ชาวกะเหรี่ยงหลายร้อยหาที่หลบภัยในไทย หลังพม่าทิ้งระเบิดต่อเนื่อง

ชาวบ้านหลายพันกลายเป็นผู้พลัดถิ่น และต้องหาที่หลบภัยริมแม่น้ำสาละวิน หลังทัตมาดอทิ้งระเบิดพื้นที่กองกำลังปลดปล่อยแห่งชาติกะเหรี่ยง กองพล 5 อย่างต่อเนื่อง เครือข่ายภาคประชาชน ชี้กองทัพพม่าตั้งใจโจมตีเป้าหมายพลเรือน

 

29 เม.ย.2564 สำนักข่าวเมียนมา ‘Myanmar Now’ รายงานวันนี้ (29 เม.ย.64) ผู้อพยพจากรัฐกะเหรี่ยงกว่า 300 คน อพยพหนีความตายมาชายแดนไทย จ.แม่ฮ่องสอน เพื่อหาที่หลบภัย เมื่อวันที่ 28 เม.ย.64 หลังจากกองทัพพม่า หรือทัตมาดอ เปิดปฏิบัติการโจมตีทางอากาศ

เครือข่ายกะเหรี่ยงสนับสนุนสันติภาพ (Karen Peace Support Network-KPSN) รายงานผ่านสื่อออนไลน์เมื่อวันที่ 29 เม.ย.64 ระบุว่า กองทัพพม่าใช้เครื่องบินรบทิ้งระเบิดในเขตมือตรอ หรืออีกชื่อหนึ่งคือเขตผาปูน ระหว่างวันที่ 27-28 เม.ย.64  

มีการโจมตีหลายครั้งในบริเวณใกล้กับค่ายผู้พลัดถิ่นภายใน ‘อิตูทา’ (IDPs) ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับแม่น้ำสาละวิน KPSN กล่าง พร้อมระบุว่า เสียงระเบิดนั้นดังมาถึงฝั่งไทย

คะเนียวปอ สมาชิก KPSN และเลขานุการองค์กรสตรีกะเหรี่ยง (Karen Women’s Organization - KWO) กล่าวว่า ถ้ากองทัพพม่ายังโจมตีทางอากาศในพื้นที่รัฐกะเหรี่ยงต่อไป จะมีประชาชนประมาณ 7,000 คน ที่มาหลบภัยอยู่ริมแม่น้ำสาละวินฝั่งรัฐกะเหรี่ยง ต้องลี้ภัยเข้ามาในเขตแดนไทย

"เราต้องการความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม และเราต้องการให้ทางการไทยเปิดรับและจัดเตรียมความช่วยเหลือให้ผู้พลัดถิ่นภายในที่กำลังหลบหนีอยู่" คะเนียวปอ กล่าว

เมื่อปลายเดือน มี.ค. กองทัพพม่าใช้เครื่องบินทิ้งระเบิดในพื้นที่กองกำลังปลดปล่อยแห่งชาติกะเหรี่ยง หรือ KNLA รัฐกะเหรี่ยง มากกว่า 20 ครั้ง มีรายงานผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 19 ราย และบาดเจ็บ 16 รายในการโจมตีทางอากาศ ตั้งแต่วันที่ 27 มี.ค.-1 เม.ย.2564 ขณะที่กลุ่ม ฟรีเบอร์มาเรนเจอร์ หรือ FBR ซึ่งเป็นองค์กรช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม รายงานผู้บาดเจ็บจากการทิ้งระเบิดทางอากาศมากกว่า 40 ราย 

อ้างอิงการประมาณการของเครือข่าย KPSN ระบุว่า การโจมตีทางอากาศในเขตมือตรอ ร่วมกับการยิงปืนใหญ่ซึ่งมีขึ้นแทบจะทุกวันในเขตกองพล 5 KNLA ทำให้มีชาวบ้านพลัดถิ่นแล้วกว่า 45,000 คน และผู้พลัดถิ่นเกือบ 4,000 คน ขณะนี้ต้องหลบภัยอยู่ในเขตของสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNU) เมืองญ่องเลปิ่น ในเขตพะโค และเมืองสะเทิม ในรัฐมอญ

ยังไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บในเขตมือตรอ หลังพม่าทิ้งระเบิดรอบล่าสุด แต่ตัวแทน KPSN กล่าวว่า การโจมตีตั้งแต่ปลายเดือน มี.ค. เจาะจงไปที่เป้าหมายพลเรือนอย่างต่อเนื่อง  

“เขา (ผู้สื่อข่าว-กองทัพพม่า) พุ่งเป้าไปที่หมู่บ้าน ประชาชนต้องหลบตามถ้ำ ในหุบเขา และใต้หินผา หรือที่ไหนก็ตามที่เขาหาได้” คะเนียวปอ กล่าว พร้อมระบุว่า “เมื่อ 2 วันที่แล้ว พวกเขาโจมตีเป้าหมายตามพื้นที่หุบเขา ไม่ใช่หมู่บ้าน เราคิดว่าเขาเห็นรูปภาพ และรู้ว่าคนซ่อนอยู่ตรงไหน” 

คะเนียวปอ กล่าวเพิ่มว่า ทุกครั้งก่อนที่จะมีการโจมตี จะมีการใช้โดรน และเครื่องบินกองทัพลาดตระเวนในพื้นที่นั้นก่อน “ทั้งกลางวัน และกลางคืน ของทุกวัน”

ตัวแทนของ KPSN ให้สัมภาษณ์กับ Myanmar Now ระบุว่า พวกเขาจดบันทึกว่ามีเครื่องบินบินผ่านเหนือหมู่บ้านในภูมิภาคพะโค และรัฐกะเหรี่ยง เมื่อช่วงต้นเดือน เม.ย.

ภาพผู้ลี้ภัยจากรัฐกะเหรี่ยง (ที่มา Metta Charity)

ยังแน่ใจว่าผู้ลี้ภัยหลายร้อยคนจากค่ายอิตูทา ที่อพยพหนีความตายมาที่ จ.แม่ฮ่องสอน จะถูกทางการไทยผลักดันกลับประเทศเมียนมาหรือไม่ ซึ่งทางการไทยเคยผลักดันผู้ลี้ภัยจากรัฐกะเหรี่ยงกว่า 2,000 คน กลับไปแล้วครั้งหนึ่งเมื่อปลายเดือน มี.ค.

ในครั้งนั้น สิทธิชัย จินดาหลวง ผู้ว่าจังหวัดแม่ฮ่องสอน แถลงว่า ผู้หนีภัยความไม่สงบชาวเมียนมา หรือ ผภสม. ที่พักอาศัยอยู่บริเวณริมแม่น้ำสาละวิน ในเขตประเทศไทย ที่บริเวณอุทยานท่าตาฝั่ง อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน ได้เริ่มเดินทางกลับไปประเทศเมียนมาทั้งหมดโดยความสมัครใจ

อย่างไรก็ตาม องค์กรภาคประชาสังคมของไทย ‘เพื่อนไร้พรมแดน’ ออกมาวิจารณ์รัฐบาลไทย ละเมิดหลักจารีตประเพณีสากล ‘ห้ามผลักดันผู้ลี้ภัยกลับไปเผชิญอันตราย’ และตั้งข้อกังขากับวิธีการผลักดันผู้ลี้ภัยของรัฐไทยว่า อาจไม่ใช่โดย ‘สมัครใจ’ ของผู้ลี้ภัย 

คะเนียวปอ ตัวแทน KPSN กล่าวว่า “ชาวบ้านต่างหวาดกลัว และกังวลว่าพวกเขาจะถูกผลักดันกลับ ชาวบ้านอยากจะอยู่ที่ชายแดนไทยจนกว่าจะไม่มีการทิ้งระเบิด”

สมาชิก KPSN ระบุเพิ่มว่า ผู้ลี้ภัยจากอิตูทาใช้ที่กำบังจากผ้าใบกันฝนที่ได้รับบริจาคมาอยู่ในพื้นที่แรกรับของกองกำลังไทย พวกเขาอยู่ได้ด้วยเสบียงอาหารที่พวกเขานำติดตัวมาตอนที่หนีออกมาจากค่าย IDP และไม่สามารถเข้าถึงที่หลบภัยอื่นๆ และไม่ได้รับความช่วยเหลือตั้งแต่มาเหยียบที่ชายแดนไทย 

การโจมตีทางอากาศครั้งล่าสุดของกองทัพพม่าเกิดขึ้นหลัง KNLA สามารถยึดฐานซอแลท่า เขตมือตรอ ซึ่งตั้งอยู่ตรงข้ามท่าเรือแม่สามแลบ ต.แม่สามแลบ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน เมื่อวันที่ 27 เม.ย.64 ในวันเดียวกัน KNLA กองพลที่ 5 สามารถบุกยึดฐานกองทัพพม่าที่เมนูทา ได้อีกด้วย

อนึ่ง รายงานจาก KPSN ระบุว่า มีฐานของกองทัพพม่าตั้งอยู่ ในเขตมือตรอ ประมาณ 80 แห่ง

 

แปลและเรียบเรียง

Hundreds seek refuge in Thailand following junta airstrikes in Karen State

 

 

แสดงความคิดเห็น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์