'เอกชัย' ได้หมายเรียกรายงานตัววันที่ 28 ม.ค.นี้ คดีประทุษร้ายต่อเสรีภาพของพระราชินี

'เอกชัย' ได้หมายเรียกรายงานตัววันที่ 28 ม.ค.นี้ คดีประทุษร้ายต่อเสรีภาพของพระราชินี กรณีขบวนเสด็จเมื่อวันที่ 14 ต.ค. 63 ที่ผ่านมา


แฟ้มภาพ

27 ม.ค. 2564 วันนี้ เอกชัย หงส์กังวาน นักกิจกรรมทางการเมือง เปิดเผยผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า เมื่อเวลาประมาณ 06.00 น. เขาได้รับหมายเรียกจากสถานีตำรวจนครบาลดุสิต ให้ไปรายงานตัวในวันที่ 28 ม.ค. 2564 ในเวลา 10.00 น. เพื่อนำตัวเขา พร้อมสำนวนคำฟ้องยื่นต่ออัยการ กรณีร่วมกันพยายามประทุษร้ายต่อเสรีภาพของพระราชินี (ม.110) , มั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป กระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง โดยเป็นหัวหน้าหรือผู้สั่งการ (ม.215) , กระทำการด้วยประการใดๆ ในลักษณะเป็นการกีดขวางการจราจร โดยไม่ได้รับอนุญาตอันชอบด้วยกฎหมาย กีดขวางทางสาธารณะจนอาจเป็นอุปสรรคต่อความปลอดภัยหรือความสะดวกในการจราจร

วอยซ์ทีวีรายงานว่า สำหรับการตั้งข้อกล่าวหาดังกล่าวนี้ เกิดจากเหตุการณ์ชูสามนิ้วต่อขบวนเสด็จของพระราชินี เมื่อวันที่ 14 ต.ค. 2563 ซึ่งมีการนัดเดินขบวนของกลุ่มราษฎรจากอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย มาปักหลักค้างคืนบริเวณโดยรอบทำเนียบรัฐบาล โดยระหว่างที่ขบวนของราษฎรเดินทางมาถึงบริเวณแยกนางเลิ้ง ได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจปิดกั้นเส้นทางเป็นเวลาว่า 2 ชั่วโมง แต่ระหว่างนั้นปรากฎว่า มีผู้ชุมนุมจำนวนหนึ่งได้เดินทางล่วงหน้ามาที่บริเวณทำเนียบรัฐบาลก่อนแล้ว และที่สุดปรากฎว่ามีขบวนเสด็จของพระราชินีผ่านเข้ามาบริเวณพื้นที่ซึ่งมีมวลชนปักหลักอยู่ 

โดยภาพที่เผยแพร่ตามสื่อโซเซียลมีเดียต่างๆ พบว่า ในช่วงแรกเจ้าหน้าที่ตำรวจได้วางกำลังเป็นแนวขวางในลักษณะที่เป็นการปิดกั้นถนน โดยมวลชนจำนวนหนึ่งเมื่อเห็นการจัดขบวนของเจ้าหน้าที่จึงเดินเข้าไปเผชิญหน้าเนื่องจากคิดว่า เจ้าหน้าที่กำลังเตรียมการสลายการชุมนุมในจุดดังกล่าว แต่หลังจากนั้นพบว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เปิดทางออกและมีขบวนเสด็จของพระราชินีผ่านเข้ามา หลังจากนั้นผู้ชุมนุมได้ถอยออกมาและเปิดทางให้ขบวนเสด็จผ่านไป โดยระหว่างนั้นมีการชูสามนิ้วให้กับขบวนเสด็จด้วย 

หลังจากรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรงในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ในคืนวันที่ 14 ต.ค. ก่อนจะมีการเข้าสลายการชุมนุมของกลุ่มราษฎรต่อมาในช่วงเช้ามืดวันที่ 15 ต.ค. จากนั้นศาลได้อนุมัติให้ออกหมายจับเอกชัย พร้อมพวก ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 110 

ทั้งนี้ ย้อนไปเมื่อวันที่ 22 ต.ค. 2563  แกนนำพรรคก้าวไกล ร่วมกันแถลงข่าวการตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจเพื่อติดตามสถานการณ์การชุมนุมของเยาวชนคนรุ่นใหม่และประชาชน 

โดยวิโรจน์ ลักขณาอดิศร โฆษกพรรคฯ กล่าวว่า กรณีเหตุการณ์เมื่อวันที่ 14 ต.ค. 2563 มีข้อบกพร่องในการจัดเส้นทางขบวนเสด็จฯ โดยเฉพาะการที่เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบได้จัดเส้นทางผ่านถนนพิษณุโลกที่มีผู้ชุมนุมอยู่เพื่อไปขึ้นทางด่วนยมราชนั้น นำไปสู่การแจ้งความประชาชนจำนวนหนึ่งในคดีมาตรา 110 ซึ่งเป็นข้อหาที่ร้ายแรง 

วิโรจน์ กล่าวอีกว่า ทั้งที่ความจริงแล้ว ทุกครั้งในการจัดเส้นทางขบวนเสด็จฯ เจ้าหน้าที่ต้องสำรวจเส้นทางล่วงหน้าและมีการจัดเส้นทางสำรอง เพื่อความปลอดภัยสูงสุด อีกทั้งมีหลักฐานควรเชื่อได้ว่าเป็นความบกพร่อง คือ คำสั่งย้ายข้าราชการตำรวจระดับสูง 3 นายในวันที่ 15 ต.ค. 2563 คือ พล.ต.ต.สมประสงค์ เย็นท้วม รอง ผบ.ชน., พล.ต.ต.ปราศรัย จิตตสนธิ ผบก.น 1 และ พล.ต.ต.มานพ สุคนธ์ธนพัฒน์ ผบก.อคฝ. ไปปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ขณะเดียวกันในการเปิดประชุมสภาเพื่ออภิปรายและลงมติไม่ไว้วางใจ ซึ่งคาดว่าจะมีขึ้นช่วง 16-19 ก.พ. 2564 พรรคฝ่ายค้านได้ยื่นอภิปราย พล.อ.ประยุทธ์ ในกรณีที่ ไม่ยึดมั่นและศรัทธาในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ทำลายและเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตย ทำลายความสัมพันธ์อันดีระหว่างสถาบันพระมหากษัตริย์กับประชาชน นำสถาบันเป็นข้ออ้างเพื่อแบ่งแยกประชาชน แอบอ้างสถาบันพระมหากษัตริย์มาเป็นเกราะปิดบังความผิดพลาดล้มเหลวในการบริหารราชการแผ่นดินของตนเองด้วย

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์