'โรม' ยัน กมธ.กฎหมายฯ เชิญปธ.ศาลฎีกา ปมกระแสสังคมลือที่ประชุมใหญ่ศาล มาชี้เเจงได้

'โรม' ยัน กมธ.กฎหมายฯ เชิญปธ.ศาลฎีกา มาชี้เเจงได้ ตอกกลับ 'หมอสุกิจ' ไม่ขัด รธน.มาตรา 129 เพราะเป็นหน้าที่ตรวจสอบขององค์กรทางนิติบัญญัติ เพื่อสร้างความกระจ่างให้สังคม 

 

1 เม.ย.2564 ทีมสื่อพรรคก้าวไกล รายงานว่า รังสิมันต์ โรม โฆษกคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม เเละสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีสืบเนื่องจากเมื่อวาน ( 31 มี.ค. 64 ) ที่ได้แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนว่าจะทำหนังสือถึงคณะกรรมาธิการ ฯ ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และได้หารือเบื้องต้นในประเด็นที่ต้องการเชิญ เมทินี ชโลธร ประธานศาลฎีกา ให้มาชี้เเจงต่อคณะกรรมาธิการ จากกรณีมีกระแสสังคมลือกันว่ามีคำถามในที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาว่าเพราะเหตุใดจึงมีคำสั่งไม่ให้ประกันตัวแกนนำคณะราษฎร โดย ประธานศาลฎีกาตอบว่า "มีบุคคลภายนอกสั่งมาอีกที" ขณะที่การออกมาแถลงชี้แจงแทนโดยโฆษกศาลยุติธรรมยังไม่มีเหตุผลรองรับมากเพียงพอ จนเกิดเป็นคำถามว่าศาลทำหน้าที่เป็นอิสระหรือไม่ โดยจากประเด็นดังกล่าว นายเเพทย์สุกิจ อัตโถปกรณ์ ที่ปรึกษาประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้เเถลงข่าวต่อสื่อมวลชนว่า รัฐสภาไม่สามารถมีอำนาจในการเรียกประธานศาลฎีกา มาชี้เเจงได้ เพราะขัดต่อรัฐธรรมนูญตามมาตรา 129 เกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมาธิการนั้น 

รังสิมันต์ กล่าวว่า  กรณีนี้น่าจะทำได้ เนื่องจากรัฐธรรมนูญมาตรา129 ระบุว่า คณะกรรมาธิการคณะกรรมาธิการมีอํานาจเรียกเอกสารจากบุคคลใด หรือเรียกบุคคลใดมาแถลงข้อเท็จจริงหรือแสดงความเห็นในกิจการที่กระทําหรือในเรื่องที่พิจารณาสอบหาข้อเท็จจริงหรือศึกษาอยู่นั้นได้ แต่การเรียกเช่นว่านั้นมิให้ใช้บังคับแก่ผู้พิพากษาหรือตุลาการที่ปฏิบัติตามหน้าที่หรือใช้อํานาจในกระบวนวิธีพิจารณาพิพากษาอรรถคดี หรือการบริหารงานบุคคลของแต่ละศาล ซึ่งเทียบเคียงกับคดีนี้ ในการเรียก ประธานศาลฎีกา มาชี้เเจงต่อคณะกรรมาธิการ ก็เพื่อสอบถามต่อความเป็นอิสระของศาล ว่าตกลงเเล้วมีบุคลภายนอกแทรกเเซงการทำงานของศาลหรือไม่ 

"เราสามารถเชิญประธานศาลฎีกาตอบคำถามต่อกรรมาธิการตามที่มีข่าวลือได้ เเละกรณีที่กล่าวว่าข่าวลือ มีน้ำหนักหรือไม่นั้น  เหตุที่โฆษกศาลยุติธรรมออกมาชี้เเจงนั้นเเสดงให้เห็นเเล้วว่า ข่าวลือดังกล่าวมีน้ำหนัก ซึ่งการทำให้ประชาชนไม่มีความเชื่อมั่นต่อกระบวนการยุติธรรมแบบนี้ ในอนาคตจะทำให้กระบวนการยุติธรรมไม่น่าเชื่อถืออีกเลย ดังนั้นกรณีดังกล่าวส่วนตัวคิดว่าสามารถทำได้ เพราะไม่เข้าเกณฑ์และกระทบตามมาตรา129 ที่รัฐธรรมนูญกำหนด"

รังสิมันต์ ยังย้ำว่า นี่คือทำหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติในการตรวจสอบตุลาการ จากผู้แทนของประชาชนที่เลือกเข้ามาเพื่อปฏิบัติหน้าที่ เเละเป็นปากเป็นเสียงเเทนประชาชน อย่างดีที่สุด การทำหน้าที่ของเราไม่ได้ต้องการพลิกผลคดี เเต่คือความต้องการเห็นการทำหน้าที่ของผู้พิพากษาที่บริสุทธิ์ ยุติธรรม ในฐานะที่เป็นกรรมาธิการที่ตรวจสอบอำนาจหน้าที่องค์กรต่างๆตามรัฐธรรมนูญ ทุกองค์กร 

รังสิมันต์ ยังกล่าวต่อไปว่า กรณีนี้ศาลเองควรมาชี้เเจงต่อประชาชนว่าศาลยังคงเป็นอิสระหรือไม่เป็นอิสระ การตอบคำถามต่อคณะกรรมาธิการ ยังเป็นสิ่งที่ควรจะทำ เพราะจะเป็นการช่วยศาลในรักษาบทบาท อำนาจหน้าที่ฝ่ายตุลาการให้ดีที่สุด ซึ่งหากสามารถชี้เเจงได้ดี ก็จะทำให้ประชาชนลดข้อสงสัย แต่หากศาลไม่มาชี้เเจง ประชาชนก็ยังคงตั้งข้อกังขาในสังคม  อย่างไรก็ตาม จากที่ประชุมของคณะกรรมาธิการในวันนี้ยังไม่มีบทสรุป เนื่องจากองค์ประชุมไม่ครบถ้วน และทางคณะกรรมาธิการฯมีข้อสรุปว่าจะมีการส่งหนังสือเพื่อขอความเห็นไปยังฝ่ายกฎหมายของสำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรก่อน ในสองประเด็น คือ ประเด็นแรก เรื่องการที่คณะกรรมาธิการจะเชิญประธานศาลฎีกา มาชี้เเจงทำได้หรือไม่ ส่วนประเด็นต่อมา คือการที่คณะกรรมาธิการจะขอบันทึกการประชุมใหญ่ที่ประชุมศาลฎีกาจะสามารถทำได้หรือไม่ 

ทั้งนี้ ทางกมธ.จะมีการหารืออีกครั้งในวันพุธ 7 เม.ย. 2564 โดยจะทางรอความเห็นของฝ่ายกฎหมายของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ตอบหนังสือมาอีกครั้ง เพื่อจะลงมติในคณะกรรมาธิการเพื่อดำเนินการต่อไป  ซึ่งหากลงมติเเพ้ ประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินวิกฤติที่เกิดขึ้นต่อกระบวนการทางยุติธรรม ว่าสภาผู้แทนราษฎรยังมีน้ำหนักในการทำหน้าที่ตรวจสอบถ่วงดุลอำนาจหน้าที่ตามอำนาจทางรัฐธรรมนูญใช่หรือไม่

“เราต้องยืนยันหลักการเเบ่งอำนาจรัฐธรรมนูญเป็น 3 ส่วน ตุลาการ นิติบัญญัติ เเละบริหาร ซึ่งเราสามารถตรวจสอบเพื่อถ่วงดุลอำนาจกันทั้งสามส่วน สิ่งสำคัญคือเราต้องการตรวจสอบเพื่อลดข้อกังขาของประชาชน ต่อกรณีที่เกิดขึ้น เพื่อให้เกิดความเป็นอิสระของศาล เเละชี้เเจงความกระจ่างต่อสังคม เเละเพื่อเป็นประโยชน์ต่อบทบาทเเละภาพลักษณ์ของสถาบันตุลาการอย่างเต็มที่"  รังสิมันต์ กล่าวทิ้งท้าย

แสดงความคิดเห็น

ข่าวรอบวัน

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์