ป้าย #saveบางกลอย โผล่อีก 'กทม.-ร้อยเอ็ด-เลย' จี้หยุดล่าอาณานิคมจากชุมชนชาติพันธุ์

ป้าย #saveบางกลอย โผล่ 'กทม.-ร้อยเอ็ด-เลย' ชี้ หยุดล่าอาณานิคมจากชุมชนชาติพันธุ์ ด้านกะเหรี่ยงตะวันตกย้ำ รัฐยันใช้มาตรการทางกฎหมาย ปิดทางแก้ปัญหาโดยสันติ

จังหวัดร้อยเอ็ด บริเวณ Street Art และประตูบึงพลาญชัย

24 ม.ค.2564 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่าวันนี้ (24 ม.ค. 64) เวลาประมาณ 20.00 น.  มีผู้พบป้าย #saveบางกลอย ระบุเพิ่มเติม “หยุดล่าอาณานิคมจากกลุ่มชาติพันธุ์” แขวนอยู่บนสะพานลอยหน้าการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สำนักงานใหญ่) ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ แขวงมักกะสัน เขตราชเทวีกรุงเทพฯ ในเวลาใกล้เคียงกันยังปรากฏป้าย #saveบางกลอย ที่จังหวัดร้อยเอ็ด บริเวณ Street Art และประตูบึงพลาญชัย รวมทั้งปรากฏภาพการเคลื่อนไหวจากกิจกรรมราษฎรออนทัวร์ที่จังหวัดเลยเมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา

กิจกรรมราษฎรออนทัวร์ที่ จ.เลย ที่มาภาพจากเฟซบุ๊ก จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา 

นับเป็นวันที่ 3 ที่ปรากฏภาพการเคลื่อนไหวกรณีชาวกะเหรี่ยงบางกลอยล่าง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ไม่ต่ำกว่า 80 คนเดินเท้ากลับบางกลอยบน-ใจแผ่นดิน ตั้งแต่วันที่ 14 ม.ค. ที่ผ่านมา เริ่มจากการเคลื่อนไหวของ “บอย” ธัชพงศ์ แกดำ เมื่อวันที่ 22 ม.ค. ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ กรุงเทพฯ การเคลื่อนไหวที่จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 23 ม.ค. และสืบเนื่องมาจนถึงวันนี้  

ธัชพงศ์ นักกิจกรรม โพสต์ภาพความเป็นอยู่ข้างกะเหรี่ยงบางกลอยที่บางกลอยบน-ใจแผ่นดินที่อพยพขึ้นไป ระบุว่า เพราะการถูกไล่ให้มาอยู่ข้างล่างต้องเผชิญกับความทุกข์ยากลำบาก ทั้งพิษเศรษฐกิจจากโควิด-19 การถูกเอารัดเอาเปรียบสารพัด และการเข้าไม่ถึงสิทธิสวัสดิการต่างๆ ของรัฐ

“ชาวบ้านบางกลอย ต้องทนทุกข์ทรมานอยู่กับความหวาดกลัวจากเจ้าหน้าที่รัฐและความยากจนข้นแค้นจากการถูกไล่ที่ให้ลงมาอยู่ข้างล่างนานหลายปีโดยไม่ได้รับการแก้ไขปัญหา หรือ เยียวยาดูแลจากภาครัฐตามความเหมาะสมและทั่วถึง” ธัชพงศ์ กล่าว

เกรียงไกร ชีช่วง ผู้ประสานงานเครือข่ายกะเหรี่ยงเพื่อวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม เขตงานตะนาวศรี เห็นว่า การเคลื่อนไหวในพื้นที่เมือง 2-3 วันที่ผ่านมานี้ ช่วยสร้างความตระหนักรู้ต่อประเด็นนี้อย่างกว้างขวาง ตนขอบคุณที่มีประชาชนจำนวนมากออกมาเรียกร้องเพื่อกลุ่มชาติพันธุ์

ผู้ประสานงานเครือข่ายกะเหรี่ยงฯ ยังกล่าวถึงสถานการณ์ปัจจุบันว่า ยังทรงๆ อยู่ แต่ก็ยังน่าห่วงกังวล ทั้งเรื่องสวัสดิภาพ ความเป็นอยู่ อาหารที่เริ่มขาดแคลน แต่ที่น่าเป็นห่วงที่สุดคือท่าทีจากอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน โดยช่วงเช้านี้ มานะ เพิ่มพูน หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานและคณะ ได้บินสำรวจป่าแก่งกระจาน พบการบุกรุกแผ้วถางป่าที่บ้านบางกลอยบน 10 จุด ประมาณ 20 ไร่ จึงเตรียมส่งเจ้าหน้าที่พิสูจน์ทราบติดตามผู้กระทำผิด ย้ำเจ้าหน้าที่ต้องรักษากฏหมาย และจะหาทางพูดคุยกับชาวบ้านบางกลอยที่อพยพกลับใจแผ่นดิน เพื่อหาทางออกร่วมกัน

“เวลาเขาให้สัมภาษณ์ เขาพูดถึงแต่เรื่องผิดกฎหมาย เจอจระเข้ เจอป่าถูกถาง แสดงให้เห็นว่าเขาไม่ได้ตั้งใจลงมาเพื่อพูดคุยกันดีๆ หาแนวทางไกล่เกลี่ยเหมือนที่คุยกันที่กระทรวง เขายังให้สัมภาษณ์กับสื่อว่าเขาจะดำเนินคดีอยู่เลย” เกรียงไกรกล่าว และย้ำว่า เฉพาะหน้ารัฐไม่ควรใช้มาตรการทางกฎหมายเพียงอย่างเดียว ถ้ายึดตามกฎหมายอย่างไรชาวบ้านก็ผิด รวมทั้งไม่ควรสนธิกำลังกับทหารซึ่งสุ่มเสี่ยงที่จะนำไปสู่ความรุนแรงแบบที่เคยเกิดขึ้นเมื่อปี 2554 และรัฐควรต้องพยายามหาทางออกในทางนโยบายเพื่อให้ชาวบ้านได้กลับคืนสู่ถิ่นเดิม คือบ้านบางกลอยบน ใจแผ่นดิน ต่อไป

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

พื้นที่ประชาสัมพันธ์