เปิด ‘บางคูวัดโมเดล’ ใช้งบ กปท. จัดทำมาตรการเชิงรุกหยุดโควิด-19 ในชุมชน

เทศบาลเมืองบางคูวัด จ.ปทุมธานี ใช้งบกองทุนหลักประกันสุขภาพในระดับท้องถิ่น (กปท.) หรือ “กองทุนสุขภาพตำบล” หยุดเชื้อโควิด-19 ในชุมชน พร้อมจัดตั้งจุดคัดกรอง 24 ชั่วโมง ระดมภาคีเครือข่ายเข้าตรวจสอบพื้นที่เชิงรุก

เมื่อวันที่ 20 ม.ค. 2564 คณะผู้บริหารสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) พร้อมด้วยนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดปทุมธานี ลงพื้นที่เทศบาลเมืองบางคูวัด อ.เมือง จ.ปทุมธานี เยี่ยมชมการดำเนินโครงการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด-19 ซึ่งใช้งบประมาณจากกองทุนหลักประกันสุขภาพในระดับท้องถิ่น (กปท.) หรือกองทุนสุขภาพตำบล ในการจัดทำชุดดูแลสุขภาพ จัดซื้ออุปกรณ์ รวมทั้งจัดตั้งจุดคัดกรองบริเวณด่านป้อมตำรวจเขตบางคูวัด และระดมภาคีเครือข่ายตรวจสอบพื้นที่เชิงรุก  

นางสุรีรัตน์ กณาพันธุ์  รองปลัดเทศบาลเมืองบางคูวัด อ.เมือง จ.ปทุมธานี เปิดเผยว่า เทศบาลเมืองบางคูวัด ได้ใช้งบประมาณจาก กปท.เทศบาลเมืองบางคูวัด มาใช้ในการบริหารจัดการ เพื่อป้องกันโควิด-19 โดยได้นำงบประมาณจำนวน 991,365 บาท มาใช้ดำเนินการได้อย่างเท่าทันสถานการณ์  

สำหรับเงินดังกล่าว ได้นำมาจัดทำชุดดูแลสุขภาพให้กับกลุ่มเป้าหมายหลัก 4 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มผู้สูงอายุ กลุ่มผู้พิการ กลุ่มภูมิคุ้มกันบกพร่อง และอาสาสมัครป้องกันโรคโควิด-19 นอกจากนี้ได้มีการนำงบประมาณมาบริหารจัดการจัดซื้อผ้าปิดปาก-จมูก เจลแอลกอฮอล์และวัสดุต่างๆ ที่จำเป็นในการป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อในชุมชน ฝึกอบรมให้ความรู้ในการป้องกันการแพร่ระบาดแก่อาสาสมัคร จำนวน 50 คน ในการลงพื้นที่เยี่ยมบ้านและสอบสวนโรค 

ในส่วนของการบริหารจัดการพื้นที่ ได้แบ่งงานออกเป็น 3 ส่วนหลักๆ ได้แก่ 1. ทีมด่านหน้า จัดกลุ่มคัดกรองตลอด 24 ชั่วโมง โดยความร่วมมือของภาคีเครือข่ายในพื้นที่ 2. ทีมควบคุมกลุ่มเสี่ยงต่ำที่มีการเดินทางระหว่างจังหวัดที่มีพื้นที่เสี่ยง โดยมีการพื้นที่กักตัวที่บ้าน Home quarantine เป็นเวลา 14 วัน และจะมีกลุ่มอาสาสมัครคอยดูแลและจดบันทึกข้อมูล 3. ทีมป้องกันเมื่อพบผู้ป่วยที่เสี่ยงสูง ซึ่งทางโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) บางคูวัด จะนำทีมสอบสวนโรคเพื่อตรวจคัดกรองอีกครั้ง หากพบว่ามีอัตราเสี่ยงสูงจะนำส่งไปที่โรงพยาบาลปทุมธานีเพื่อเข้าสู่กระบวนการรักษาต่อไป 

นพ.สุรินทร์ สืบซึ้ง นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดปทุมธานี กล่าวว่า จ.ปทุมธานีซึ่งถือเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุด ได้มีมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยเน้นย้ำถึงมาตรการตามแนวทางประกาศตามคำสั่งของจังหวัด มีการปิดสถานที่เสี่ยงทั้งหมด เช่น ตลาด สถานที่แออัด รวมไปถึงการคัดกรองกลุ่มเสี่ยงที่มาจากจังหวัดอื่น รวมถึงมาตรการลดการเดินทางของประชาชนในพื้นที่ด้วย 

ทั้งนี้ การที่มีท้องถิ่น เทศบาล หรือองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) เข้ามาช่วยดูแลด้านสาธารณสุขในพื้นที่ถือเป็นเรื่องที่ดีมาก โดยเฉพาะกองทุนหลักประกันสุขภาพระดับท้องถิ่นที่ได้เข้ามาช่วยด้านสาธารณสุข ช่วยระงับยับยั้งสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคได้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากงบประมาณของกองทุนนี้สามารถใช้ได้อย่างคล่องตัว 

ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เปิดเผยว่า กปท. เป็นความร่วมมือระหว่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) และ สปสช. ในการดูแลสุขภาพให้กับชาวบ้านในพื้นที่ ใช้การมีส่วนร่วมในชุมชน ซึ่งนอกจากมุ่งส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคแล้ว ยังร่วมถึงการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดเพื่อแก้ไขปัญหาสาธารณสุข อย่างเช่นกรณีสถานการณ์โรคโควิด-19 ที่เทศบาลเมืองบางคูวัดได้นำงบ กปท. ปีงบประมาณ 2564 มาเป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนงานป้องกันและควบคุมโควิด-19 อย่างมีประสิทธิภาพ 

“กลไก กปท. เปรียบเสมือนภาพจิ๊กซอว์ แต่ละท้องถิ่นเป็นเหมือนกับจิ๊กซอว์ชิ้นหนึ่ง หากแต่ละท้องถิ่นขับเคลื่อนงานป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดโควิด-19 ด้วยกลไก กปท. นี้ เชื่อว่าจะก่อให้เกิดพลังรวมกันและจะทำให้ประเทศไทยฝ่าวิกฤตโควิด-19 นี้ไปได้”รองเลขาธิการ สปสช. กล่าว 

อนึ่ง จากข้อมูลสำนักสนับสนุนระบบบริการสุขภาพชุมชน สปสช. ปีงบประมาณ 2563 มี อปท.จำนวน 5,204 แห่ง จากทั้งหมด 7,740 แห่ง หรือร้อยละ 67.2 ที่ได้ใช้เงินจาก กปท. ในการจัดทำโครงการที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 รวมทั้งสิ้น 20,053 โครงการ เป็นเงิน 990 ล้านบาท ส่วนในปีงบประมาณ 2564 (ข้อมูล ณ วันที่ 20 ม.ค.) มี อปท. จำนวน 1,577แห่ง ที่ได้ดำเนินโครงการที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 ไปแล้วจำนวน 4,007 โครงการ ใช้งบประมาณไปแล้วกว่า 168.4 ล้านบาท 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์