'ลูกเกด-ชลธิชา' จ่อฟ้องหมิ่นแพ่งคนทำแชทปลอม เตือนหยุดสร้างข้อมูลเท็จทำลายชีวิตคน

'ลูกเกด-ชลธิชา' นักกิจกรรมจ่อฟ้องหมิ่นทางแพ่งคนทำแชทปลอมที่คุยกันระหว่างเธอกับเจ้าหน้าที่สถานทูตสหรัฐ โดยก่อนหน้านี้สถานทูตออกมาชี้แจงแล้วว่าแชททั้งหมดเป็นของปลอม ชลธิชาชี้ดำเนินคดีเพื่อกอบกู้ศักดิ์ศรีและเตือนหยุดสร้างข้อมูลปลอมทำลายชีวิตคน

21 เม.ย. 2564 จากกรณีที่มีการแชร์แชทไลน์หลุดที่ระบุว่า เป็น ลูกเกด-ชลธิชา แจ้งเร็ว นักกิจกรรม คุยกับ Henry Rector (เฮนรี่ เร็กเตอร์) ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่สถานทูตสหรัฐอเมริกา ในเรื่องความเคลื่อนไหวของการชุมนุม และทำให้ Agent H. ถูกพูดถึงวิพากษ์วิจารณ์ว่า สหรัฐฯสนับสนุนความเคลื่อนไหวของกลุ่มม็อบราษฎรนั้น


แชทปลอมดังกล่าว

วันนี้ ชลธิชาออกมาชี้แจงในเฟซบุ๊ก 'Chonthicha Kate Jangrew' โดยระบุว่า รูปภาพแชทดังกล่าวเป็นรูปภาพแชทที่ถูกตัดต่อขึ้นทั้งหมด เนื่องด้วยตนและเฮนรี่ไม่เคยมีคอนแทคส่วนตัวกัน และไม่เคยพูดคุยกันเพราะไม่รู้จักกัน 

ก่อนหน้านี้ไทยโพสต์รายงานว่า โฆษกสถานทูตสหรัฐอเมริกา Nicole Fox (นิโคล ฟอกซ์) ได้ชี้แจงถึงกรณีดังกล่าว โดยยืนยันว่า แชทไลน์ดังกล่าวเป็นการปลอมแปลงขึ้นทั้งหมด (a complete fabrication.) อีกทั้ง เจ้าหน้าที่ทูตคนดังกล่าว ได้พ้นหน้าที่ออกจากประเทศไทยไปตั้งแต่ ก.ค.2563 รวมทั้งไม่มีบัญชีไลน์ และไม่เคยติดต่อกับชลธิชา

โฆษกสถานทูตสหรัฐฯ ยังขออ้างอิงถึงแถลงการณ์ก่อนหน้านี้ ก็เคยมีภาพของอดีตเอกอัคราชทูตสหรัฐฯประจำไทย ไปพบปะกับนักศึกษา แกนนำการชุมนุมที่ถูกนำไปบิดเบือนว่า สหรัฐฯ สนับสนุนกลุ่มผู้ชุมนุม หรือนักศึกษาเหล่านั้นมาแล้ว

ชลธิชาได้ระบุต่อว่า ตัดสินใจดำเนินคดีหมิ่นประมาททางแพ่ง เพื่อเรียกค่าเสียหาย โดยตัดสินใจไม่ฟ้องหมิ่นประมาททางอาญา เพราะไม่สนับสนุนให้ความผิดฐานหมิ่นประมาทมีโทษทางอาญา

"การตัดสินใจฟ้องร้องคดีในครั้งนี้ ไม่ง่ายเลย เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินการค่อนข้างสูง ซึ่งเราไม่ได้มีเงินทองมากมายนัก แต่เราก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่า การดำเนินคดีในครั้งนี้จะเป็นการกอบกู้ศักดิ์ศรีของตัวเองคืนมาอีกครั้ง จะเป็นการเตือนสติสังคมไทยให้หยุดสร้างข้อมูลปลอมทำลายชีวิตผู้อื่น และหากชนะคดีนี้ เราจะแบ่งเงินที่ได้ส่วนหนึ่งไปมอบให้ครอบครัวน้องบาส นักศึกษาอาชีวะที่โดนทำร้ายโดยกลุ่มปกป้องสถาบัน (ดักยิง) เมื่อวันที่ 20 มีนาคมที่ผ่านมา เพื่อเป็นค่ารักษาตัวและทำกายภาพบำบัด" ชลธิชาระบุในโพสต์

นอกจากนี้ชลธิชายังได้ชี้แจงว่า ในช่วงที่ผ่านมา ตนถูกโจมตีมาโดยตลอดว่า มีความสนิทสนมกับสหประชาชาติ(UN) องค์กรสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ และสถานทูตต่าง ๆ ประเด็นของการถูกต่อว่าด่าทอ มีตั้งแต่ประเด็นส่วนตัว จนถึงประเด็นที่อ้างคำว่า "ชาติ" เพื่อทำลายความน่าเชื่อถือ และการสร้างข่าวปลอม เช่น หาว่าตนเป็นพวกขายชาติและเป็นผู้ที่ทำงานร่วมกับสถานทูตต่างประเทศเพื่อทำร้ายประเทศตัวเอง ตนจึงอยากใช้โอกาสนี้ชี้แจงว่า ไม่เคยรับเงินจากสถานทูตใด ๆ และการพบปะพูดคุยกับสถานทูตนั้น เป็นเพียงการอัพเดตประเด็นสิทธิมนุษยชนในฐานะนักปกป้องสิทธิมนุษยชน (Human Rights Defender) คนทำงานด้านสิทธิมนุษยชนเท่านั้น ซึ่งเป็นเรื่องที่ปกติมาก เพราะหนึ่งในหน้าที่ของนักการทูตในประเทศต่าง ๆ คือ การทำรายงานกลับไปให้รัฐบาลของตนเพื่อเป็นข้อมูลในการดำเนินงานด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ซึ่งต้องอาศัยข้อมูลที่รัดกุมและรอบด้าน นักการทูตจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องพูดคุยกับทุก ๆ ฝ่าย ไม่ว่าจะฝ่ายรัฐบาลไทย ฝ่ายประชาชนที่ไม่เห็นด้วยกับรัฐบาล หรือแม้แต่ฝ่ายประชาชนที่เห็นด้วย/เชียร์รัฐบาลพลเอกประยุทธ์ด้วย

"จุดประสงค์ของการสร้างรูปภาพแชทปลอมในครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการสร้างหลักฐานปลอมเพื่อทำให้สังคมมองว่าตนเป็นคนขายชาติแล้ว ยังมีความพยายามสร้างเรื่องใส่ร้ายโดยอ้างความสัมพันธ์เชิงชู้สาว ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่น่ารังเกียจอย่างยิ่ง และยังแสดงให้เห็นว่า ผู้หญิงไทยที่ลุกขึ้นมาทำงานการเมือง ต้องการเปลี่ยนประเทศไปในทิศทางที่ดีขึ้น และพยายามท้าทายผู้มีอำนาจนั้น มักถูกโจมตีด้วยถ้อยคำเหยียดเพศ วิพากษ์วิจารณ์รูปร่างหน้าตา ลดทอนคุณค่าและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์อยู่เสมอ แต่อย่างไรก็ดี ถ้อยคำด่าทอต่างๆเหล่านี้ ไม่อาจทำให้เราหยุดเคลื่อนไหวได้ มิหนำซ้ำ มันยังกลายเป็นเชื้อเพลิงเติมไฟให้เราต้องทำงานหนักมากขึ้น เพื่อยืนยันว่า ผู้หญิงทำงานการเมืองได้" ชลธิชาระบุ

นอกจากนี้เธอยังกล่าวด้วยว่า สิ่งที่น่ากังวลอีกประการ คือการเผยแพร่ข้อมูลเหล่านี้สู่สาธารณะโดยสื่อหลายสำนัก ที่ผ่านมาจะสังเกตได้ว่า ประเด็นในสังคมถูกพูดถึงและผลักดันไปได้นั้น ต้องอาศัยสื่อแทบทั้งสิ้น จึงอยากขอเตือนสติและสามัญสำนึกของสื่อมวลชน ให้ตระหนักในหน้าที่ และจรรยาบรรณการเป็นสื่ออย่างที่ควรจะเป็น นำเสนอข่าวด้วยข้อมูลตามความเป็นจริง ไม่บิดเบือนข้อเท็จจริง และตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนนำเสนอต่อสาธารณะ

"ทั้งนี้ ขอเตือนว่า การสร้างและเผยแพร่แชทปลอมดังกล่าว ยังมีความผิดตามมาตรา 16 ของ พ.ร.บ.คอมฯ ด้วยค่ะ และ "การจงใจสร้างรูปภาพแชทปลอมขึ้นมาใส่ร้าย สร้างความเกลียดชังแก่ผู้อื่น ไม่ใช่การแสดงความคิดเห็นอย่างสุจริตใจแน่นอน" ชลธิชาระบุ

ชลธิชายังได้ขอความร่วมมือหากใครพบเห็นการหมิ่นประมาท ใส่ร้ายตนในช่องทางต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นข้อความจากโพสต์ – คอมเมนต์, ภาพ, วีดีโอ หรือสิ่งอื่นใดที่สื่อไปในทางหมิ่นประมาท ใส่ร้าย ให้ช่วยนำลิงค์ต้นทางเหล่านั้นมาใส่ในช่องคอมเมนต์ใต้โพสต์นี้ เพื่อที่จะได้รวบรวมไปใช้เป็นหลักฐานในการดำเนินคดีต่อไป

 

สวัสดีค่ะ หลังจากที่มีการเผยแพร่รูปภาพแชท LINE ทางสื่อออนไลน์โดยอ้างว่าเป็นแชทระหว่างลูกเกด ชลธิชา แจ้งเร็ว กับคุณ...

โพสต์โดย Chonthicha Kate Jangrew เมื่อ วันพุธที่ 21 เมษายน 2021

 

 

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

แสดงความคิดเห็น

ข่าวรอบวัน

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์