ป.ป.ท. ดองคดีปู่คออี้และชาวบ้านบางกลอยฟ้องอุทยานเผาบ้านไร้ความคืบหน้าจนใกล้ขาดอายุความ

ทนายความของปู่คออี้ทวงถาม ป.ป.ท.ถึงความคืบหน้าคดีที่ปู่คออี้และพวกฟ้อง ชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษรและพวกในคดีเผาทำลายบ้านชาวกะเหรี่ยงบางกลอยที่ยังคงไม่มีความคืบหน้าทั้งที่ใกล้หมดอายุความ 10 ปีในอีก 4 เดือนนี้แล้ว

26 ม.ค.2564 มูลนิธิผสานวัฒนธรรม รายงานว่า สุรพงษ์ กองจันทึก ประธานมูลนิธิผสานวัฒนธรรม เปิดเผยว่า ตนได้ส่งหนังสือถึงคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) เพื่อสอบถามความคืบหน้าการดำเนินคดีของนายคออี้ มีมิ และชาวบ้านบางกลอยบน-ใจแผ่นดิน เหตุถูกเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานวางเพลิงเผาทรัพย์ ซึ่งป.ป.ท.ดำเนินการล่าช้าจนใกล้ขาดอายุความ

ภาพจากงานศพของ คออี้เมื่อปี 2561

คดีดังกล่าว สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 5-9 พ.ค.2554 ชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน และพวกเจ้าหน้าที่ของอุทยานแห่งชาติ ได้เข้ารื้อถอนเผาทำลายบ้านเรือน ยุ้งฉาง และทรัพย์สินอื่น ๆ ของนายโคอิหรือคออี้ มีมิ และของชาวบ้านอีกหลายราย ซึ่งเป็นชาวไทยพื้นเมืองดั้งเดิมเชื้อสายกะเหรี่ยงที่หมู่บ้านบางกลอยบนและใจแผ่นดินเสียหายราว 100 หลัง

คออี้ มีมิ ได้แจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีต่อชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร พร้อมพวกที่วางเพลิงเผาทรัพย์ บ้านเรือนที่พักอาศัย ต่อพนักงานสอบสวนสภ.แก่งกระจาน และสำนวนถูกส่งไปยังสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.)

ต่อมาคออี้ และพวก ได้ฟ้องเป็นคดีขึ้นสู่ศาลปกครอง และคดีถึงที่สุดตามคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด เป็นคดีหมายเลขดำที่ อส.77/2559 คดีหมายเลขแดงที่ อส.4/2561 โดยคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดดังกล่าว ศาลวินิจฉัยได้ความแล้วว่าชัยวัฒน์ฯ กับพวก เจ้าหน้าที่ของอุทยานแห่งชาติ ใช้อำนาจของพนักงานเจ้าหน้าที่กระทำความผิดในการรื้อถอนเผาทำลายทรัพย์สินและสิ่งปลูกสร้างของนายโคอิ หรือคออี้ มีมิ กับพวก ซึ่งเป็นผู้ฟ้องคดีทั้งหกคน

การกระทำดังกล่าวของชัยวัฒน์ฯ กับพวกในทางกฎหมายอาจมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาต่อไปนี้ ได้แก่ มาตรา 157ความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด (อายุความ 15 ปี), มาตรา 217 ความผิดฐานวางเพลิงเผาทรัพย์ของผู้อื่น (อายุความ 10 ปี), มาตรา 218(1) ความผิดฐานวางเพลิงเผาโรงเรือนที่คนอยู่อาศัย เช่น บ้านเรือน (อายุความ 20 ปี), มาตรา 218 (2) ความผิดฐานวางเพลิงเผาโรงเรือนอันเป็นที่เก็บหรือที่ทำสินค้า เช่น ยุ้งฉาง (อายุความ 20 ปี) และ มาตรา 358 ความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ คือทำให้เสียหาย ทำลาย ทำให้เสื่อมค่าหรือทำให้ไร้ประโยชน์ซึ่งทรัพยของผู้อื่น (อายุความ 10 ปี)

กรณีนี้นับแต่วันที่ชัยวัฒน์ฯ กับพวกกระทำความผิดดังกล่าวจนถึงปัจจุบัน ตั้งแต่ พฤษภาคม 2554ถึงปัจจุบันนับเป็นระยะเวลานานกว่า 9 ปี 8 เดือนแล้ว ซึ่งความผิดตามมาตรา 217 วางเพลิงเผาทรัพย์ และ มาตรา 358 ทำให้เสียทรัพย์ ดังกล่าวข้างต้นกำลังจะขาดอายุความ 10 ปี

สุรพงษ์ กล่าวว่า มูลนิธิผสานวัฒนธรรมจึงขอทราบความคืบหน้าในการดำเนินคดีดังกล่าวว่า ป.ป.ท. ได้ดำเนินคดีถึงขั้นตอนใด และมีกำหนดจะยื่นฟ้องผู้กระทำผิดดังกล่าวเมื่อไร โดยขอให้ ป.ป.ท. เร่งรัดดำเนินคดีมิให้ขาดอายุความไม่ว่าความผิดฐานใด

คออี้และสมาชิกครอบครัวชาวกะเหรี่ยงเคยอาศัยอยู่ที่ "บ้านบางกลอยบน" หรือ "ใจแผ่นดิน" ในผืนป่าแก่งกระจานก่อนการประกาศพื้นที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานในปี พ.ศ. 2524 ต่อมาในปี พ.ศ. 2539 เจ้าหน้าที่อุทยานให้ชาวบ้านอพยพลงมาอยู่ที่บ้านโป่งลึก-บางกลอย แต่ปู่คออี้ไม่ชินกับสภาพแวดล้อมจึงขอกลับไปอยู่ "บ้านบางกลอยบน" กระทั่งในปี 2554 เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน นำโดยชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หน.อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานในขณะนั้น ได้ดำเนินการไล่รื้อบ้านและยุ้งฉาง และยึดเครื่องมือเครื่องใช้รวม 6 ครั้ง และพาปู่คออี้ลงมาอยู่พื้นที่ด้านล่าง

ชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ที่มาภาพ banrasdr photo

จากนั้น 4-9 พฤษภาคม 2554 ชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานในขณะนั้นพร้อมเจ้าหน้าที่อุทยานเข้ารื้อถอนเผาทำลายสิ่งปลูกสร้างและทรัพย์สินของกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยง จนมีบ้านพักอาศัย และยุ้งฉางถูกจุดไฟเผาจำนวน 98 หลัง ซึ่งปฏิบัติการนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการขยายผลการอพยพผลักดัน จับกุมชนกลุ่มน้อยที่บุกรุกพื้นที่ตามแนวชายแดนไทย-สหภาพเมียนมาร์ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน

จากเหตุการณ์ครั้งนั้นคออี้และชาวบ้านจึงร่วมกันฟ้องร้องดำเนินคดีในศาลปกครองเพื่อเรียกค่าสินไหมทดแทนและคดีอาญาที่กำลังจะหมดอายุความนี้

ทั้งนี้ในระหว่างการต่อสู้เมื่อ 5 ต.ค. 2561 คออี้ได้เสียชีวิตลงในเวลา 04.14 น. ที่โรงพยาบาลพระจอมเกล้าเพชรบุรี อายุ 107 ปี จากการติดเชื้อทางเดินหายใจและปอดอักเสบ

ชัยวัฒน์กับพวก มอบตัว DSI หลังศาลออกหมายจับ 6 ข้อหา คดีฆ่าบิลลี่ ยันความบริสุทธิ์พร้อมสู้คดี

ส่วนชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร นอกจากจะถูกดำเนินคดีจากปฏิบัติการครั้งนั้นแล้ว ตัวเขาเองกับพวกอีก 3 คน ยังถูกดำเนินคดีในคดีฆาตกรรม พอละจี รักจงเจริญ หรือบิลลี่ แกนนำกะเหรี่ยงบ้านบางกลอย ทั้งหมด 6 ข้อหา ประกอบด้วย ข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน , ร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นให้จำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต , ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่น , ร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่น โดยใช้กำลังประทุษร้าย , ร่วมกันปล้นทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย โดยมีหรือใช้อาวุธปืนหรือวัตถุระเบิด หรือโดยใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำผิด และ ข้อหาร่วมกันโดยทุจริตเพื่ออำพรางคดี

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์