ใบตองแห้ง: แจ้งจับคือขาดทุน

 ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ตั้งคำถามการจัดซื้อวัคซีนแอสตราเซเนกา ผ่านการถ่ายทอดเทคโนโลยีให้บริษัทสยามไบโอไซเอนซ์ (SBS) ประยุทธ์เดือดแค้นประกาศเอาผิด แล้วพุทธิพงษ์ กปปส. ก็ตอบสนองทันใจ ส่งคนไปแจ้ง ปอท.ทั้ง พ.ร.บ.คอมพ์ และ 112 โทษร้ายแรง

ได้ผลไหม ได้สิ สื่อต่างชาติเพิ่งประโคมข่าวคุก “อัญชัญ” 87 ปี ก็ตีข่าว 112 อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ต่อเนื่องกันไป ในประเทศก็เปลี่ยนประเด็น แทนที่จะถกเถียงกันว่าเรื่องที่ธนาธรพูดกับที่รัฐบาลชี้แจง ใครมีน้ำหนักกว่า ก็กลายเป็นถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่า เรื่องนี้พูดไม่ได้ ตรวจสอบไม่ได้?

ว่าที่จริง ถ้าแหวกคำพูดเฟ้อๆ ของฝ่ายรัฐ เอาเนื้อหาสาระมาจัดลำดับใหม่ ก็พอเข้าใจได้ ถึงที่มาที่ไป เจตจำนง ในการสนับสนุนให้ SBS ได้รับถ่ายทอดเทคโนโลยี

ผอ.สถาบันวัคซีนชี้แจงว่า รัฐบาลไม่ได้เป็นผู้เลือก SBS แอสตราเซเนกาเลือกเอง ผ่านความสัมพันธ์ระหว่าง SCG กับมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดกว่าสิบปี แต่การที่ SBS จะได้รับถ่ายทอดเทคโนโลยี เป็นผู้ผลิตวัคซีนปีละ 200 ล้านโดสจำหน่ายในภูมิภาคนี้ ก็ต้องทำงานร่วมกันเป็น “ทีมไทยแลนด์” โดยรัฐต้องสนับสนุน 2 ข้อคือ ซื้อวัคซีนแอสตราฯ 26 ล้านโดส และสนับสนุนงบ 595 ล้านพัฒนาศักยภาพ SBS (SCG ให้อีก 100 ล้าน) โดย 595 ล้านนี้จะได้คืนเป็นวัคซีน

พอเข้าใจได้ในมุมมองของรัฐว่า ถ้าบริษัทไทยจะได้รับถ่ายทอดเทคโนโลยี เป็นผู้ผลิตวัคซีนในอาเซียน ก็ถือเป็นความอุ่นใจ เป็นความมั่นคงทางสาธารณสุข ควรสนับสนุน ไหนๆ เราก็ต้องซื้อวัคซีนอยู่แล้ว

แต่ปัญหาของรัฐบาลคือ ไม่ได้ชี้แจงอย่างนี้เสียตั้งแต่ต้น ตั้งแต่การแถลงข่าวในเดือน พ.ย. รัฐพูดแต่ด้านชื่นชม ไม่ตระหนักว่าในมุมมองของคนจำนวนหนึ่ง โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ เมื่อใช้เงินภาษีไปทำสัญญากับบริษัทเอกชน ก็จะต้องชี้แจงให้โปร่งใสถึงที่มาที่ไป ไม่มีสิทธิพิเศษ

รัฐบาลไม่ได้เลือก เขามี connection กันเอง ไม่เกี่ยวขาดทุนกำไร รัฐบาลขอเปลี่ยนเป็นโรงงานองค์การเภสัชไม่ได้ รัฐบาลก็เลยสนับสนุนเพราะเห็นว่าเป็นประโยชน์กับประเทศในระยะยาว ฯลฯ ไม่ยักพูดอย่างนี้ แม้แต่กรณีเงินสนับสนุน 595 ล้านจะได้คืนเป็นวัคซีน ประชาชนก็เพิ่งรู้หลังจาก “ไอ้ทอน” ทวงถาม (ทั้งที่มีมติ ครม.ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2563)

ที่น่าขำคือพอโดนทักเรื่องล่าช้า วัคซีนแอสตราฯ ก็เหาะมาจากอิตาลีในทันใด 50,000 โดส ผ่าน อย.อย่างฉับไว

นี่ยังไม่รู้เลยว่าอีก 35 ล้านโดสจะมาจากไหน ทั้งที่เมื่อเราสนับสนุนให้ SBS ผลิตในประเทศ ก็ควรรอที่ SBS ผลิตสิ ไปเอาของที่อื่นมาตัดหน้าของไทยได้อย่างไร

รัฐคงไม่คิดใช่ไหมล่ะว่าโควิดจะระบาดรอบใหม่ คิดว่ารอได้ถึงเดือนมิถุนายน พอระบาดก็ตื่นตูมสั่งวัคซีนซิโนแวค 2 ล้านโดส แอสตราฯ 35 ล้านโดส

นี่เป็นปัญหาบริหารจัดการ ผสมโรงกับการไม่ทำให้เคลียร์เสียแต่ต้น ดังนั้นจะโทษใคร ตอนนี้ยิ่งลามไปใหญ่ เรียกร้องให้เปิดเผยเอกสาร รัฐมนตรีก็บอกให้ไปหาในเว็บไซต์ ทำให้เรื่องที่ควรจะเปิดได้กลายเป็นถูกปิด

อย่าลืมว่าโควิดรอบใหม่ทำให้เครดิตรัฐบาลติดลบลงไปไม่มีขีดจำกัด จากที่ลบอยู่แล้ว ทั้งปัญหาบ่อนพนัน แรงงานข้ามชาติ บริหารจัดการสับสน ชาวบ้านก่นด่ารัฐราชการ จ่ายเงินเยียวยาก็กลายเป็น “สมาร์ตโฟนชนะ” คนยากคนจนต้องเอา 3,500 ไปซื้อสมาร์ตโฟนก่อน

พลังคนรุ่นใหม่ที่เรียกร้องปฏิรูปสุดเพดานก็ไม่ได้หายไปไหน แค่เรียกร้องจนสุดแล้วรอเงื่อนไขจุดม็อบครั้งใหม่ ใช้เวลานี้จัดขบวน ทำงานมวลชนสัมพันธ์ พร้อมทั้งจรยุทธ์ทำสงครามป้าย “ยกเลิก 112” พอตำรวจขี่ช้างใช้กำลังหลายร้อยไล่จับ ก็ถูกเย้ยหยัน เกียรติตำรวจของไทย บ่อนอยู่ตรงไหนรู้หรือยัง

อ.พิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์ ชี้ว่าการดำเนินคดีธนาธรเป็นความผิดพลาดสำคัญอีกครั้ง หลังจากไม่ยอมให้เข้าสภา ยุบพรรคอนาคตใหม่ ทำให้เกิดแฟลชม็อบทุกมหาวิทยาลัย ปีที่ผ่านมา ในขณะที่ม็อบคนรุ่นใหม่ยกระดับขึ้นไล่ประยุทธ์ เรียกร้องปฏิรูปสถาบัน ธนาธรที่ถูกกล่าวหาว่าอยู่เบื้องหลัง ความจริงก็มัวแต่ไปยุ่งกับเลือกตั้งท้องถิ่น

วันนี้ธนาธรกลับมายืนแถวหน้าแล้ว เพราะโดน 112 เช่นเดียวกับเพนกวิน, รุ้ง, อานนท์ นำภา และคนรุ่นใหม่รวม 55 คน แม้จะมาในอีกแนวรบหนึ่ง แยกกันเดิน พูดได้ว่าการแจ้งจับธนาธร เท่ากับเตรียมความพร้อมให้การเมืองหลังโควิด ยิ่งร้อนระอุไปใหญ่

สลิ่มปรามาสว่า คณะก้าวหน้าแพ้เลือกตั้ง ทั้งที่ได้ 2.67 ล้านใน 42 จังหวัด การเมืองปัจจุบันเห็นชัดว่า อุดมการณ์อนุรักษนิยมเหลือมวลชนน้อยนิด ผู้ชนะเลือกตั้งตัวจริงคือระบบอุปถัมภ์ “บ้านใหญ่” ขณะที่การเมืองใหม่ อุดมการณ์ปฏิรูป กำลังขยายอย่างเข้มแข็ง

ผู้มีอำนาจไม่ตระหนักว่า กระแสการเมืองกำลังเปลี่ยนจากเอาประยุทธ์-ไม่เอาประยุทธ์ ไปสู่เอาปฏิรูป-ไม่ปฏิรูป แล้วยังลากธนาธรมายืนแถวหน้า ไม่รู้ว่าตัวเองขาดทุน ยังคิดว่าได้กำไร

 

ที่มา: ข่าวสดออนไลน์ www.khaosod.co.th/politics/hot-topics/news_5795940

 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์