ตำรวจบางโพแจ้งข้อหา 'ลูกเกด ชลธิชา' ชุมนุมมั่วสุม ฝ่าฝืนพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ คดีชุมนุมหน้ารัฐสภา 2 ครั้ง

ตำรวจแจ้งข้อหา "ลูกเกด ชลธิชา" ชุมนุมมั่วสุม ฝ่าฝืนพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ เพิ่มจากชุมนุมที่รัฐสภาทั้งสองครั้ง ตำรวจไม่ฝากขัง

ชลธิชา แจ้งเร็ว

ชลธิชา แจ้งเร็ว แฟ้มภาพ

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนรายงานว่า เมื่อวานนี้ (15 ก.พ.64) ที่ สน.บางโพ ชลธิชา แจ้งเร็ว หรือลูกเกด เดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหาเพิ่มเติมใน 2 คดี จากการเข้าร่วมการชุมนุม 2 ครั้ง ได้แก่การชุมนุมเมื่อวันที่ 24 ก.ย.2563 #ไปสภาไล่ขี้ข้าศักดินา และการชุมนุมเมื่อวันที่ 17 พ.ย.2563 #ม็อบ17พฤศจิกา #กูสั่งให้มึงอยู่ใต้รัฐธรรมนูญ

ในคดีจากการชุมนุม #ไปสภาไล่ขี้ข้าศักดินา เมื่อ 24 ก.ย.2563 มี พ.ต.อ. สุรเดช พจนาวงษ์พานิช ผู้กำกับ สน.บางโพ เป็นผู้กล่าวหา ในคดีนี้มีผู้ต้องหาทั้งหมด 6 ราย ในส่วนของชลธิชา เธอเคยเข้ารับทราบข้อกล่าวหาครั้งแรกเมื่อวันที่ 25 พ.ย.2563 จากการถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิด 4 ข้อหา ได้แก่ ชุมนุมสาธารณะกีดขวางทางเข้าออกสถานที่ทำการของหน่วยงานรัฐ ตาม พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะฯ, กีดขวางทางสาธารณะ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 385, กระทำด้วยประการใดๆ บนทาง และกระทำด้วยประการใดๆ ในลักษณะกีดขวางการจราจร ตาม พ.ร.บ.จราจรฯ และใช้เครื่องเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต ตาม พ.ร.บ.ควบคุมการโฆษณาฯ

ในบันทึกการแจ้งข้อกล่าวหา ซึ่งมีพนักงานสอบสวนคือ ร.ต.ท.หญิง ปุญชรัสมี ขำฟัก ได้เท้าความถึงการชุมนุมเมื่อวันที่ 24 ก.ย. ที่บริเวณด้านหน้าของรัฐสภา ซึ่งมีนักกิจกรรมหลายคนผลัดเปลี่ยนกันขึ้นปราศรัยเพื่อเรียกร้องและกดดัน ส.ส.และ ส.ว. ที่เข้าร่วมประชุมในรัฐสภา เพื่อให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยชลธิชาเธอได้ทำหนังสือแจ้งการชุมนุมในวันที่ 24 ก.ย.2563 ผ่านทางอีเมล์ของ สน.บางโพ ต่อ พ.ต.อ.สุรเดช พจนาวงษ์พานิช ผกก.สน.บางโพ แต่เจ้าหน้าที่อนุญาตให้จัดชุมนุมดังกล่าวโดยกำหนดเงื่อนไขไม่ให้กีดขวางทางเข้าออกรัฐสภาหรือกีดขวางการจราจร

บันทึกระบุอีกว่า เมื่อถึงเวลานัดหมายการชุมนุมมีประชาชนจำนวนมากเข้ามารวมกลุ่มอัดแน่นบริเวณด้านหน้าทางออกของรัฐสภาและบนถนนสามเสนด้านหน้า ทำให้การชุมนุมดังกล่าวกลายเป็นการชุมนุมที่ขัดต่อ พ.ร.บ. ชุมนุมฯ ทางเจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งลูกเกดเพื่อให้แก้ไขการชุมนุม ไม่ให้กีดขวางทางเข้าออก แต่เนื่องจากการที่มวลชนมีจำนวนมากขึ้น ทำให้ไม่สามารถจัดการมวลชนได้

สำหรับข้อหาที่ถูกแจ้งเพิ่มในครั้งนี้ ได้แก่

  • ร่วมกันมั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปเพื่อก่อให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 215 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
  • ร่วมกันกระทำการใดๆ ซึ่งอาจก่อสภาวะที่ไม่ถูกสุขลักษณะ เป็นเหตุให้โรคแพร่ระบาดออกไป ฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ ตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ มาตรา 34 (6) ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 20,000 บาท
  • ร่วมกันจัดกิจกรรมซึ่งมีผู้เข้าร่วมจำนวนมากในลักษณะติดต่อสัมผัสกันได้ง่าย ฝ่าฝืนข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 ของ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
  • ร่วมกันชุมนุมในลักษณะที่เสี่ยงต่อการแพร่เชื้อโรค ฝ่าฝืนประกาศหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
  • ร่วมกันจัดการชุมนุมโดยไม่ได้จัดให้ผู้เข้าร่วมปฏิบัติตามมีมาตรการป้องกันโรคที่ทางราชการกําหนด ฝ่าฝืนตามข้อกำหนดที่ออกตามความในมาตรา 9 ของ พ.ร.ก. ฉุกเฉินฯ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ส่วนของคดีที่สองจากกรณีชุมนุม #กูสั่งให้มึงอยู่ใต้รัฐธรรมนูญ หรือ #ม็อบ17พฤศจิกา มี พ.ต.อ.สุรเดช พจนาวงษ์พานิช ผู้กำกับ สน.บางโพ เป็นผู้กล่าวหา คดีนี้มีนักกิจกรรมถูกดำเนินคดีรวม 6 คนเช่นเดียวกัน รวมทั้งตัวของลูกเกดด้วย เดิมในคดีนี้ ลูกเกดถูกแจ้งข้อหาฐานไม่แจ้งการชุมนุมในฐานะผู้จัดการชุมนุมตาม พ.ร.บ. ชุมนุมสาธารณะฯ เพียงข้อหาเดียว แต่ต่อมาได้มีการแต่งตั้งคณะพนักงานสอบสวนชุดใหม่ และได้แจ้งผู้ต้องหาทั้ง 6 ในคดีนี้ให้ทยอยเข้ามารับทราบข้อกล่าวหาเพิ่มเติมอีก 5 ข้อหา ซึ่งเป็นข้อหาเดียวกันกับการชุมนุมเมื่อวันที่ 24 ก.ย. 2563

ในการแจ้งพฤติการณ์แห่งคดี พนักงานสอบสวนได้ยกคำกล่าวปราศรัยของอานนท์ นำภา ซึ่งตั้งคำถามต่อสถาบันกษัตริย์มาบรรยายอย่างละเอียด ก่อนระบุว่า ในการชุมนุมดังกล่าวมีการปราศรัยเรียกร้อง เชิญชวน เพื่อให้ประชาชนที่มาร่วมชุมนุมกระทําการในลักษณะจะก่อความวุ่นวายและก่อความไม่สงบขึ้น มีการกล่าวปราศรัยในลักษณะกดดันให้ ส.ส., ส.ว. รับร่างรัฐธรรมนูญ หากไม่รับจะมีการชุมนุมใหญ่กว่าเดิม ซึ่งมิใช่เป็นการกระทําภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ อีกทั้งในการชุมนุมที่มีคนจํานวนมากๆ อาจจะมีความใกล้ชิดกัน ซึ่งอาจเป็นเหตุให้โรคติดต่ออันตรายแพร่ออกไป เนื่องจากในขณะที่มีการชุมนุมนั้นกำลังมีการแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งเป็นโรคติดต่ออันตราย

หลังจากรับทราบข้อกล่าวหาในทั้ง 2 คดีแล้ว ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา และจะขอให้การเพิ่มเติมภายใน 30 วัน เป็นอันเสร็จสิ้นกระบวนการโดยไม่ได้มีการยื่นคำร้องขอฝากขัง

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์