กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด อ.วังสะพุง จ.เลย จุดเทียนรำลึกครบรอบ 7 ปี '15 พฤษภาทมิฬ วันขนแร่ด้วยอำนาจเถื่อน'

เมื่อวันที่ 15 พ.ค 2564 เวลาประมาณ 16.00 น. ชาวบ้านกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด 6 หมู่บ้าน ได้จัดกิจกรรมรำลึกครบรอบ 7 ปี วันขนแร่ด้วยอำนาจเถื่อน ที่เกิดขึ้นในคืนวันที่ 15 พ.ค. 2557 โดยที่มีนายทหารสองพ่อลูกใช้อำนาจเถื่อนโดยใช้กำลังกลุ่มชายฉกรรจ์กว่า 200 คน บุกเข้าทำการข่มขืนใจ มัดมือมัดเท้า และทำร้ายร่างกายชาวบ้านในพื้นที่ เพื่อขนแร่ทองคำออกจากพื้นที่ ซึ่งในวันดังกล่าวไม่มีเจ้าหน้าที่ภาครัฐแม้แต่คนเดียวเข้ามาให้ความช่วยเหลือใด ๆ 

    

ในวันนี้มีตัวแทนชาวบ้านกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด 6 หมู่บ้าน ประมาณ 15 คน ได้จัดกิจกรรมยืนจุดเทียนร่วมกันอยู่บริเวณถนนบ้านนาหนองบง (คุ้มน้อย) ต.เขาหลวง อ.วังสะพุง จ.เลย เพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์สะเทือนใจในวันดังกล่าว โดยยืนแบบเว้นระยะห่างทางสังคม พร้อมทั้งทำการตรวจคัดกรองโรคโควิด-19 ด้วยการวัดอุณหภูมิของผู้ร่วมกิจกรรม และให้ทุกคนใส่หน้ากากอนามัย และล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ นอกจากนี้ชาวบ้านอีกส่วนหนึ่งก็ทำการจุดเทียนรำลึกอยู่ที่บ้านของตนเอง 
    
ซึ่งนางสาวภัทราภรณ์ แก่งจำปา ชาวบ้านกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด 6 หมู่บ้าน ได้กล่าวว่า “เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนั้นเราไม่คาดคิดมาก่อนว่ามันจะเกิดขึ้นที่บ้านเรา มันเป็นความเจ็บปวดของชาวบ้านที่อยู่ที่บ้านแล้วคนอื่นมาทำร้ายและเป็นเหตุการณ์เราไม่อาจลืมได้ วันนั้นน้องโทรมาบอกว่าเขาจะขนแร่ให้ไปหาที่สี่แยกกำแพงใจ แต่ให้เราไปแจ้งผู้ใหญ่บ้านก่อน พอเราบอกผู้ใหญ่บ้านเสร็จก็เลี้ยวรถกลับไปที่สี่แยกกำแพงใจ แต่เราโดนดักตรงสะพานโดยชายฉกรรจ์ 5 คน ที่ปิดบังใบหน้า และเอาปืนมาจี้ ข่มขู่ บังคับให้เราไปอยู่รวมกับชาวบ้านหญิงชายที่อยู่เวรยามที่โดนจับและบังคับให้นอนเรียงเอาหัวชนกัน 2 แถว ซึ่งชาวบ้านที่ผ่านไปผ่านมาหรือที่จะมาช่วยก็ถูกพวกนั้นทำร้ายร่างกายและยังมีการยิงปืนขู่เป็นระยะ ๆ นอกจากนี้พวกนั้นยังยึดสิ่งของมีค่าของพวกเราไปหมดไม่ว่าจะเป็น เงิน โทรศัพท์ กล้องถ่ายรูป สร้อยคอทองคำ”
    
นางสาวรจนา กองแสน ชาวบ้านกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด 6 หมู่บ้าน ก็ได้กล่าวว่า “ที่เราจัดกิจกรรมรำลึกเพราะเราไม่อาจลืมเหตุการณ์ 15 พฤษภาทมิฬ เป็นวันที่มีความรุนแรงที่สุดในหมู่บ้านของเรา ที่ชาวบ้านถูกจับ ถูกตีทำร้ายร่างกาย ถูกข่มขู่คุกคาม เราถูกลิดรอนสิทธิ ถูกทำลายศักดิ์ความเป็นมนุษย์ และยังไม่ได้มีการดูแลของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นตำรวจหรือผู้ว่าฯ ที่เขาสมควรเข้ามาดูเราในวันเกิดเหตุ แต่ว่าไม่มีใครเลย ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้เกิดการตั้งคำถามกับความยุติธรรม จริยธรรมของเจ้าหน้าที่ เพราะช่วงที่เกิดเหตุไม่มีเจ้าหน้าที่หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยเหลือหรือดูแลชาวบ้านเลย ปล่อยให้เขามาทำร้ายเรา เอื้อให้นายทุนอย่างเห็นได้ชัด และเราจะจัดกิจกรรมรำลึกทุกปี”
    
แม้ว่าระยะเวลาจะผ่านไป 7 ปีแล้ว แต่ภาพของความรุนแรง ยังอยู่ในความทรงจำของพวกเราเสมอ เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวในหน้าประวัติศาสตร์การต่อต้านเหมืองแร่ของพวกเรากลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด 6 หมู่บ้าน
 

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

แสดงความคิดเห็น

ข่าวรอบวัน

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์