'ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน-iLaw' ชี้ตำรวจไม่มีอำนาจคุมตัวผู้ร่วมชุมนุมไว้ที่ ตชด.ภาค 1 แล้ว

เมื่อวันที่ 16 ม.ค. 2564 สยามรัฐออนไลน์ รายงานว่าจากกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมผู้ร่วมชุมนุมบริเวณสามย่านมิตรทาวน์ จำนวน 4 คน ก่อนนำตัวไปที่กองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 1 ต.คลองห้า อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 16 ม.ค. ที่ผ่านมา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทนายความของศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน และ น.ส.เบญจา แสงจันทร์ ส.ส.พรรคก้าวไกล เดินทางมาช่วยดูเรื่องคดี โดย นายนรเศรษฐ์ นาหนองตูม ทนายความศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน กล่าวว่า "ตำรวจไม่มีอำนาจควบคุมตัวคนไว้ที่ ค่าย ตชด. เพราะตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 83 จะต้องพาตัวผู้ถูกจับยังไปยังที่ทำการของพนักงานสอบสวน ได้แก่ สน.พญาไท และ สน.ปทุมวัน การนำตัวไปควบคุมไว้ที่ ค่าย ตชด. จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย"

ต่อมาเวลา 22.00 น. ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนได้ทวีตข้อความและภาพผ่านทวิตเตอร์ TLHR / ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ระบุว่า "ผู้ถูกควบคุมตัวทั้ง 4 ที่หน้าสามย่านมิตรทาวน์ จากม็อบ16มกรา ยื่นหนังสือให้ พสส. ปล่อยตัวเนื่องจากควบคุมตัวในสถานที่ไม่ชอบ โดยให้นำตัวทั้งหมดไปควบคุมไว้ที่ สน.ปทุมวันซึ่งเป็นสน. ที่เกิดเหตุ แทนการควบคุมตัวไว้ที่ ตชด.ภาค1 โดยไม่มีอำนาจตามประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินร้ายแรงแล้ว"

นอกจากนี้ iLaw ยังระบุว่าจนถึง 16 ม.ค. 2564 เมื่อตำรวจจับกุมผู้ที่แสดงออกทางการเมืองแล้ว หลายครั้งยังนำตัวไปควบคุมที่กองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดน ภาค 1 ตำบลคลองห้า อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี หรือ "ตชด.ภาค1" ซึ่งอยู่ห่างไกลจากจุดเกิดเหตุ ไม่สะดวกสำหรับเพื่อนหรือญาติที่จะตามไปเยี่ยม และทนายความที่จะตามไปทำหน้าที่ร่วมฟังการสอบสวน
การควบคุมตัวผู้ถูกจับที่ ตชด.ภาค1 เริ่มจากวันที่ 15 ตุลาคม พ.ศ.2563

พล.ต.อ. สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง ออกประกาศฉบับที่ 1/2563 เรื่องกำหนดสถานที่ควบคุม http://www.nsc.go.th/wp-content/uploads/2020/10/Emerg-06.pdf ให้ใช้ ตชด.ภาค1, กรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ หรือ​ "ราบ11" และ ค่ายนวมินทราชินี จังหวัดชลบุรี เป็นสถานที่ควบคุมตัว

ประกาศดังกล่าวออกโดยอาศัยอำนาจ จากการประกาศ "สถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง" ของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งประกาศออกมาในวันเดียวกัน และมอบหมายให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีอำนาจหน้าที่ 
หลังจากนั้นประชาชนยังได้ฟ้องศาลแพ่งเพื่อให้เพิกถอนการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง เนื่องจากไม่มีเงื่อนไขให้ออกประกาศนี้ได้ คดียังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลแพ่ง แต่ต่อมาวันที่ 22 ต.ค. 2563 พล.อ.ประยุทธ์ ก็ยกเลิกการประกาศ "สถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง" ไปแล้ว โดยในประกาศยกเลิกสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงยังระบุไว้ในข้อ 2 ด้วยว่า ให้บรรดาข้อกำหนด ประกาศ​และคำสั่ง ที่ออกตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง "เป็นอันสิ้นสุดลง" http://www.ratchakitcha.soc.go.th/.../2563/E/248/T_0001.PDF ประกาศฉบับที่ 1/2563 เรื่องกำหนดสถานที่ควบคุม จึงถูกยกเลิกไปแล้ว

การควบคุมตัวประชาชนเพื่อดำเนินคดี จึงต้องใช้หลักการตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ซึ่งกำหนดไว้ ดังนี้
        
"มาตรา ๘๓ ในการจับนั้น เจ้าพนักงานหรือราษฎรซึ่งทำการจับต้องแจ้งแก่ผู้ที่จะถูกจับนั้นว่าเขาต้องถูกจับ แล้วสั่งให้ผู้ถูกจับไปยังที่ทำการของพนักงานสอบสวนแห่งท้องที่ที่ถูกจับพร้อมด้วยผู้จับ เว้นแต่สามารถนำไปที่ทำการของพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบได้ในขณะนั้น ให้นำไปที่ทำการของพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบดังกล่าว แต่ถ้าจำเป็นก็ให้จับตัวไป...."
         
"มาตรา ๘๔ เจ้าพนักงานหรือราษฎรผู้ทำการจับต้องเอาตัวผู้ถูกจับไปยังที่ทำการของพนักงานสอบสวนตามมาตรา ๘๓ โดยทันที และเมื่อถึงที่นั้นแล้ว ให้ส่งตัวผู้ถูกจับแก่พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจของที่ทำการของพนักงานสอบสวนดังกล่าว...."

จากมาตรา 83 และ 84 จะเห็นได้ว่า คนถูกจับจะต้องถูกพาตัวไปสถานที่ใดสถานที่หนึ่งโดยทันที ระหว่าง 
1) สถานีตำรวจท้องที่ที่ถูกจับ หรือ
2) สถานีตำรวจของเจ้าของคดี ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นที่เดียวกับท้องที่ที่เกิดเหตุนั่นเอง

หลักการในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มีขึ้นเพื่อรับรองสิทธิของผู้ที่ถูกจับกุมว่าจะต้องถูกนำตัวเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมาย ไม่ให้ถูกพาตัวไปที่อื่นซึ่งระบุไม่ได้ ที่เสี่ยงต่อการปฏิบัติที่ไม่ถูกต้องต่อผู้ถูกจับกุมได้ การเอาตัวผู้ถูกจับกุมไปยัง ตชด.1 โดยไม่มีกฎหมายให้อำนาจทำเช่นนั้นได้ จึงเป็นการปฏิบัติที่ผิดจากกฎหมาย

 

จนถึง 16 มกราคม 2564 เมื่อตำรวจจับกุมผู้ที่แสดงออกทางการเมืองแล้ว...

โพสต์โดย iLaw เมื่อ วันเสาร์ที่ 16 มกราคม  2021

 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์