ไทยยอมรับมีผู้ลี้ภัยจากพม่านับพันอยู่ฝั่งไทย-ด้านชาวบ้านประสบวิกฤตอดอยาก-เจ็บไข้ 

ศูนย์ชายแดนฯ แถลงสถานการณ์ชายแดนไทย-พม่า ระบุมีผู้ลี้ภัยจากรัฐกะเหรี่ยงข้ามแม่น้ำสาละวินอยู่ฝั่งไทยเพิ่มเมื่อวันที่ 12 พ.ค. อย่างน้อย 1,700 คน ขณะที่ผู้สื่อข่าวชี้ ผู้อพยพมาตั้งแต่ต้นเดือน เม.ย. แต่ไทยไม่รายงานตัวเลข จนกระทั่งมีรายงานข่าวและภาพเผยแพร่ออกมา จึงออกมายอมรับว่ามีผู้ลี้ภัยทีหลัง

นอกจากนี้ ศูนย์ชายแดนฯ ขอความร่วมมือสื่อและทุกภาคส่วน เช็กข้อเท็จจริงก่อนเผยแพร่ข่าว หลังที่ผ่านมา มีข่าวลือสะพัด กองกำลัง BGF ใช้ไทยเป็นทางผ่านเข้าสู่รัฐกะเหรี่ยง

 

14 พ.ค.64 ศูนย์สั่งการชายแดน ไทย-พม่า ด้านจังหวัดแม่ฮ่องสอน แถลงข่าวสถานการณ์ชายแดนไทย-พม่า เมื่อวันที่ 12 พ.ค.64 ระบุว่า ตั้งแต่วันที่ 28 เม.ย.เป็นต้นมา ได้มีชาวพม่าเดินทางข้ามมายังประเทศไทยโดยทางเรือ ซึ่งทางทหารได้จัดให้อยู่ในพื้นที่ปลอดภัยชั่วคราวบริเวณห้วยอีนวล ต.แม่ยวม อ.แม่สะเรียง และพื้นที่ใกล้เคียง 

ต่อมา เมื่อวันที่ 12 พ.ค. มีผู้หนีภัยความไม่สงบชาวพม่าอพยพเข้ามายังประเทศไทยเพิ่มเติม เนื่องจากมีความหวั่นเกรงกรณีทหารเมียนมาเคลื่อนย้ายกำลัง จาก อ.บอลาเเคะ มายัง อ.ผาซอง รัฐคะยา ซึ่งอยู่บริเวณทิศเหนือของ บ.จอปราคี ต.แม่คง อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน ห่างจากแนวชายแดนไทยประมาณ 30 กม. และการเคลื่อนย้ายกำลังของกองกำลัง BGF บริเวณ บ.เมี๊ยจีงู อ.แลงปอย จ.ผาอัน มายัง จ.ผาปูน รัฐกะฉิ่น ส่งผลให้ขณะนี้มีชาวพม่าหนีภัยมาพักในพื้นที่ปลอดภัยชั่วคราวฝั่งไทย 4 แห่ง รวมทั้งสิ้น 1,763 คน โดยส่วนใหญ่อยู่ที่บริเวณห้วยโกเกร๊ะ ต.แม่คง อ.แม่สะเรียง จำนวน 1,058 คน และห้วยมะระ ต.แม่คง จำนวน 585 คน

ภาพผู้ลี้ภัยจากรัฐกะเหรี่ยง (ที่มา Metta Charity)
 

อย่างไรก็ตาม จากกรณีที่ศูนย์สั่งการชายแดนฯ ระบุเมื่อวันที่ 12 พ.ค. มีผู้หนีภัยความไม่สงบชาวพม่าอพยพเข้ามายังประเทศไทยเพิ่มเติม เนื่องจากหวั่นเกรงทหารพม่าเคลื่อนกำลังพลนั้น ข้อเท็จจริงจากการตรวจสอบกลับพบว่า ชาวบ้านกลุ่มนี้อพยพเข้ามาพักพิงอยู่ริมแม่น้ำสาละวินฝั่งประเทศไทยตั้งแต่ต้นเดือน เม.ย. หลังกองทัพพม่าใช้เครื่องบินรบโจมตีชุมชนเดปูโน่ครั้งใหญ่เมื่อวันที่ 27-28 มี.ค. โดยชาวบ้านได้หลบหนีเข้าไปอยู่ในป่าและเดินทางมายังแม่น้ำสาละวิน แต่ทางการไทยไม่ได้เปิดเผยตัวเลขผู้หนีภัยกลุ่มนี้ ทั้งๆ ที่หลบภัยอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสาละวิน และกระทรวงการต่างประเทศ ประกาศว่า ขณะนั้นเหลือผู้หนีภัยการสู้รบ 38 คนเท่านั้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่ไม่ยอมเปิดเผยตัวเลขจำนวนผู้หนีภัยการสู้รบตามความเป็นจริง อีกไม่กี่วันทางการไทยผลักดันชาวบ้านกลุ่มนี้กลับฝั่งรัฐกะเหรี่ยง โดยอ้างว่าสถานการณ์สู้รบสงบแล้ว ทั้งๆ ที่ขณะนั้นทหารพม่ายังคงใช้เครื่องบินรบโจมตีในบางพื้นที่ของทหารกองกำลังปลดปล่อยแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNLA) แต่ในที่สุดชาวบ้านจำเป็นต้องข้ามฝั่งแม่น้ำสาละวินไปฝั่งรัฐกะเหรี่ยง เมื่อวันที่ 22 เม.ย. แต่ส่วนใหญ่ไม่ได้กลับไปยังหมู่บ้าน เนื่องจากยังรู้สึกไม่ปลอดภัยจึงหลบอาศัยอยู่ตามป่า และบ้านญาติริมฝั่งสาละวิน จนกระทั่งทหาร KNLA และกองทัพพม่า มีการปะทะกันครั้งใหญ่อีกเมื่อวันที่ 27 เม.ย. กองทัพพม่าส่งเครื่องบินรบมาโจมตีสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง ทำให้ชาวบ้านต้องอพยพข้ามมาพักพิงฝั่งไทยอีกครั้ง แต่ศูนย์สั่งการชายแดนฯ ไม่ได้รายงานข้อมูลนี้ ทั้งๆ ที่มีชาวบ้านกำลังเผชิญความลำบากอยู่นับพันคน จนกระทั่งล่าสุดเมื่อมีภาพและข่าวของชาวบ้านกลุ่มนี้เผยแพร่ออกมาทั้งทางโทรทัศน์และสื่อออนไลน์ ศูนย์สั่งการฯ จึงมีการแถลงว่า มีชาวบ้านอพยพกลับเข้ามาใหม่ทั้งๆ ที่ความจริงชาวบ้านนับพันคนกลุ่มนี้หนีการสู้รบมาหลบอยู่ริมแม่น้ำสาละวินในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอยู่ก่อนแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า ชาวบ้านที่หนีภัยการสู้รบกลุ่มนี้ส่วนใหญ่เดินทางมาจากชุมชนเดปูโน่ และหมู่บ้านโดยรอบ เป็นกลุ่มที่ยังไม่กล้าที่จะกลับไปหมู่บ้าน เนื่องจากเครื่องบินรบและโดรนของทหารพม่ายังคงบินลาดตระเวนสังเกตการณ์อย่างต่อเนื่อง แต่ที่สำคัญคือชาวบ้านกลุ่มนี้กำลังตกอยู่ในสภาพที่อดอยาก เนื่องจากถูกปิดกั้นการส่งข้าวสาร อาหาร ยา และสิ่งของบรรเทาทุกข์ เนื่องจากทางการไทยสั่งห้ามเข้า-ออกจุดผ่อนปรนบ้านแม่สามแลบ และห้ามเรือวิ่งในแม่น้ำสาละวิน ซึ่งเป็นเส้นทางคมนาคมที่สะดวกสุด ขณะที่เส้นทางบกก็มีทหารตั้งด่านสกัดกั้นไว้แทบทุกเส้นทาง ซึ่งขณะนี้ชาวบ้านที่หนีภัยจำนวนไม่น้อยกำลังเจ็บป่วยโดยเฉพาะผู้สูงอายุและเด็ก นอกจากนี้ ยังมีคนท้องและผู้หญิงที่เพิ่งคลอดลูกอยู่ด้วย

ศูนย์สั่งการชายแดนฯ ขอสื่อและทุกภาคส่วนตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนเผยแพร่ หลังมีข่าวว่า BGF ใช้ไทยเป็นทางผ่านไปรัฐกะเหรี่ยง

ศูนย์สั่งการชายแดน ไทย-พม่า ด้านจังหวัดแม่ฮ่องสอน แถลงข่าวสถานการณ์ชายแดนไทย -เมียนมา จ.แม่ฮ่องสอน โดยระบุว่า เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม เวลา 13.00-13.50 น. ทหารเมียนมาฐานดากวิน รัฐกะเหรี่ยง ได้ยิงเครื่องยิงลูกระเบิด (ไม่ทราบขนาด) จำนวน 16 นัด บริเวณรอบฐานปฏิบัติการ (ไม่ทราบการสูญเสีย) ปัจจุบันยังคงไม่มีการปฏิบัติการทางอากาศในฝั่งประเทศพม่า เป็นระยะเวลา 13 วันติดต่อกัน

นอกจากนี้ มีกระแสข่าวเมื่อวันที่ 12 พ.ค.64 ระบุว่า กองกำลังพิทักษ์ชายแดน หรือ BGF แห่งกองทัพพม่า จะเข้ามาสนับสนุนฐานที่มั่นของทหารพม่าริมน้ำสาละวิน  โดยใช้เส้นทาง บ้านแม่สามแลบ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน และบ้านท่าตาฝั่ง อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน โดยทหาร BGF นั่งรถยนต์บรรทุกเพื่อเข้าไปในพื้นที่รัฐกะเหรี่ยง เขตกองพล 5 แห่งกองกำลังปลดปล่อยแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNLA) 

ทางศูนย์สั่งการชายแดนฯ กล่าวถึงกรณีนี้ว่า “ขณะนี้ทหารพม่าก็ยังไม่สามารถเข้าไปยังพื้นที่ดังกล่าวได้ การเดินทางเข้าไปยังพื้นที่ดังกล่าวของกองกำลังพิทักษ์ชายแดนเมียนมา BGF โดยผ่านประเทศไทยจึงเป็นไปไม่ได้อย่างเด็ดขาด อย่างไรก็ตาม ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ชายแดน พื้นที่บ้านแม่สามแลบ อ.สบเมย และบ้านท่าตาฝั่ง อ.แม่สะเรียง ไม่ต้องตื่นตระหนกต่อข่าวสารที่เกิดขึ้น เนื่องจากข่าวสารดังกล่าวไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด” 

นอกจากนี้ ศูนย์สั่งการชายแดนฯ ขอความร่วมมือไปยังสื่อมวลชนและทุกภาคส่วนในการตรวจสอบข่าวสาร ข้อเท็จจริง ก่อนที่จะนำไปเผยแพร่ให้กับประชาชน เพราะข่าวสารที่ไม่เป็นความจริงนั้นจะสร้างความแตกตื่น และความหวาดกลัวให้กับประชาชนในพื้นที่ โดยประชาชนสามารถรับฟังข้อมูลข่าวสารข้อเท็จจริงได้จากการแถลงข่าวประจำวันของศูนย์สั่งการชายแดนจังหวัดแม่ฮ่องสอน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

แสดงความคิดเห็น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ข่าวรอบวัน

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์