ส.ส.ก้าวไกล จ่อเชิญ UN - สื่อ ลงพื้นที่หาข้อเท็จจริงปม 'กะเหรี่ยงบางกลอย' ย้ำสิทธิชุมชนดั้งเดิมมีใน รธน.และเป็นหลักการทั่วโลก

6 ส.ส.ก้าวไกล รุดให้กำลังใจ 'กะเหรี่ยงบางกลอย' ยืนยัน ไม่เห็นด้วยแนวทางจับกุม ด้าน 'อภิชาติ' เผยเตรียมเชิญ UN - สื่อ ลงพื้นที่หาข้อเท็จจริง ย้ำ สิทธิชุมชนดั้งเดิมมีใน รธน.และเป็นหลักการทั่วโลกที่ไทยลงนามรับรองแล้ว

 

8 มี.ค. 2564 ทีมสื่อพรรคก้าวไกล รายงานว่าทางพรรคฯ นำโดย อภิชาติ ศิริสุนทร ประธานคณะกรรมาธิการการที่ดินทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร ในฐานะตัวแทนกรรมการบริหารและ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล พร้อมด้วย ส.ส.บัญชีรายชื่อสัดส่วนชาติพันธุ์ ได้แก่ มานพ คีรีภูวดล ส.ส.ชาติพันธุ์ ปกาเกอะญอ, ณัฐพล สืบศักดิ์วงศ์ ส.ส.ชาติพันธุ์ม้ง และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ สัดส่วนภาคอีสาน คำพอง เทพาคำ, ทวีศักดิ์ ทักษิณ รวมถึง ปริญญา ช่วยเกตุ คีรีรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ สัดส่วนผู้พิการ พรรคก้าวไกล เดินทางไปให้กำลังใจพี่น้องชาติพันธุ์ปกาเกอะญอหรือชาวกะเหรี่ยงบางกลอย 30 คน ที่ถูกจับกุมและนำออกมาจากพื้นที่ป่าซึ่งเคยเป็นที่ตั้งชุมชนตนเองด้วยข้อหาคดีรุกป่าถายใต้ 'ยุทธการพิทักษ์ป่าต้นน้ำเพชร'

อภิชาติ กล่าวว่า วันนี้มาหาพี่น้องด้วยความห่วงใย ตั้งแต่ทราบข่าวว่ามีการจับกุมชาวบ้านเกิดขึ้นเราก็ประชุมกันเพื่อเตรียมการช่วยเหลือทันที โดยในตอนแรกทราบว่ามีผู้ถูกกุม 22 คน จึงมีการมอบหมายให้ ส.ส. 6 คนเตรียมใช้ตำแหน่งประกันตัว แต่เมื่อเย็นวานนี้ทั้งหมดได้รับการปล่อยตัวออกมาก่อน ซึ่งเป็นเรื่องน่ายินดีที่ทุกคนได้รับอิสรภาพกลับคืนมา อย่างไรก็ตาม พวกเราจำเป็นต้องมาเพื่อให้กำลังใจ และหากมีการคุกคามหรือควบคุมตัวอีก เราก็เตรียมพร้อมยืนเคียงข้างประชาชนเสมอเพราะพวกเรามาจากประชาชน

ประธานคณะกรรมาธิการที่ดิน ฯ กล่าวต่อไปว่า การใช้คดีความไม่ใช่แนวทางที่ถูกต้องในการจัดการปัญหากรณีนี้ สิ่งที่รัฐควรทำคือการใช้หลักสิทธิมนุษยชนและสิทธิชนเผ่ามาแก้ไข ต้องใช้หลักเหตุผลและการมีส่วนร่วมไม่ใช่การใช้กฎหมายเฉพาะที่เป็นลบกับประชาชนหรือใช้ตรรกะของรัฐเองฝ่ายเดียวมาบังคับใช้แต่ต้องใช้กฎหมายที่เป็นบวกด้วย ซึ่งการใช้ความรุนแรงไม่ใช่สิ่งที่เป็นผลดีต่อทั้งประชาชนและตัวรัฐเอง

"นี่คือที่ที่พี่น้องอยู่มาแต่ดั้งเดิม สิทธิดั้งเดิมคือสิ่งที่ติดตัวพี่น้องมาตลอด ถ้าที่นี่คือลมหายใจของพี่น้องบางกลอย ก็จะถือเป็นลมหายใจของพรรคก้าวไกลด้วย เราพร้อมที่จะเคียงข้างพี่น้องจนกว่าปัญหาจะคลี่คลาย นอกจากนี้ เราทราบว่าได้มีการทำบันทึกข้อตกลงหรือ MOU ระหว่างชาวบางกลอยกับรัฐมนตรีมาแล้ว นี่คือการใช้หลักเหตุผลและเป็นทางออกเพราะเป็นการหาพื้นที่ตรงกลางในการพูดคุยกัน โดยให้มีคณะทำงานไปหาข้อเท็จจริงและข้อเสนอแนะต่างๆ ดังนั้นจึงควรปล่อยให้คณะกรรมการที่ตั้งขึ้นได้ทำงานก่อน แต่รัฐกลับเลือกที่จะฉีกทิ้งไป หากรัฐใช้วิธีการแบบนี้ก็ไม่มีทางที่ปัญหาจะถูกแก้ไขแน่ ซึ่งหากมองในด้านกฎหมาย ในรัฐธรรมนูญ มาตรา 70 ก็ได้ให้การรับรองสิทธิตรงนี้ไว้ หรือ ตาม พ.ร.บ.อุทยานฯ มาตรา 64 ก็เปิดโอกาสให้ประชาชนได้พิสูจน์ว่าหากอยู่มาก่อนก็ต้องวัดแนวเขตให้ประชาชนให้ชัดเจนซึ่งตรงนี้ก็เป็นสิ่งที่รัฐควรต้องทำให้เกิดการพิสูจน์ พรรคก้าวไกลจึงเห็นด้วยกับแนวทาง MOU และการนำกกฎหมายที่เป็นคุณกับประชาชนมาใช้ ไม่ใช่การนำกฎหมายที่เป็นโทษ เพราะจะเป็นการสร้างบาดแผลและความขัดแย้งระหว่างรัฐกับประชาชน"

อภิชาติ ยังกล่าวต่อไปว่า ในฐานะที่เป็นประธาน กมธ.ที่ดินฯ จึงได้นำเรื่องนี้เข้าสู่กรรมาธิการ โดยในวันที่ 10 -11 มี.ค. จะมีการลงพื้นที่บ้านบางกลอยเพื่อหาข้อเท็จจริงจากทั้งสองฝ่ายไม่ว่ารัฐหรือชาวบ้าน นอกจากนี้ยังได้เชิญตัวแทนจากสหประชาชาติ (UN)และสื่อมวลชน มาร่วมลงพื้ที่ด้วย เพื่อสื่อสารถึงสิ่งที่เกิดขึ้นนี้กับพี่น้องต่อชาวโลก เนื่องจากเรื่องสิทธิมนุษยชนและสิทธิชุมชนดั้งเดิมเป็นสิ่งที่ทั่วโลกยอ รับว่าสามารถอยู่ร่วมกับธรรมชาติได้และเพื่อยืนยันว่าวิถีชีวิตของชาวกะเหรี่ยงบางกลอยไม่ได้ทำลายป่ารสมถึงการกีดกันสิทธิพื้นฐานของประชาชนก็ไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้อง

มานพ ได้กล่าวเป็นภาษาปกาเกอะญอซึ่งเป็นภาษาเดียวกับชาวบางกลอยก่อนจะแปลเป็นภาษาไทยอีกครั้ง สรุปความได้ว่า ในฐานะที่เป็นชาติพันธุ์เดียวกันแม้ตนจะอยู่ทางเหนือ ก็อยากขอบคุณไปยังเครือข่าย #saveบางกลอย ชาวบ้านหนองหญ้าปล้องเพื่อนบ้านใกล้เคียงที่พร้อมเข้ามาช่วยเหลือกันทันที รวมถึงทีมทนายทุกคน ตอนนี้พี่น้องปกาเกอะญอทางเหนือตั้งแต่แม่ฮ่องสอนมาถึงเชียงใหม่ได้รวมข้าวสารได้กว่า 5,000 กิโลกรัม เตรียมที่จะนำมาช่วยเหลือชาวบางกลอยในวันที่ 11 มี.ค. เพราะเรารู้ดีว่าข้าวคือวิถีชีวิต ถ้าทำไร่ไม่ได้ก็ไม่มีข้าว เราไม่รู้ว่าในอนาคตจะเกิดอะไรขึ้นหลังจากนี้ แต่มีอะไรเราต้องแบ่งกันและให้กำลังใจกันก่อน และหลังจากนี้เราจะนำประเด็นต่างๆไปผลักดันต่อผ่านสภา

"ทั้งประเทศมีชุมชนอยู่ในเขตอุทยานกว่า 4,000 ชุมชน บ้านผมก็อยู่ในเขตอุทยาน ชุมชนก็มีมาก่อนแล้วแต่ทำไมชุมชนแห่งนี้ต้องถูกกันออกมา ไม่รู้ว่ามีอะไรซ่อนเร้นหรือไม่ จึงต้องทำขนาดนี้" มานพ ตั้งข้อสังเกต

ขณะที่ ณัฐพล กล่าวว่า กรณีนี้อาจเป็นได้ทั้งวิกฤตและโอกาส เป็นโอกาสที่พวกเราซึ่งอยู่ในท้องถิ่นดั้งเดิมจะได้กลับมาพูดเรื่องชาติพันธุ์และทวงสิ่งนี้กับรัฐบาลไทยที่บรรจุเรื่องนี้ไว้ในรัฐธรรมนูญ มาตรา 70 และได้ไปลงนามรับรองไว้ในปฏิญญาต่างๆกับสหประชาชาติว่าพี่น้องมีสิทธิในที่อยู่อาศัยในที่ดินชุมชนดั้งเดิม จึงต้องตั้งคำถามว่าการเข้ามาจับกุมชาวบางกลอยในครั้งนี้ได้คิดถึงประเด็นเหล่านี้หรือไม่ พวกเขาไม่ได้ทำลายป่าแต่แค่กลับบ้านไปทำกินตามวิถีดั้งเดิม ซึ่งรัฐต่างหากที่ต้องเป็นผู้ออกกฎหมายคุ้มครอง ในฐานะ ส.ส.ชาติพันธุ์ ของพรรคก้าวไกล พวกเรากำลังยกร่างกฎหมายชาติพันธุ์ขึ้นและจะเสนอต่อสภาเร็วๆนี้ หากรัฐสามารถออกเขตเศรษฐกิจพิเศษได้มากมาย พื้นที่พิเศษสำหรับพี่น้องชาติพันธุ์ก็ต้องมีได้เพื่อให้การกลับไปอยู่กับธรรมชาติเป็นเรื่องที่ทำได้

ในระหว่างการพูดคุย พี่น้องชาวบางกลอยยังได้เล่าเหตุการณ์วันที่มีการจับกุมชาวบ้านลำเลียงลงมาด้วยเฮลิคอปเตอร์ให้ฟังว่า เป็นการจับกุมด้วยความรุนแรง บางคนถูกมัดมือด้วยสายรัด หากอยู่เป็นกลุ่มก็จะถูกแยกออกมาคุมตัวเดี่ยวจนกว่าจะถูกลำเลียงออกมาหมด ซึ่งระหว่างนั้นมีทั้งกดคอ กระชาก ลากไปตามพื้น และภายหลังโดนคุมตัวพบว่าผู้ชายส่วนหนึ่งถูกโกนผมเกรียนด้วย

ต่อมา ณัฐพล ในฐานะตัวแทนชาติพันธุ์ในประเทศ ระบุว่าขอใช้พิธีกรรมแบบม้งในการผูกข้อมือ เพราะเวลาที่มีสิ่งเลวร้ายหรือถูก ชาวม้งจุดธูปเรียกเทวดา ฟ้า ดินธรรมชาติ ต้นไม้ และน้ำ ให้มาร่วมกันเรียกขวัญกำลังใจกลับมาให้แก่พี่น้องทุกคนและสาปแช่งกลับไปยังผู้ที่กระทำสิ่งชั่วร้ายด้วย

หลังจากนั้น ส.ส.พรรคก้าวไกล ได้ร่วมขบวนนำพี่น้องบางกลอยไปส่งที่ด่านป่าไม้เพื่อเข้าพื้นที่เนื่องจากการเข้าออกของชาวบางกลอยไม่สามารถทำได้ปกติ บางครั้งอาจต้องประสานหลายขั้นตอน ทาง ส.ส.จึงอาสาร่วมทางไปด้วยเพื่อส่งให้พี่น้องบางกลอยที่เพิ่งออกมาจากเรือนจำสามารถกลับเข้าหมู่บ้านบางกลอยล่างได้โดยสะดวก

ทั้งนี้ ข้อพิพาทกรณีกะเหรี่ยงบางกลอยมีมาอย่างยาวนาน และรุนแรงขึ้นเรื่อยๆตั้งแต่การเผาหมู่บ้านใจแผ่นดินด้วย 'ยุทธการตะนาวศรี' ที่มีปู่คออี้ เป็นผู้นำทางจิตวิญญาณของชาวบ้านในขณะนั้น ซึ่งเรื่องการเผาหมู่บ้านได้มาแดงเนื่องจากเกิดเหตุเฮลิคอปเตอร์ 3 ลำตก ในปี 2554 ได้ตามมาด้วยการเปิดเผยจากความพยายามขุดคุ้ยของสื่อมวลชนจนพบวว่า เฮลิคอปเตอร์ลำแรกที่ตกนั้นเป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการเอาชาวบ้านออกจากป่า และสามารถนำภาพการเผาที่เกิดขึ้นเผยแพร่ต่อสาธารณะ

ต่อมา เหตุการณ์ยังได้นำไปสู่การสังหาร ทัศมล โอบอ้อม ผู้ประสานงานเครือข่ายกะเหรี่ยงแก่งกระจาน โดยคาดว่าปมสังหารอาจเกี่ยวข้องกับการที่เขาเข้าไปปกป้องและให้ข้อมูลที่ไม่เป็นคุณกับฝ่ายความพยายามผลักดันกลุ่มปู่คออี้ออกจากพื้นที่ จากนั้น ยังตามมาด้วยเหตการณ์อุ้ม หาย 'บิลลี่' พอละจี รักจงเจริญ ซึ่งเป็นหลานของปู่คออี้และเป็นนักกิจกรรมที่เรียกร้องสิทธิในที่ดินทำกินและชาติพันธุ์ ทั้งสองคดี แม้มีหลักฐานหลายชิ้นสามารถเชื่อมโยงไปยังกลุ่มผู้ต้องสงสัยได้ แต่สุดท้ายทั้งสองคดีกลับไม่สามารถหาข้อสรุปทางคดีได้อย่างน่าอัศจรรย์

สำหรับกรณีล่าสุด เกิดขึ้นภายหลัง นอแอ๊ะ มีมิ ลูกชายปู่คออี้ผู้ล่วงลับ นำชาวบ้านที่ถูกอพยพลงมาจำนวนหนึ่งกลับขึ้นไปบริเวณบ้านใจแผ่นดินเพื่อยืนยันในการใช้วิถีชีวิตดังเดิม และเนื่องจากหลังถูกภาครัฐอพยพลงมาแล้วกลับไม่สามารถทำมาหากินได้ตามปกติ เพราะไม่ได้รับการจัดสรรที่ดินให้ตามที่รับปากไว้ หรือที่จัดให้ก็เป็นบริเวณที่ดินไม่ดีและไม่มีน้ำเพียงพอเพื่อทำการเพาะปลูกได้ เมื่อไปทำงานรับจ้างต่างๆก็ประสบปัญหาถูกกดขี่ค่าแรง แม้กระทั่งโครงการศูนย์ฝึกศิลปาชีพบ้านบางกลอย-บ้านโป่งลึก ภายใต้การดำเนินงานของมูลนิธิปิดทองหลังพระ ตามแนวพระราชดำริสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ก็เป็นเช่นนั้น โดยบางคนบอกว่าได้รับค่าแรงร้อยกว่าบาทต่อวันเท่านั้น 

ทั้งนี้ ชาวบ้านบางกลอยเคยได้สู้คดีในศาลปกครองมาแล้ว จากรณียุทธการตะนาวศรี ซึ่งมีคำวินิจฉัย ยืนยันว่าบ้านบางกลอย เป็นชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิม และการกระทำของเจ้าหน้าที่เป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่ปฏิบัติตามมติ ครม. 3 สิงหาคม 2553 และให้ยุติการจับกุม แต่พวกเขาก็ยังไม่สามารถกลับเข้าพื้นที่ของบรรพบุรุษได้ เนื่องจากไม่มีเอกสารสิทธิในการครอบครองพื้นที่

นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลหลักฐานชี้ชัดว่าหมู่บ้านบางกลอยบนใจแผ่นดิน มีคนอาศัยมานาน อย่างน้อยที่สุดคือแผนที่ทหารที่ระบุเป็นหมู่บ้านชัดเจน และศูนย์พัฒนาชาวเขา กรมประชาสังเคราะห์เคยสำรวจเป็นครั้งแรกเมื่อปี 2528 กระทั่งปี 2531 มีการทำทะเบียนชาวเขา ซึ่งมีชื่อ ปู่คออี้ โดยมีชาวบ้านอยู่กระจัดกระจายกันหลายร้อยคน

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

พื้นที่ประชาสัมพันธ์