COVID-19: 25 เม.ย. ไทยติดเชื้อเพิ่ม 2,438 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 11 ราย

ศบค. แถลงไทยพบผู้ติดเชื้อใหม่ 2,438 ราย สะสม 55,460 ราย รักษาหายเพิ่ม 547 ราย รักษาหายสะสม 31,113 ราย ผู้เสียชีวิตเพิ่ม 11 ราย ยอดสูงสุดภายใน 1 วัน ผู้เสียชีวิตสะสม 140 ราย - สธ.เตรียมตั้งศูนย์แรกรับกระจายผู้ป่วยไปปริมณฑลแก้ปัญหาผู้ป่วยรอเตียงอยู่บ้าน - ศบค.ยืนยันข่าวอินเดียเช่าเหมาลำบินมาไทยไม่เป็นความจริง ตม. เผยชาวอินเดียเข้าไทย ตั้งแต่ 1-20 เม.ย.จำนวน 602 คน ยืนยันเข้ามาอย่างถูกต้อง ผ่านการคัดกรองแล้ว

25 เม.ย. 2564 กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข รายงานสถานการณ์ COVID-19 มีผู้ติดเชื้อ 2,438 คน ผู้ติดเชื้อสะสม 55,460 คน เสียชีวิตเพิ่ม 11 คน ยอดผู้เสียชีวิตสะสม 140 คน ทั้งนี้ ผู้ติดเชื้อวันนี้มาตากต่างประเทศ 5 คน ผู้ติดเชื้อในประเทศ 2,433 คน รักษาตัวในโรงพยาบาล 24,207 คน อยู่ในโรงพยาบาล 19,274 คน รพ.สนาม 4,933 คน กลับบ้านแล้ว 31,113 คน

ผู้เสียชีวิตรายที่ 130 ชายไทยอายุ 27 ปี อยู่ กทม. มีโรคเบาหวาน โรคอ้วน 12 เม.ย. ไอ หายใจลำบาก 14 เม.ย. ตรวจพบเชื้อ 21 เม.ย.เสียชีวิต ปัจจัยเสี่ยงป่วยสัมผัสผู้ป่วยยืนยัน

ผู้เสียชีวิตรายที่ 131 หญิงไทยอายุ 34 ปี อยู่ ปทุมธานี มีโรคไซนัสอักเสบ โรคอ้วน 13 เม.ย.มีไข้ ไอแห้ง ปนเลือด 16 เม.ย.ตรวจพบเชื้อ 23 เม.ย.เสียชีวิต ปัจจัยเสี่ยงป่วยสัมผัสผู้ป่วยยืนยัน

ผู้เสียชีวิตรายที่ 132 ชายไทยอายุ 69 ปี อยู่ ปทุมธานี มีโรคความดันโลหิตสูง เก๊าท์ 8 เม.ย.ไอ ปวดศีรษะ หายใจลำบาก 13 เม.ย.พบเชื้อ 22 เม.ย.เสียชีวิต ปัจจัยเสี่ยงป่วยเดินทางไปสถานที่แออัด

ผู้เสียชีวิตรายที่ 133 หญิงไทยอายุ 62 ปี อยู่ สุโขทัย มีโรคความดันโลหิตสูง ไขมันในเส้นเลือด 16 เม.ย.มีไข้ ไอ ปวดกล้ามเนื้อ 20 เม.ย. พบเชื้อ 22 เม.ย.เสียชีวิต ปัจจัยเสี่ยงป่วยเดินทางไปสถานที่มีผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อ 

ผู้เสียชีวิตรายที่ 134 ชายไทยอายุ 70 ปี อยู่ ประจวบคีรีขันธ์ ผู้ป่วยติดเตียง เบาหวาน ไตวายเรื้อรัง ความดันโลหิตสูง17 เม.ย.มีไข้ หายใจหอบเหนื่อย 19 เม.ย. พบเชื้อ 23 เม.ย.เสียชีวิต ปัจจัยเสี่ยงป่วยสัมผัสผู้ป่วยยืนยัน 

ผู้เสียชีวิตรายที่ 135 ชายไทยอายุ 45 ปี อยู่ นครพนม มีโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเส้นเลือด โรคอ้วน 13 เม.ย.ไอ ถ่ายเหลว แน่นท้อง 17 เม.ย.พบเชื้อ 23 เม.ย.เสียชีวิต ปัจจัยเสี่ยงป่วยสัมผัสผู้ป่วยยืนยัน 

ผู้เสียชีวิตรายที่ 136 ชายไทยอายุ 35 ปี อยู่ นครราชสีมา มีโรคอ้วน 13 เม.ย.มีไข้ หนาวสั่น 15 เม.ย.ตรวจพบเชื้อ 2 เม.ย.เสียชีวิต ปัจจัยเสี่ยงสัมผัสผู้ป่วยยืนยัน 

ผู้เสียชีวิตรายที่ 137 ชายไทยอายุ 34 ปี อยู่ กรุงเทพฯ มีโรคเบาหวาน อ้วน 13 เม.ย.ปวดเมื่อย 21 เม.ย.พบเชื้อ 23 เม.ย.เสียชีวิต ปัจจัยเสี่ยงป่วยเดินทางไปสถานที่แออัด 

ผู้เสียชีวิตรายที่ 138 ชายไทยอายุ 36 ปี อยู่ กรุงเทพฯ ปฏิเสธมีโรคประจำตัว 12 เม.ย.มีไข้ 18 เม.ย.ตรวจพบเชื้อ 28 เม.ย. เสียชีวิต ปัจจัยเสี่ยงป่วยเดินทางไปสถานที่แออัด 

ผู้เสียชีวิตรายที่ 139 ชายไทยอายุ 35 ปี อยู่ กรุงเทพฯ มีโรคอ้วน 11 เม.ย.มีไข้ ไอ เจ็บคอ 15 เม.ย.พบเชื้อ 23 เม.ย.เสียชีวิต ปัจจัยเสี่ยงป่วยเดินทางไปสถานที่แออัด 

ผู้เสียชีวิตรายที่ 140 หญิงไทยอายุ 32 ปี อยู่ กรุงเทพฯ ตั้งครรภ์ 25 สัปดาห์ 8 เม.ย.มีไข้ ไอ เจ็บคอ 15 เม.ย. พบเชื้อ 23 เม.ย.เสียชีวิต ปัจจัยเสี่ยงป่วยเดินทางไปสถานที่แออัด 

นพ.ทวีศิลป์ยังกล่าวว่า ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิตทั้ง 11 คน ขอทุกคนเรียนรู้ในการดูแลสุขภาพตนเองและครอบครัว 

ทั้งนี้กราฟผู้ติดเชื้อลงมานิดหน่อย แต่ยอดผู้ติดเชื้อเกิน 2,000 คน มา 3 วันแล้ว โดยการติดเชื้อระลอกแรก ติดเชื้อ 4,237 คน เสียชีวิค 60 คน ระลอก ธ.ค.63 ติดเชื้อ 24,626 คน เสียชีวิต 34 คน ระลอก เม.ย.ติดเชื้อ 26,597 คน เสียชีวิต 46 คน

5 อันดับผู้ติดเชื้อสะสมวันที่ 1 เม.ย. - 25 เม.ย.64 1.กรุงเทพฯ 2.เชียงใหม่ 3.ชลบุรี 4.นนทบุรี และ 5.สมุทรปราการ 

สธ.ประชุม และรมว.สาธารณสุข ร่วมประชุมวิเคราะห์ความแตกต่างของการระบาดระลอกนี้ เพื่อเตรียมมาตรการต่างๆ ต่อไป ทั้งนี้ จำนวนผู้ติดเชื้อสะสม 53,022 คน ภาพรวมผู้ติดเชื้ออายุลดลง สัญชาติไทยเป็นส่วนใหญ่ ทั้งนี้ ระลอกแรกผู้สูงอายุจะมากที่สุด 

19 สถานที่เสี่ยงติดเชื้อ

สถานการณ์ผู้ติดเชื้อในกรุงเทพฯ วันที่ 1 - 24 เม.ย. 19 อันดับ ติดจาก 1.สถานบันเทิง, 2.บ้าน/คนในครอบครัว, 3.สถานที่ทำงาน/บริษัท, 4.เชื่อมโยงจากต่างจังหวัด, 5.SQ/ASQ/AHQ

6.งานเลี้ยง/งานสัมมนา/งานบวช, 7.สถานพยาบาล, 8.ตลาด, 9.ร้านอาหาร, 10.ห้าง/ร้านสะดวกซื้อ, 11.สถานที่เล่นกีฬา/ยิม,12.สถานีตำรวจ, 13.สถานศึกษา, 14.เรือนจำ, 15.ศาสนาสถาน, 16.ติดในคอนโด, 17.ร้านเสริมสวย/นวด/สปา, 18.ขนส่งสาธารณะ,19. อื่นๆ 

ทั้งนี้ นายกฯให้อำนาจผู้ว่าฯ พิจารณาเป็นรายจังหวัดในออกมาตรการลดหรือปิดกิจการ กิจกรรมต่างๆ ตามที่ได้ออกมาตรการไปแล้ว

"ระยอง" พบแพร่เชื้อ 4 วง ติดเชื้อ 343 คน

นพ.ทวีศิลป์ยังกล่าวว่า จ.ระยอง ขณะนี้มีผู้ติดเชิ้อแล้ว 343 คน เมื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์การแพร่ระบาดเกิดจาก 4 วง นำไปสู่การติดเชื้อจำนวน 343 คน ซึ่งแต่ละจังหวัดแตกต่างกัน ขณะที่ จ.สมุทรปราการ ติดเชื้อจากผู้ติดเชื้อ 1 คน และติดอีก 16 คน ในฟิตเนส 

ดังนั้น จากนี้ภาพที่จะเห็นคือ การประกาศขอความร่วมมือจะออกตามรายละเอียดของแต่ละจังหวัด เช่น ประกาศให้ประชาชนใส่หน้ากากผ้าหรืออนามัยเมื่ออยู่นอกเคหสถานแล้ว 42 จังหวัด โดยภาคกลางและภาคตะวันออกได้เริ่มไปแล้ว

อินเดียเช่าเหมาลำมาไทยไม่เป็นความจริง 

นพ.ทวีศิลป์ ตอบคำถามกรณีมีข่าวคนอินเดียเช่าเหมาเลำครื่องบินมายังไทยแล้ว โดยระบุ กต.ยืนยันว่า ไม่เป็นความจริง ซึ่งมีรายงานการนำคนไทยขึ้นเครื่องกลับจากอินเดียกลับไทย โดยในเดือน พ.ค.จะมีอีก 4 เที่ยวบิน ขณะนี้ต้องการให้คนไทยเดินทางกลับประเทศเท่านั้น โดยชะลอการเดินทางของชาวต่างชาติ

ขณะมีคนไทยลงทะเบียนแล้ว วันที่ 1 พ.ค.จำนวน 1 คน วันที่ 8 พ.ค. 70 คน วันที่ 15 พ.ค. 60 คน วันที่ 22 พ.ค.ยังไม่มีการลงทะเบียน ซึ่งภารกิจของกระทรวงการต่างประเทศคือนำคนไทยกลับมาเนื่องจากทราบดีว่ามีการระบาดของ COVID-19 ในอินเดีย

ตม. เผยชาวอินเดียเข้าไทย ตั้งแต่ 1-20 เม.ย.จำนวน 602 คน ยืนยันเป็นการเข้ามาอย่างถูกต้องและผ่านการคัดกรองโรค COVID-19 แล้ว

Thai PBS อ้างแหล่งข่าวภายในสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เปิดเผยถึงกรณีที่มีกระข่าวว่าชาวอินเดียวเดินทางเข้ามาในประเทศไทยจำนวนมากว่า สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง มีหน้าที่ช่วยเหลือด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ กรมควบคุมโรค ในการช่วยตรวจคัดกรอง ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ก่อนเข้าประเทศ

โดยจะตรวจเอกสารที่สถานทูต ประเทศต้นทางออกให้ และจะดูเงื่อนไขวีซ่าตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมืองฯ และ ตามที่ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ กำหนด เป็นหลัก หากพบว่าผิดเงื่อนไขก็ปฏิเสธการเข้าเมือง และผลักดันกลับทันที

เงื่อนไขการเข้าประเทศไทยของสัญชาติอินเดีย ตั้งแต่วันที่ 1-20 เม.ย.2564 แบ่งเป็นเข้ามาทำงาน 426 คน กลุ่มนักธุรกิจ นักลงทุน 110 คน เป็นกลุ่มนักธุรกิจ มีคู่สมรส บิดามารดา หรือบุตรคนไทย จำนวน 30 คน

นอกจากนี้ ยังมีนักเรียนนักศึกษา จำนวน 16 คน มีถิ่นที่อยู่ในไทย จำนวน 10 คน และคณะทูต ผู้แทนรัฐบาล จำนวน 8 คน และเข้ามารักษาพยาบาลที่ไม่ใช่โรค COVID-19 จำนวน 2 คน

สำหรับจำนวนบุคคลที่เข้ามาในไทย แยกตามสัญชาติระหว่างวันที่ 1-20 เม.ย. พบว่าสัญชาติอินเดียอยู่ในลำดับที่ 7

โดยลำดับที่ 1. ไทย 7,176 คน, 2. จีน 2,148 คน, 3. ญี่ปุ่น 1,700 คน, 4. สหรัฐอเมริกา 1,153 คน, 5. อังกฤษ 617 คน, 6. เยอรมนี 608 คน และ 7. อินเดีย 602 คน

ตรวจเชื้อโควิด-ทำประกันก่อน

โดยก่อนที่ชาวต่างชาติทุกคนเข้ามาในไทย จะต้องได้รับการรับรองจากสถานทูตในประเทศต้นทางก่อนว่าผ่านการตรวจเชื้อ COVID-19 มาแล้ว และมีผลยืนยันไม่เกิน 72 ชั่วโมง

รวมทั้งต้องมีประกัน COVID-19 ทุนประกันวงเงิน 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ เมื่อเข้ามาแล้วจะออกใบรับรองให้เดินทางเข้าไทย และเข้ามากักตัวตามขั้นตอน โดยผู้ที่ได้รับอนุญาตให้เข้าประเทศนั้นต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขที่รัฐบาลอนุญาตด้วย

ส่วนกรณีที่เข้ามารักษาตัวด้วยโรคอื่นไม่ใช่ COVID-19 จะต้องมีหนังสือรับรองจากโรงพยาบาลประเทศต้นทาง และเข้ารักษาแบบ HQ หรือ AQ ในโรงพยาบาลที่รักษา

สธ.เตรียมตั้งศูนย์แรกรับกระจายผู้ป่วยไปปริมณฑล

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เรียกประชุมด่วน ผู้บริหารกระทรวงและกรุงเทพมหานคร เพื่อหารือแนวทางการปัญหาผู้ติดเชื้อรอเตียงอยู่บ้าน

ก่อนเข้าประชุม นายอนุทิน ยอมรับว่าพื้นที่ กทม.มีปัญหาค่อนข้างเยอะ จึงได้เชิญผู้เกี่ยวข้องของ กทม.มาหารือร่วมกัน เพื่อหาแนวทางแก้ไขร่วมกัน ซึ่งกระทรวงสาธารณสุข ก็พร้อมจะเข้าให้การสนับสนุน ซึ่งสิ่งสำคัญที่สุด คือจะทำอย่างไรเพื่อให้ผู้ป่วยเข้ารับการรักษาโดยเร็วที่สุด แม้กระทรวงฯ จะไม่ได้ควบคุมดูแลโดยตรงก็ตาม ด้วยห่วงผู้ป่วยรอเตียงอยู่บ้าน ที่เข้ารับการรักษาช้า อาการอาจหนักขึ้นจนเสียชีวิตได้

ทั้งนี้ ได้มีการหารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ขอใช้สถานที่อินดอร์สเตเดียม จัดตั้งเป็นศูนย์แรกรับผู้ป่วยตามบ้าน ที่ยังไม่มีรถไปรับ โดยทางกระทรวงฯ จะทำหน้าที่รวบรวมข้อมูลไว้เป็นส่วนกลาง และกระจายไปยังโรงพยาบาลต่างๆ ที่ยังมีเตียงรองรับเพียงพอ เพื่อให้การประสานงานข้ามเครือข่ายเกิดความรวดเร็วขึ้น

นายอนุทิน กล่าวอีกว่า ขณะนี้เข้าใจความรู้สึกของประชาชน จึงพยายามใช้ทุกทรัพยากรที่มีอยู่ในขณะนี้ เพื่อดูแลและรักษาชีวิตของผู้ป่วยอย่างเต็มที่ โดยที่จะไม่มีใครเป็นเจ้าภาพหลักอีกต่อไป

 

ที่มาเรียบเรียงจาก Thai PBS [1] [2] [3] [4]

 

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

แสดงความคิดเห็น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ข่าวรอบวัน

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์