เกษตรกรใต้ เข้าร่วมนัดพร้อมตรวจพยานหลักฐานในคดีถูกยิง มุ่งปมพิพาทสิทธิที่ดิน

'ดำ อ่อนเมือง' นักปกป้องสิทธิฯ ชุมชนสันติพัฒนา สหพันธ์เกษตรกรภาคใต้ พร้อมทนายความเข้าร่วมนัดพร้อมตรวจพยานหลักฐานในคดีที่ถูกยิง ในขณะที่นอนเฝ้าเวรยามอยู่ในมุ้งหน้าชุมชน ย้ำมีผู้ก่อเหตุร่วมอีกคนที่ยังไม่ถูกจับกุม หวั่นความปลอดภัย ระบุมูลเหตุมาจากปัญหาพิพาทการต่อสู้เรื่องสิทธิที่ดิน ขณะที่ผู้ต้องหารับสารภาพกรณีพกพาอาวุธปืนและยิง แต่ปฏิเสธข้อหาพยายามฆ่า ศาลนัดสืบพยานโจทก์และจำเลยที่ศาลจังหวัดเวียงสระ สุราษฎร์ธานี 29-30 มิ.ย.ที่จะถึงนี้

'ดำ อ่อนเมือง' นักปกป้องสิทธิฯ ชุมชนสันติพัฒนา สหพันธ์เกษตกรภาคใต้

'ดำ อ่อนเมือง' นักปกป้องสิทธิฯ ชุมชนสันติพัฒนา สหพันธ์เกษตรกรภาคใต้

8 ก.พ.2564 ทีมสื่อของสหพันธ์เกษตรกรภาคใต้ รายงานว่า วันนี้ (8 ก.พ.64) เวลา 10.00 น. ที่ศาลจังหวัดเวียงสระ จ.สุราษฎร์ธานี ดำ อ่อนเมือง นักปกป้องสิทธิในที่ดินชุมชนสันติพัฒนา สหพันธ์เกษตรกรภาคใต้ (สกต.) พร้อมนักปกป้องสิทธิในที่ดินประมาณ 50 คน และทนายความเดินทางมาที่ศาล เพื่อเข้าร่วมนัดพร้อมตรวจพยานหลักฐานในคดีที่ดำถูกคนร้าย คือ สมพร ฉิมเรือง ยิงปืนใส่เมื่อเช้าตรู่คืนวันที่ 20 ต.ค.2563 ในขณะที่เฝ้าเวรยามรักษาความปลอดภัยอยู่ที่หน้าทางเข้าชุมชนสันติพัฒนา

โดยก่อนหน้านี้ดำได้ขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ร่วมกับพนักงานอัยการยื่นฟ้องสมพร (จำเลย) ในข้อหาพยายามฆ่าพร้อมเรียกค่าสินไหมทดแทนจำนวน 100,000 บาท ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 44/1 ซึ่งศาลได้รับคำร้องเรียกค่าสินไหมทดแทนของ ดำ แต่ข้อหาพยายามฆ่าจำเลยให้การปฏิเสธและประสงค์จะต่อสู้คดี ศาลจึงได้นัดพร้อม และตรวจพยานหลักฐานในวันนี้

สำหรับคำฟ้องที่อัยการสั่งฟ้อง สมพรนั้น อัยการได้ตั้งข้อหาพยายามฆ่าผู้อื่น มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พกอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาตและไม่มีเหตุสมควร โดยก่อนหน้านี้พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรบางสวรรค์ได้สอบสวนหลักฐานที่อยู่ในที่เกิดเหตุ และพบว่าจำเลยได้พกอาวุธปืนพกพร้อมกระสุนปืน 6 นัด  ซึ่งขึ้นทะเบียนเป็นของอดีตนายทหารยศพันตรีรายหนึ่ง และเมื่อมีการตรวจกระสุนปืนในที่เกิดเหตุก็พบว่าเป็นลูกกระสุนจากปืนของอดีตทหารนายนี้

นอกจากนี้พนักงานสอบสวนยังสอบสวนว่าจำเลยมีเจตนาฆ่า ดำ ด้วยอาวุธปืนและกระสุนปืนดังกล่าว โดยใช้ยกขึ้นจ้องเล็งและยิงประทุษร้ายผู้เสียหายจำนวน 1 นัด ที่บริเวณหน้าอกของ ดำ (โจทก์) ซึ่งเป็นอวัยวะสำคัญของร่างกาย แต่การกระทำนั้นไม่บรรลุผลเนื่องจากดำได้หลบหลีกวิถีกระสุนที่จำเลยใช้ยิง ทำให้กระสุนปืนพลาดไม่ถูกดำจึงไม่ถึงแก่ความตายสมดังเจตนาฆ่าของจำเลย ทั้งนี้จำเลยได้ให้การปฏิเสธทุกข้อหาในชั้นสอบสวน

ก่อนหน้านี้ สมพร ฉิมเรือง เคยต้องโทษจำคุกตลอดชีวิต ในข้อหาพยายามฆ่า และฆ่าผู้อื่น โดยศาลจังหวัดสุราษฏร์ธานี ได้มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 9 พ.ย.2549  และได้พ้นโทษมาเมื่อ 19 ม.ค.2560 ที่ผ่านมา ทั้งนี้ สมพร ยังพ้นโทษไม่ถึง 5 ปี แต่สมพรก็มาก่อเหตุซ้ำอีก ซึ่งการกระทำผิดซ้ำดังกล่าว เป็นเหตุให้อัยการขอเพิ่มโทษ 1 ใน 3 ของโทษที่จะได้รับ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 92

ทนายความสรุปประเด็นให้กับสมาชิก สกต.ฟังหลังศาลนัดพร้อมเสร็จเรียบร้อยแล้ว

ทนายความสรุปประเด็นให้กับสมาชิก สกต.ฟังหลังศาลนัดพร้อมเสร็จเรียบร้อยแล้ว

อัมพร สังข์ทอง ทนายความของดำให้สัมภาษณ์หลังการพิจารณาคดีเสร็จสิ้นว่า ตอนนี้ความคืบหน้าของการสืบพยานในคดีนี้ ศาลมีนัดสืบพยานโจทก์และจำเลย วันที่ 29-30 มิ.ย.นี้ ซึ่งเป็นการสืบพยานฝ่ายโจทก์ก่อน จากนั้นจะมีการสืบพยานฝ่ายจำเลย ซึ่งตอนนี้ จำเลยสารภาพในข้อหาอาวุธปืน พกพาอาวุธปืน  ส่วนข้อหาพยายามฆ่าจำเลยยังปฏิเสธอยู่ ส่วนเรื่องค่าเสียหาย ได้มีการเจรจาบ้างบางส่วน ในส่วนของคดี

ส่วนข้อกังวลในเรื่องของคดี ตัวจำเลยมีการยอมรับว่ามีการยิงปืนออกไปจริง ไม่น่าเป็นห่วงในส่วนตรงนี้ พนักงานอัยการเองก็ได้มีการวางเอกสารในหลายส่วนที่ครอบคลุมจึงไม่น่ากังวล

ในส่วนของคดีนี้ศาลสามารถลงโทษได้ต่ำสุด ก็คือ 15 ปี ขึ้นไป ถ้าจำเลยรับสารภาพ ก็จะลงโทษ 2 ใน 3 ก็อยู่ที่ประมาณ 10 ปี ส่วนที่จำเลยเคยกระทำผิดมาก่อน ที่ต้องเพิ่มโทษ 1 ใน3 ศาลอาจจะลงโทษ 8 ปีหากสารภาพ ส่วนคดีเรื่องอาวุธปืน ที่ศาลจะมารวมโทษ ต้องเข้าใจว่า อาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุเป็นปืนที่มีทะเบียน ถ้ารับสารภาพ ศาลก็อาจจะลงโทษประมาณ6 เดือน

ขณะที่ดำกล่าวถึงความรู้สึกภายหลังมีนัดสืบพยานต่อศาลกรณีถูกจ่อยิงว่า สิ่งที่กังวลคือบุคคลที่อยู่บนรถกับผู้ต้องหาที่ไม่รู้ว่าเป็นใคร ส่วนเรื่องความปลอดภัย ยอมรับว่า  ทุกวันนี้มีความกังวลเป็นอย่างมาก แต่ละคืนนอนไม่ค่อยหลับ นอนพักผ่อนไม่เพียงพอ เครียดมากกระทบต่อโรคประจำตัวที่เป็นโรคสะเก็ดเงินอยู่  หมอบอกโรคนี้ต้องพักผ่อนให้มากๆ ห้ามเครียด  อีกทั้งทุกวันนี้ตนไม่กล้าออกไปนอกบ้านเพราะกังวลเรื่องความปลอดภัย  เคยทำงานกรีดยาง ทุกวันนี้ต้องทำการว่าจ้างแทน

"แม้มือยิงจะยังไม่ได้รับการประกันตัวออกมา ส่วนตัวก็กังวลเรื่องความปลอดภัยอยู่ดี เพราะผู้ต้องหาเองญาติเขาก็มีเยอะมากในพื้นที่ ยืนยันว่า เหตุจ่อยิงไม่ได้เกิดจากความขัดแย้งส่วนตัว  เพราะมือยิงเองก็เป็นคนรู้จักกัน และมูลเหตุน่าจะมาความขัดแย้งเรื่องคดีพิพาทที่ดินโดยเฉพาะ" ดำ กล่าว

ปรานม สมวงศ์ ตัวแทนจากองค์กร Protection International ที่ดูแลคุ้มครองนักปกป้องสิทธิมนุษยชนในประเทศไทยกล่าวว่า  สถานการณ์ของนักปกป้องสิทธิมนุษยชนในประเทศไทยตอนนี้โดยเฉพาะในส่วนของ สมาชิกของสหพันธ์เกษตรกรภาคใต้เคยถูกลอบสังหารมาแล้วประมาณ 6 ครั้ง รวมกรณีของลุงดำด้วย แต่มี 4 ท่านที่เสียชีวิตไปจากการถูกลอบสังหาร และก็เป็นสมาชิกของชุมชนคลองไทร ที่เป็นอีกหนึ่งชุมชนของสกต. ทั้งนี้ในส่วนของสหประชาชาติ  หรือว่าองค์กรสิทธิมนุษยชน ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ทุกคนตระหนักและเห็นร่วมกันว่า สมาชิกของ สกต. เป็นนักปกป้องสิทธิมนุษยชนด้านที่ดิน  หากย้อนไปหลายปีที่ผ่านมา แม้กรมคุ้มรองสิทธิเสรีภาพเอง ก็ได้มีการลงพื้นที่ กับสำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชน ของสหประชาชาติ เพื่อที่จะมาดูเรื่องความปลอดภัยในพื้นที่ของชุมชนสกต.ด้วย  

"กรณีของลุงดำถูกจ่อสังหารขอย้ำว่า การสังหารสมาชิกสหพันธ์เกษตรภาคใต้ หรือ สกต.ที่ผ่านมา กระบวนการยุติธรรมตั้งแต่ชั้นตำรวจ อัยการ ยังไม่สามารถที่จะรวบรวมพยานหลักฐาน ได้เพียงพอ  ที่จะเอาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษได้  อันนี้เราเรียกแนวโน้มว่าเป็นการทำผิดที่ลอยนวลพ้นผิด ดังนั้นกรณีของลุงดำ จะเป็นบทพิสูจน์ของกระบวนการยุติธรรม ไม่ว่าจะเป็นการรวบรวมพยานหลักฐาน ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ การรวบรวมพยานหลักฐานของอัยการ  หรือแม้กระทั่งตอนนี้ กระบวนการ กำลังจะเข้าสู่ศาลยุติธรรม เราจะได้เห็นว่าระบบกระบวนการศาลยุติธรรม จะสามารถนำตัวผู้กระทำผิด มาลงโทษได้หรือไม่" ปรานม กล่าวอีกว่า ตามที่ผู้เสียหายคาดการณ์ว่า น่าจะมีผู้ร่วมกระทำผิดด้วย ประเด็นที่น่าสนใจ นอกจากจำเลยที่กระทำผิดแล้ว มีใครอีกเป็นผู้สนับสนุน กระทำผิดในครั้งนี้  ประเด็นต่อมา ถ้าไม่ใช่เรื่องส่วนตัวแต่เป็นเรื่องความขัดแย้งเรื่องที่ดิน ใครเป็นผู้สั่งการ ให้มีการสังหารในครั้งนี้  อีกประเด็นคือ เราห่วงใยความปลอดภัยของตัวผู้เสียหายเองกับพยานทั้งหมด รวมถึงความปลอดภัยทั่วไปของสมาชิกในชุมชน ตามกฎหมายหากเราเป็นผู้เสียหายในคดีอาญาสามารถเรียกร้องค่าเสียหายที่ได้รับผลกระทบจากคดีอาญาได้ตามพ.ร.บ.ค่าตอบแทนผู้เสียหายและจำเลยในคดีอาญาได้ ซึ่งโอกาสต่อไปลุงดำพร้อมทนายความจะเดินทางเข้าไปยื่นเรื่องต่อกรมคุ้มครองสิทธิเพื่อเข้าถึงสิทธิต่อไป

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์