คุยกับ ‘หมาป่าเดียวดาย’ เจ้าของแอคฯ ทวิตเตอร์ผู้เปลี่ยนจาก ‘รอยัลลิสต์’ สู่แนวคิดก้าวหน้า

รายงานสัมภาษณ์ ‘หมาป่าเดียวดาย’ (@txxxxxxxx) แอคเคานต์การเมืองที่เปลี่ยนขั้วความคิดทางการเมือง และแสดงจุดยืนอย่างตรงไปตรงมา พร้อมประเมินข้อดี-ข้อเสีย และพลังของทวิตเตอร์ในรอบปีที่ผ่านมารวมถึงวิเคราะห์แนวโน้มของทวิตเตอร์ในอนาคต

‘หมาป่าเดียวดาย’ (นามสมมติ) เจ้าของแอคเคานต์ทวิตเตอร์ @txxxxxxxx ผู้ใช้รูปโปรไฟล์ที่เขียนข้อความว่า Freedom of Speech is a Human Right (เสรีภาพในการพูดคือสิทธิมนุษยชน) เป็นหนึ่งในแอคเคานต์ดาวเด่นด้านการเมืองที่ผู้ใช้งานทวิตเตอร์พูดถึงมากที่สุดในรอบปีที่ผ่านมา แอคเคานต์ของ ‘หมาป่าเดียวดาย’ เริ่มเป็นที่รู้จักในโลกทวิตเตอร์จากการกลับมาอีกครั้งพร้อมแนวคิดทางการเมืองที่สวนทางกับแนวคิดเดิม พร้อมแสดงความคิดเห็นด้านการเมือง สังคม และสิทธิมนุษยชนอย่างตรงไปตรงมา จนมีผู้ติดตามในทวิตเตอร์เกิน 350,000 คนแล้ว

ประชาไทจึงชวน ‘หมาป่าเดียวดาย’ เจ้าของแอคเคานต์ '@txxxxxxxx' มาพูดคุยเปิดมุมมองด้านการเมืองและตัวตนของเธอบนโลกทวิตเตอร์

จุดเริ่มต้นในการพูดเรื่องการเมืองผ่านทวิตเตอร์

หมาป่าเดียวดายเผยว่าเธอใช้ทวิตเตอร์เป็นโซเชียลมีเดียหลักในการพูดถึงเรื่องราวต่างๆ จึงใช้ทวิตเตอร์เป็นช่องทางในการสื่อสารเรื่องการเมืองด้วย

“เนื่องจากใช้ทวิตเตอร์เป็นช่องทางการสื่อสารความคิด ความสนใจของตัวเองอยู่แล้วค่ะ ในช่วงปี 2563 ที่มุ่งความสนใจเรื่องการเมือง สังคม กฎหมาย จึงใช้ทวิตเตอร์พูดถึงเรื่องนี้เป็นหลัก”

 

ข้อดี-ข้อเสียของทวิตเตอร์

หมาป่าเดียวดายบอกว่าการสื่อสารและการแพร่กระจายข้อมูลข่าวสารที่รวดเร็วข้อดีของทวิตเตอร์ แต่ความรวดเร็วนี้ก็เป็นข้อเสียด้วยเช่นเดียวกัน เหมือนดาบสองคม

“ทวิตเตอร์เป็นช่องทางการสื่อสารที่รวดเร็วที่สุด เวลามีข่าวอะไร เพียงเข้ามาในทวิตเตอร์ ดูแฮชแท็กที่ขึ้นเทรนด์ก็จะเห็นทั้งเหตุการณ์ข่าว ข้อเท็จจริง ข้อคิดเห็นที่เกี่ยวข้องกับข่าวเหล่านั้นได้ทันที”

“ข้อดีอีกอย่างคือการเผยแพร่ข่าวสารและความคิดในทวิตเตอร์ทำได้ไวมาก เคยมีการทดลองแชร์ข่าวหนึ่งในทวิตเตอร์เทียบกับเฟซบุ๊ก พบว่าคนกดรีทวิตเยอะกว่ากดปุ่มแชร์ในเฟซบุ๊กมาก แต่ความรวดเร็วและข้อมูลที่ท่วมท้นนี่ก็เป็นข้อเสียเช่นกัน การที่คนเลือกจะแชร์ข่าวในทวิตเตอร์อย่างรวดเร็วหลายครั้งก็ไม่ได้ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลนั้นก่อน ส่งผลให้มีการแพร่กระจายข่าวปลอมไปได้ง่าย ข้อมูลที่มากมายก็อาจทำให้เกิดภาวะ Information overload (ภาวะข้อมูลท่วมท้น หรือ การรับข้อมูลข่าวสารมากเกินไป) คัดกรองข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นประโยชน์ได้ยาก อีกอย่างหนึ่งคือการที่เราสามารถเลือกตามเฉพาะคนที่ตัวเองสนใจและมีความคิดไปในทางเดียวกัน อาจทำให้เกิด Echo chamber (ห้องแห่งเสียงสะท้อน หรือ การผลิตซ้ำและตอกย้ำข้อมูลข่าวสาร ความคิด ความเชื่อ จนไม่เกิดการตั้งคำถามต่อประเด็นนั้นๆ) ทำให้เราไม่ได้รับข้อมูลที่ขัดแย้งกับความเชื่อของตัวเอง และคิดไปเองว่าสิ่งที่ตัวเองเชื่อเป็นสิ่งที่คนส่วนใหญ่เชื่อ หรือเป็นความจริงอย่างไม่มีข้อโต้แย้ง”

ทวีตของหมาป่าเดียวดาย (นามสมมติ) ที่พูดถึงนิยายออนไลน์บนแอปพลิเคชันที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการเมือง
เปรียบเทียบกับนิยายยุคคลาสสิกของไทยที่มีการสอดแทรกเนื้อหาด้านการเมืองไว้ด้วยเช่นกัน
 

ทวีตที่ทำให้เป็นที่รู้จักในโลกทวิตเตอร์

หมาป่าเดียวดายบอกว่าเธอปิดแอคเคานต์ทวิตเตอร์ไปสักพัก ก่อนจะกลับมาเปิดใช้งานอีกครั้ง และทวีตข้อความแสดงออกทางแนวคิดการเมืองที่เปลี่ยนขั้วจากฝั่งอนุรักษ์นิยมมาเป็นแนวคิดแบบก้าวหน้า ซึ่งการเปลี่ยนแปลงแนวคิดเกิดจากการเรียนรู้ สั่งสมประสบการณ์ และพูดคุยกับหลายๆ คน จนสามารถเปลี่ยนสมมติฐานและแนวคิดทางการเมืองได้

“น่าจะเป็นทวีตที่กลับมาเปิดแอคเคาท์อีกครั้งหลังจากที่ปิดไปปีกว่าๆ ค่ะ คงเป็นข้อความในทวีตด้านล่างนี้ หลายคนตกใจเพราะไม่คิดว่าจะเห็นรอยัลลิสต์เข้ากระแสเลือดแบบเรามาเรียกร้องคนเท่ากัน เรียกร้องสิทธิมนุษยชน ต่อต้านปิตาธิปไตย ยกเลิก 112 ซึ่งเป็นแนวทางที่ตรงกันข้ามกับระบอบกษัตริย์เลย”

ทวีตของหมาป่าเดียวดาย (นามสมมติ) ที่ทำให้คนรู้จักบนโลกออนไลน์มากขึ้น
 

จุดเปลี่ยนหลังจากทวีตเรื่องการเมือง

หมาป่าเดียวดายบอกว่าเธอถูกคุกคามในชีวิตจริงหลังพูดคุยการเมืองในทวิตเตอร์

“สิ่งที่เจอน่ากลัวมากค่ะ มีคนพยายามจะตามหาเรา อยากเจอตัวเรา ซึ่งแน่ใจได้ว่าไม่ใช่ในแง่ดี พยายามหาทางบีบให้เราออกจากงาน ทั้งหมดนี้ไม่ใช่เพราะทวิตเรื่องการเมือง แต่เพราะจุดยืนเรามันขัดกับผู้มีอำนาจ เขาไม่ต้องการให้เราแสดงความคิดเห็นที่อาจเป็นผลลบต่อเขา ในขณะที่ตอนที่ทวีตเรื่องการเมืองเข้าข้างฝ่ายที่มีอำนาจ เราโดนด่านะ แต่ไม่โดนคุกคาม”

พลังของทวิตเตอร์ในรอบปีที่ผ่านมา

หมาป่าเดียวดายบอกว่าในรอบปีที่ผ่านมา สิ่งที่เห็นได้ชัดจากทวิตเตอร์ คือ พลังของการเชื่อมต่อสื่อสาร ที่เปิดพื้นที่การพูดคุยให้คนอย่างแตกต่างหลากหลาย จนกลายเป็นการเคลื่อนไหวทางสังคมที่ยิ่งใหญ่

“เรามองว่ามันคือพลังของการเชื่อมต่อและการสื่อสาร ในอดีตมันก็มีคนอยากเปลี่ยนแปลงแหละ แต่การที่เขาจะรวมกลุ่มคนที่มีความคิดเหมือนกันได้ เขาต้องตั้งสมาคม สภานักศึกษา สมัชชาคนจน ต้องเดินทางไปรวมตัวกัน ฟังปราศรัย แลกเปลี่ยนความเห็น พิมพ์หนังสือกระจายแนวคิดความเชื่อนั้น แต่ตอนนี้ทุกสิ่งทุกอย่างทำได้ผ่านอินเทอร์เน็ต ข้อได้เปรียบของทวิตเตอร์คือการไม่ระบุตัวตน ทำให้ทุกคนสามารถแสดงความเห็นและมีคนรับฟังได้เสมอ ไม่สำคัญว่าเขาจะเป็นใคร ทำให้ความคิดในนี้ค่อนข้างหลากหลาย การเคลื่อนไหวใหญ่ๆ บางครั้งก็มาจากความคิดเห็นเล็กๆ ที่เกิดขึ้นมาพร้อมๆ กัน”

ทวีตของหมาป่าเดียวดาย (นามสมมติ) ที่โต้ตอบแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับบุคคลอื่นในสังคมทวิตเตอร์
 

แนวโน้มในอนาคตต่อเรื่องการเมืองและประเด็นทางสังคม

หมาป่าเดียวดายมองว่าความแตกต่างหลากหลายของกลุ่มคนในทวิตเตอร์จะมีมากยิ่งขึ้นในอนาคต และจะเต็มไปด้วยความคิดเห็นที่แตกต่าง ซึ่งจะนำไปสู่การถกเถียงในประเด็นต่างๆ ทั้งยังมองว่าทวิตเตอร์จะเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันแนวคิดของคนในสังคมให้มีความก้าวหน้ามากขึ้น

“ส่วนตัวมองว่าแนวโน้มความแตกต่างหลากหลายในทวิตเตอร์จะค่อยๆ มากขึ้น เดิมคนจะมองว่าทวิตเตอร์เป็นแพลตฟอร์มสำหรับคนรุ่นใหม่ แต่ปัจจุบันเราเจอทุกกลุ่มอายุ ทุกอาชีพ ความคิดที่ส่งออกมาก็หลากหลายมากขึ้นด้วย แล้วด้วยสังคมทวิตเตอร์ปัจจุบันที่คนพยายามจะปกปิดตัวตนมากกว่าจะเปิดเผยเหมือนยุคก่อนๆ ยิ่งทำให้การโต้แย้งยิ่งรุนแรงมากขึ้นอีก ทวิตเตอร์ดูจะเป็นพื้นที่สำหรับการเห็นต่าง มากกว่าเห็นด้วย แต่เราก็เชื่อว่าการถกเถียงเหล่านี้มีประโยชน์ และเปลี่ยนสังคมได้ อย่างประเด็นทำแท้งถูกกฎหมาย หรือการขายบริการทางเพศถูกกฎหมาย อนุญาตให้การุณยฆาต สมรสเท่าเทียม เป็นสิ่งที่มีคนพูดคุยในทวิตเตอร์มานานมาก นำไปสู่การรวมรายชื่อ แก้ไขกฎหมาย อนาคตก็อาจจะมีความคิดที่ก้าวหน้ากว่านี้ เสรีกว่านี้มาถกเถียงกัน ซึ่งก็จะส่งผลต่อสังคมในเวลาต่อไป”

ในโลกทวิตเตอร์ยังมีดาวเด่นด้านการเมืองอีกหลายบัญชีที่พูดคุยเรื่องการเมืองอย่างเปิดเผยและตรงไปตรงมา โปรดติดตามบทสัมภาษณ์คนดังในโลกทวิตเตอร์ฉบับต่อไปได้กับทีมข่าวประชาไท

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

แสดงความคิดเห็น

ข่าวรอบวัน

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์