สวนดุสิตโพลเผยประชาชนส่วนใหญ่คิดว่าอยู่กลุ่มปกติ วิตกเพิ่มตามข่าว COVID-19

ผลสำรวจสวนดุสิตโพล 1,894 คน ส่วนใหญ่ 41.55% คิดว่าตนเองอยู่กลุ่มปกติ 22.18% คิดว่าตนเองอยู่กลุ่มเสี่ยงสูง 46.04% วิตกกังวล/เครียด มากขึ้น เมื่อติดตามข่าวสาร COVID-19 นักวิจัยชี้ความวิตกกังวลเพิ่มมากขึ้นเพราะการรับมือของรัฐบาลที่ค่อนข้างล่าช้า

9 พ.ค. 2564 มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นของประชาชนต่อกรณี “คนไทยกับการเอาชนะโควิด-19” กลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,894 คน สำรวจวันที่ 3-7 พฤษภาคม 2564 พบว่า ประชาชนคิดว่าตนเองอยู่ในกลุ่มปกติทั่วไป ร้อยละ 41.55 รองลงมาคืออยู่ในกลุ่มเสี่ยงสูง ร้อยละ 22.18 เมื่อติดตามข่าวรู้สึกวิตกกังวลและเครียดมากขึ้น ร้อยละ 46.04 ตั้งแต่มีการระบาดของโควิด-19 หมดค่าใช้จ่ายไปกับหน้ากากอนามัยมากที่สุด ร้อยละ 83.94 โดยจะรับมือด้วยการไม่ไปในที่เสี่ยงติดเชื้อโควิด-19 ร้อยละ 83.32 และจะใส่หน้ากากอนามัยทุกครั้ง ร้อยละ 92.12

นางสาวพรพรรณ บัวทอง นักวิจัยสวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ระบุว่าจากความวิตกกังวลของคนไทยที่เพิ่มมากขึ้นในช่วงนี้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะข่าวสถานการณ์โควิด-19 ที่รุนแรงมากขึ้น รวมถึงการรับมือของรัฐบาลที่ค่อนข้างล่าช้า ประชาชนจึงต้องพึ่งตนเอง ไม่ว่าจะเป็นการใส่หน้ากากอนามัย ไม่ไปในที่เสี่ยงและล้างมือบ่อย ๆ นอกจากนี้ผลโพลยังพบว่ามีผู้ที่ตอบว่าสิ่งที่จะทำให้อยู่รอดจากโควิด-19 คือ การฉีดวัคซีนมีเพียงร้อยละ 45.24 เท่านั้น นี่เป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลต้องเร่งสร้างความเข้าใจและความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนโดยเร็ว ไม่เช่นนั้นการเอาชนะโควิด-19 คงเป็นเรื่องยากอย่างแน่นอน

ด้าน อาจารย์นิรัตน์ชฎา ไชยงาม อาจารย์ประจำสาขาการพยาบาล มารดา ทารกและการผดุงครรภ์ คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เผยว่าโควิด-19 เป็นโรคที่ทำลายวิถีชีวิตการเป็นสัตว์สังคมของมนุษย์ไปโดยสิ้นเชิง จากผลโพลจะเห็นว่าการระบาดในระลอกที่ 3 นี้ประชาชนมีความเข้าใจและปฏิบัติตามมาตรการป้องกันอย่างเคร่งครัดเมื่อไปในที่สาธารณะ แต่ขณะอยู่บ้านยังละเลยกันอยู่มากเนื่องจากคิดว่าเป็นสถานที่ปลอดภัย จึงพบการติดเชื้อภายในครอบครัวมากขึ้น ทำให้ประชาชนที่ติดตามข่าวสถานการณ์การแพร่ระบาดส่วนใหญ่เกิดความเครียดและความวิตกกังวล เนื่องจากแนวโน้มผู้ติดเชื้อและผู้ป่วยเพิ่มขึ้น ในทางกลับกันมาตรการช่วยเหลือจากรัฐบาลไม่ว่าจะเป็นการตรวจวินิจฉัย และการรับผู้ป่วยเข้ารักษายังมีความล่าช้า อีกทั้งบุคลากรทางการแพทย์และทรัพยากรมีจำกัด ทางรอดของสถานการณ์โควิด-19 ในครั้งนี้ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ประชาชนต้องดูแลตนเอง โดยเฉพาะกลุ่มอ่อนไหว เช่น ผู้สูงอายุ เด็ก หญิงตั้งครรภ์ และผู้ที่มีโรคประจำตัว ภาครัฐต้องมีมาตรการช่วยเหลือและเยียวยาอย่างชัดเจน รวดเร็วและรัดกุม อีกทั้งต้องจัดหาวัคซีนที่มีประสิทธิภาพ หลากหลาย ให้แก่ประชาชนโดยเร็วที่สุด
 

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

แสดงความคิดเห็น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ข่าวรอบวัน

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์