต่อ 1 ใน 1,325 ชนพื้นเมืองเผชิญหนักที่สุด

จากการวิเคราะห์ของโครงการเกี่ยวกับโคโรนาไวรัสของศูนย์วิจัยเอพีเอ็มระบุถึงอัตราการเสียชีวิตเปรียบเทียบระหว่างคนเชื้อชาติสีผิวต่างๆ พบว่า คนขาวมีโอกาสเสียชีวิตจาก COVID-19 ในอัตรา 1 ใน 1,325 คน ขณะที่คนดำมีโอกาสเสียชีวิตในอัตรา 1 ใน 800 คน ส่วนชนพื้นเมืองอเมริกันได้รับผลกระทบหนักที่สุดโดยมีอัตราการเสียชีวิตอยู่ที่ 1 ใน 750 คน ชาวเกาะแปซิฟิกมีโอกาสเสียชีวิต 1 ใน 1,100 คน ชาวละติน 1 ใน 1,150 คน และชาวเอเชียอเมริกัน 1 ใน 1,925 คน

ในเรื่องนี้ดิแอตแลนติคยังระบุว่ามันแสดงให้เห็นถึงช่องว่างความเหลื่อมล้ำระหว่างคนขาวกับคนดำและคนเชื้อชาติสีผิวอื่นๆ ในสหรัฐฯ เพราะถึงแม้ว่าคนสูงอายุมีโอกาสเสียชีวิตมากกว่าคนอายุยังน้อย แต่กลุ่มคนดำที่มีสัดส่วนประชากรสูงอายุน้อยกว่าเมื่อเทียบกับคนขาวกลับมีอัตราการเสียชีวิตมากกว่า

4. ชาวอเมริกันประมาณ 3.1 ล้านคนสูญเสียญาติพี่น้องที่ใกล้ชิดของตัวเองไปเพราะ COVID-19

แอชตัน เวอร์เดอรี นักสังคมวิทยาจากรัฐเพนน์เป็นผู้ที่ร่วมทำการประเมินตัวเลขนี้ โดยมีนิยามของญาติพี่น้องที่ใกล้ชิดนั้นรวมถึงปู่ย่าตายาย, พ่อแม่, สามีภรรยา, พี่น้อง และลูกๆ มีการประเมินจำนวนผู้สูญเสียญาติพี่น้องจากโมเดลที่เรียกว่า "ตัวคูณผู้สูญเสียบุคคลที่รัก" (bereavement multiplier) ซึ่งระบุว่าในหนึ่งคนที่เสียชีวิตจะมีผู้ไว้ทุกข์จากการสูญเสียประมาณ 9 คน เมื่อคิดจากตัวเลขผู้เสียชีวิตจาก COVID-19 ในสหรัฐฯ แล้วจำนวนผู้ไว้ทุกข์จะอยู่ที่ประมาณ 3.1 ล้านคน

ในช่วงที่มีการนำเสนอรายานนี้เมื่อต้นเดือน ม.ค. 2564 ตัวเลขผู้เสียชีวิตในสหรัฐฯ อยู่ที่ประมาณเกือบ 350,000 คน ถึงแม้ว่าในช่วงไม่นานนี้จะมีข่าวดีว่าวัคซีนมีประสิทธิภาพแต่การที่ช่วงฤดูหนาวมีโอกาสที่จะทำให้ให้ไวรัสแพร่กระจายได้มากกว่าก็อาจจะทำให้ตัวเลขผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น

รียบเรียงจาก : 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์