ศาลอุทธรณ์ไม่ให้ประกัน 4 แกนนำราษฎร เหตุปราศรัยกระเทือนจิตใจผู้จงรักภักดี

ศาลอุทธรณ์ไม่ให้ประกันตัว 4 แกนนำราษฎร คดีมาตรา 112 และ 116 เนื่องจากอัตราโทษสูง หากปล่อยไปอาจก่อความวุ่นวาย ปราศรัยทำให้สถาบันพระมหากษัตริย์เสื่อมเสีย กระทบกระเทือนจิตใจของปวงชนชาวไทยผู้จงรักภักดีอย่างไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย และมีลักษณะชักนำประชาชนให้ล่วงละเมิดต่อกฎหมายของแผ่นดิน 

15 ก.พ. 2564 ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนรานงานว่า เวลาประมาณ 16.30 น. ศาลอาญาอ่านคำสั่งของศาลอุทธรณ์ที่ไม่อนุญาตให้ประกันตัว 4 นักกิจกรรม แกนนำราษฎร ยืนตามคำสั่งศาลชั้นต้น หลังทนายความยื่นอุทธรณ์คำสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวระหว่างพิจารณาคดี 'เพนกวิน' พริษฐ์ ชิวารักษ์, อานนท์ นำภา, 'หมอลำแบงค์' ปติวัฒน์ สาหร่ายแย้ม และสมยศ พฤกษาเกษมสุข ในคดีชุมนุม #19กันยาทวงอำนาจคืนราษฎร รวมทั้งคำสั่งไม่อนุญาตปล่อยตัวชั่วคราวพริษฐ์ในคดี #ม็อบ14พฤศจิกา หรือม็อบเฟส ซึ่งทั้งหมดถูกฟ้องในความผิดฐานหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และยุยงปลุกปั่น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116

ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งตั้งแต่วันที่ 12 ก.พ. 2564 แต่เพิ่งจัดส่งคำสั่งมาให้ศาลอาญาอ่าน คำสั่งแยกเป็นสามคำสั่ง ได้แก่ คำสั่งกรณีของอานนท์, พริษฐ์, สมยศ  และคำสั่งกรณีของปติวัฒน์ ในคดีชุมนุม #19กันยาทวงอำนาจคืนราษฎร และคำสั่งในกรณีของพริษฐ์ ในคดี Mob Fest  

ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ที่ทำคำสั่งเพียงแต่ลงลายมือชื่อไว้ แต่ไม่ได้พิมพ์ชื่อสกุล โดยมีชนาธิป เหมือนพะวงศ์ รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาเป็นผู้อ่านให้ฟัง

ในส่วนคำสั่งแรกมีเนื้อความว่า “พิเคราะห์ความหนักเบาแห่งข้อหาและพฤติการณ์แห่งคดีแล้ว เห็นว่าความผิดตามฟ้องมีอัตราโทษสูง การกระทำตามฟ้องมีลักษณะเป็นการร่วมกันกระทำความผิดของกลุ่มบุคคลอันอาจก่อให้เกิดความเสียหายหรือความวุ่นวายขึ้นและส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง โดยจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 4 ขึ้นปราศรัยด้วยถ้อยคำที่นำมาซึ่งความเสื่อมเสียสู่สถาบันพระมหากษัตริย์ อันเป็นที่เทิดทูนและเคารพสักการะ กระทบกระเทือนจิตใจของปวงชนชาวไทยผู้จงรักภักดีอย่างไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย และมีลักษณะชักนำประชาชนให้ล่วงละเมิดต่อกฎหมายของแผ่นดิน 

“นอกจากนี้ ยังปรากฏพฤติการณ์ของจำเลยที่ 1 (พริษฐ์) และที่ 2 (อานนท์) ว่าถูกกล่าวหาดำเนินคดีเกี่ยวกับความผิดในลักษณะทำนองเดียวกันนี้ในคดีอื่นอีก ส่วนจำเลยที่ 4 (สมยศ) เคยต้องโทษตามคำพิพากษาถึงที่สุดว่าได้กระทำความผิดในลักษณะทำนองเดียวกันนี้มาก่อน 

“อีกทั้งคดีนี้จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 4 ถูกจับกุมตามหมายจับกรณีมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่า หากอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวระหว่างพิจารณาแล้ว จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 4 อาจจะก่อให้เกิดอันตรายหรือความเสียหายประการอื่นอีก และน่าเชื่อว่าจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 4 อาจจะหลบหนี จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 4 ในระหว่างพิจารณา คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวนั้นชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง”

คำสั่งศาลอุทธรณ์ไม่อนุญาตให้ประกันตัวพริษฐ์, อานนท์, และสมยศ หน้าที่ 1

คำสั่งศาลอุทธรณ์ไม่อนุญาตให้ประกันตัวพริษฐ์, อานนท์, และสมยศ หน้าที่ 1

คำสั่งศาลอุทธรณ์ไม่อนุญาตให้ประกันตัวพริษฐ์, อานนท์, และสมยศ หน้าที่ 2

คำสั่งศาลอุทธรณ์ไม่อนุญาตให้ประกันตัวพริษฐ์, อานนท์, และสมยศ หน้าที่ 2

ส่วนคำสั่งไม่อนุญาตประกันตัวของปติวัฒน์มีเนื้อหาเช่นเดียวกันกับทั้งสามคน ศาลอุทธรณ์ระบุว่า “จำเลยที่ 3 เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่าได้กระทำความผิดในลักษณะทำนองเดียวกันนี้มาก่อน” เช่นเดียวกับของสมยศ

ด้านคำสั่งของพริษฐ์ ในคดีชุมนุม Mob Fest ศาลอธิบายเหตุผลเช่นเดียวกับคำสั่งทั้งสองคำสั่ง แต่มีการขีดฆ่าข้อความที่พิมพ์ไว้ว่า “อีกทั้งคดีนี้จำเลยถูกจับกุมตามหมายจับ” ออกไป และได้ระบุเรื่องการคัดค้านการประกันตัวของพนักงานอัยการโจทก์เอาไว้เพิ่มเติม

ทั้งสี่คนถูกคุมขังมาตั้งแต่วันที่ 9 ก.พ. 2564 ถึงวันนี้เป็นเวลา 7 วัน หรือ 1 อาทิตย์แล้ว โดยกรณีนี้เป็นการคุมขังระหว่างการพิจารณาคดีในชั้นศาล จำเลยจะถูกคุมขังจนกว่าศาลจะมีคำสั่งให้ประกันตัว หรือจนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาในคดี

เหตุผลไม่ให้ประกันของศาลอุทธรณ์ยังคล้ายกับคดีอัญชัญ ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุก 87 ปี และศาลอุทธรณ์ไม่ให้ประกันตัวเมื่อ 21 ม.ค. 2564 โดยอ้างว่า ความผิดตามฟ้องมีอัตราโทษสูง ประกอบกับจําเลยให้การรับสารภาพ อีกทั้งตามพฤติการณ์แห่งคดีและลักษณะการกระทํานํามาซึ่งความเสื่อมเสียสู่สถาบันพระมหากษัตริย์อันเป็นที่เทิดทูนและเคารพสักการะ กระทบกระเทือนจิตใจของปวงชนผู้จงรักภักดี

นอกจากนี้ ชนาธิป เหมือนพะวงศ์ รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา ผู้อ่านคำสั่งศาลอุทธรณ์ยังเคยเป็นผู้พิพากษาที่สั่งลงโทษจำคุกอำพล ตั้งนพกุล หรือ 'อากง' 20 ปี จากการส่ง SMS 4 ครั้ง เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 เมื่อปี 2554 ซึ่งมีอานนท์ นำภา เป็นหนึ่งในทีมทนายความของอากงด้วย

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์