'สมยศ' ขอร้องให้ศาลสั่งประหารชีวิต เพื่อจำหน่ายคดี หวังไม่มีใครต้องเจ็บหรือสูญเสียอีก

'สมยศ' ระบุตอนนี้ติดคุกเท่ากับว่าศาลตัดสินแล้วว่าตนผิด ถ้าสุดท้ายศาลยกฟ้อง ตนก็ติดไปแล้ว หรือศาลพิพากษาลงโทษ ตนก็ติดไปแล้วเช่นกัน ผลไม่ได้ต่างกัน  พร้อมขอร้องให้ศาลสั่งประหารชีวิต เพื่อจำหน่ายคดีของตน หวังจะได้ไม่มีใครต้องเจ็บหรือสูญเสียอีก

29 มี.ค.2564 iLaw รายงาน กระบวนการนัดตรวจหลักฐานคดีการชุมนุม #19กันยาทวงคืนอำนาจราษฎร ที่ศาลอาญา รัชดาจำเลยในคดีนี้มีทั้งหมด 22 คน แบ่งเป็นจำเลยที่เบิกตัวมาจากเรือนจำ 9 คน ได้แก่ อานนท์ นำภา, พริษฐ์ ชิวารักษ์, สมยศ พฤกษาเกษมสุข, หมอลำแบงค์หรือปดิวัฒน์ สาหร่ายแย้ม, ไผ่ จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา, ไมค์ ภาณุพงศ์ จาดนอก, แอมมี่ ไชยอมร, รุ้ง ปนัสยา, และชูเกียรติหรือจัสติน นอกจากนั้นก็มีจำเลยที่ได้รับการประกันตัวอีก 13 คน

สมยศ ได้ลุกขึ้นแถลงต่อศาลโดยมีใจความสำคัญว่า คดีนี้คงใช้พิจารณานาน ตนคงจะสิ้นลมก่อน ดังนั้นขอให้ศาลช่วยบันทึกลงในสำนวนคดีว่า

  • ข้อ 1 ตนไม่ได้รับสิทธิประกันตัวจากศาลทำให้ไม่ได้รับความสะดวกในการต่อสู้คดี พวกตนไม่ได้อยู่ในฐานะจะต่อสู้คดีได้ ตนคงมีชีวิตอยู่ไม่นาน เพราะสภาพเรือนจำไม่เอื้อให้มีชีวิตยืนยาว ท่านอัยการมีเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกในการหาพยานหลักฐาน แต่พวกตนมีแต่กำแพงสูงและกรงขัง
  • ข้อ 2 ตอนนี้ตนติดคุกเท่ากับว่าศาลตัดสินแล้วว่าตนผิด ถ้าสุดท้ายศาลยกฟ้อง ตนก็ติดไปแล้ว หรือศาลพิพากษาลงโทษ ตนก็ติดไปแล้วเช่นกัน ผลไม่ได้ต่างกัน
  • ข้อ 3 ตนไม่อยากเห็นคนต้องเจ็บตัว หรือสูญเสียในการออกมาเรียกร้องให้ปล่อยตัวตน ซึ่งที่ผ่านมาโดนทั้งกระสุนยางและแก๊สน้ำตา หรือแม้แต่เพนกวินที่ต้องทรมานเพราะอดข้าว จึงขอร้องให้ศาลสั่งประหารชีวิต เพื่อจำหน่ายคดีของตน เพื่อความรวดเร็วในการพิจารณาคดีนี้และพี่น้องคนอื่นจะได้ไม่ต้องเจ็บหรือสูญเสียอีก

สุดท้าย สมยศย้ำว่า ตนอยู่ในสภาพที่ต่อสู้อะไรไม่ได้ ขอวิงวอนให้บันทึกไว้ หรือหากศาลไม่บันทึก ก็ขอให้ทนายจำเลยบันทึกไว้แล้วยื่นเป็นคำร้องต่อศาล

iLaw ยังรายงานด้วยว่า ในห้องพิจารณามีการจัดเก้าอี้และแปะป้ายชื่อจำเลยแต่ละคนไว้ เก้าอี้ด้านหลังห้องพิจารณามีญาติของจำเลยเข้ามานั่งฟังการพิจารณา นอกจากคู่ความแล้ว คนที่จะเข้ามาในห้องพิจารณาคดีต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ศาลอย่างชัดเจนว่าเป็นญาติของใครตั้งแต่จุดคัดกรองชั่วคราวบริเวณลานจอดรถนอกอาคารศาล โดยในช่วงเช้าเจ้าหน้าที่ศาลได้เดินไปบอกกับญาติของจำเลยว่า อย่าเข้าไปกอด พูดคุย หรือให้กำลังใจจำเลย ขอให้นั่งฟังเฉยๆ

เวลาประมาณ 11.10 น. จำเลยคนอื่นๆ ได้รับการประกันตัวทยอยเดินทางมาถึงศาลครบถ้วน คนที่มาช้า คือ ไบรท์ ชินวัตร ที่ถูกจับจากหมู่บ้านทะลุฟ้าในช่วงค่ำวันที่ 28 มี.ค. 2564 ซึ่งตำรวจพาตัวมาจากสโมสรตำรวจ ส่วนครูใหญ่ อรรถพล มาถึงช้าเพราะเครื่องบินจากขอนแก่นมาถึงล่าช้า

ศาลออกนั่งบัลลังก์ในเวลา 11.50 น. และเริ่มทำการขานชื่อจำเลยทีละคน ห้านาทีต่อมา จำเลยที่ถูกเบิกตัวมาจากเรือนจำเดินเข้ามาในห้องพิจารณาโดยมีเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ประกบสองคนและคล้องแขนจำเลยไว้ตอนเดินเข้ามา แอมมี่ ไชยอมรเดินเข้ามาเป็นคนแรก พร้อมด้วยเพนกวิน พริษฐ์ ที่มาด้วยรถเข็นพร้อมเสาน้ำเกลือ โดยทีเจ้าหน้าที่ใส่ชุดพยาบาลเดินตามมาด้วย ตามมาด้วย ไมค์ ภาณุพงศ์ ไผ่ จตุภัทร์ สมยศ หมอลำแบงค์ ทนายอานนท์ จัสติน และรุ้งปนัสยาที่ถูกเบิกตัวมาจากทัณฑสถานหญิงกลาง

เมื่อจำเลยมาครบถ้วนแล้ว นรเศรษฐ์ นาหนองตูม ทนายความแถลงว่าได้ยื่นคำร้องขอเลื่อนนัดตรวจพยานหลักฐานออกไปอีกนัดหนึ่ง เนื่องจากพยานหลักฐานมีจำนวนมาก และเพิ่งได้รับเอกสารในวันที่ 25 มีนาคม จึงยังไม่ได้ตรวจดู และยังไม่ได้รับพยานวัตถุ ศาลจึงได้ถามว่าอัยการจะคัดค้านหรือไม่ อัยการตอบว่าไม่คัดค้าน และตกลงกันว่าจะเลื่อนนัดตรวจพยานหลักฐานออกไปเป็นวันที่ 8 เม.ย. 2564 เวลา 9.00 น.

ระหว่างการพิจารณา ศาลอนุญาตให้แต่ทนายความปรึกษาคดีกับจำเลยที่คุมถูกขังเท่านั้น เมื่อณัฐชนนจะเดินไปคุยกับเพนกวินเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ก็เข้ามาห้าม ทนายความต้องแถลงขอให้คู่คดีได้คุยกันบ้าง ศาลอนุญาตให้แยกคุยทีละคู่ อย่างไรก็ตาม ทนายความได้ขออนุญาตศาลให้แม่ของเพนกวินได้เข้าไปพูดคุยกับลูก เนื่องจากเห็นว่ามีสภาพร่างกายที่อ่อนเพลียมาก แม่ของเพนกวินเดินเข้าไปกอดลูก โดยมีเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ยืนห้อมล้อมอย่างใกล้ชิด เมื่อน้องสาวของเพนกวินจะเข้าไปคุยด้วยเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ก็พยายามห้าม อ้างว่าศาลไม่อนุญาต ทั้งนี้จากการสังเกตพบว่าในวันนี้มีเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์อยู่ในห้องพิจารณาคดีประมาณ 20 คน

ในช่วงหนึ่งของการพิจารณา ศาลเรียกให้รุ้งปนัสยาเข้าไปคุยที่หน้าบัลลังก์ โดยสอบถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง รุ้งเป็นผู้หญิงคนเดียวที่ถูกคุมขังใช่หรือไม่ ระหว่างที่ตอบคำถามศาล รุ้งร้องไห้และบอกว่า อยู่ในเรือนจำไม่มีเวลาต่อสู้คดี ไม่มีเวลาหาพยานหลักฐาน พวกเราสู้อะไรไม่ได้เลย ทนายความได้ยินว่า ศาลพูดกับรุ้งว่า จะให้โอกาสเต็มที่ในการต่อสู้คดี รุ้งจึงบอกว่า ตนขอแค่ข้อเดียวคือ ขอสิทธิประกันตัว

สำหรับสมยศ เคยถูกคุมขังในคดี ม.112 เป็นเวลา 7 ปี และถูกปล่อยตัวเมื่อปี 61 นอกจากบทบาทเป็นนักเคลื่อนไหวทางการเมืองและ บรรณาธิการนิตยสาร Voice of Taksin แลัว เขายังเป็นนักรณรงค์เรื่องสิทธิแรงงานมาตั้งแต่ทศวรรษ 2520 มีบทบาทสำคัญในการร่วมเรียกร้องเรื่องค่าแรงขั้นต่ำและการส่งเสริมการรวมตัวของกรรมกร รวมถึงระบบประกันสังคม 

ปี 2549 เขามีบทบาทต่อต้านการรัฐประหารของ คมช. เคยเป็นแกนนำ นปช. รุ่น 2 หลังแกนนำ นปช. รุ่นแรกถูกจำคุกจากเหตุชุมนุมในเดือนเมษายนปี 2552 และหลังจากนั้นไม่นานเขาก่อตั้งกลุ่ม “24 มิถุนาประชาธิปไตย” ทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์เรียกร้องประชาธิปไตย พร้อมกันนั้นเขายังเป็นพิธีกรรายการ “เสียงกรรมกร” ผ่านสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม DTV ด้วย

สมยศ ถูกจับกุมเมื่อวันที่ 30 เม.ย. 2554 หรือ 5 วันหลังจากที่มีการรณรงค์ล่ารายชื่อ 10,000 รายชื่อเพื่อให้รัฐสภายกเลิกมาตรา 112 โดยในระหว่างสู้คดี เขาถูกคุมขังโดยไม่ได้รับการประกันตัว ระหว่างไต่สวนคดี สมยศยังถูกนำตัวไปขึ้นศาลยังจังหวัดต่างๆ ถึง 4 แห่งตามที่อยู่ของพยานโจทก์ ได้แก่ นครสวรรค์ เพชรบูรณ์ สระแก้ว สงขลา ซึ่งทำให้ครอบครัวเพื่อนของเขาต้องเดินทางไปเยี่ยมด้วยความลำบาก เพราะจะมีการย้ายตัวจำเลยไปก่อน 2-4 สัปดาห์ ก่อนขึ้นศาล เขาถูกกล่าวหาว่ามีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 จากการที่เขาเป็นบรรณาธิการนิตยสาร Voice of Taksin ซึ่งตีความว่าบทความ 2 ชิ้นของผู้ใช้นามปากกา “จิตร พลจันทร์” มีลักษณะเสียดสีและเข้าข่ายผิดกฎหมายมาตรา 112 โดยสมยศต่อสู้ในประเด็นหลักว่าเขาไม่ใช่ผู้เขียนบทความ เป็นเพียงบรรณาธิการ และเนื้อหานั้นมิได้หมายความถึงสถาบันกษัตริย์ ในคดีนั้นศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุก 10 ปี ต่อมาศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น และศาลฎีกา ระบุว่าที่จำเลยฎีกาต่อสู้ว่า มิได้มีเจตนากระทำผิด และข้อความในบทความหมายถึงอำมาตย์นั้น เป็นปัญหาข้อเท็จจริง ซึ่งในขั้นฎีกาไม่อาจต่อสู้ในข้อเท็จจริงได้อีก อย่างไรก็ตาม ตามที่จำเลยได้ต่อสู้มารับฟังได้ว่า จำเลยเป็นเพียงบรรณาธิการ มิใช่ผู้เขียนและยังให้ข้อมูลว่าใครเป็นผู้เขียน จำเลยยืนยันว่ามีความจงรักภักดี อีกทั้งเมื่อพิจารณาประกอบกับอาชีพ อายุและประวัติของจำเลย ทั้งจำเลยก็ต้องโทษมาเป็นระยะเวลาพอควรแล้ว ศาลฎีกาจึงเห็นควรแก้โทษจำคุก เหลือกระทงละ 3 ปี รวม 2 กระทง 6 ปี ทั้งนี้เมื่อรวมกับโทษจำคุกคดีหมิ่นประมาท พล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร อีก 1 ปี ทำให้สมยศต้องจำคุกรวมเป็นเวลากว่า 7 ปี

 

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

แสดงความคิดเห็น

ข่าวรอบวัน

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์