ชายอินโดนีเซียวัย 22 ตายหลังฉีดวัคซีนแอสตราเซเนกา-รบ.สั่งหยุดฉีดชั่วคราว

รัฐบาลอินโดนีเซียมีคำสั่งระงับการฉีดวัคซีนแอสตราเซเนกาจำนวน 448,480 โดสชั่วคราว พร้อมสั่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสืบสวนหาสาเหตุเหตุ หลังเกิดกรณีชายวัย 22 ปีเสียชีวิตหลังฉีดวัคซีนแอสตราเซเนกาเพียง 1 วัน

16 พ.ค.2564 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขของอินโดนีเซียประกาศระงับการฉีดวัคซีนแอสตราเซเนกา 450,000 โดสให้แก่ประชาชน และส่งข้อมูลวัคซีนให้องค์การอาหารและยา (BPOM) ตรวจสอบเพิ่มเติม เนื่องจากพบชายวัย 22 ปีคนหนึ่งเสียชีวิตหลังฉีดวัคซีนแอสตราเซเนกาเข็มแรกไปเพียง 1 วัน

วัคซีนแอสตราเซเนกาที่ผู้เสียชีวิตได้รับอยู่ในล็อตที่ CTMAV547 มีจำนวนทั้งสิ้น 448,480 โดส โดยรัฐบาลอินโดนีเซียได้รับวัคซีนล็อตดังกล่าวเมื่อวันที่ 26 เม.ย. ที่ผ่านมา ผ่านโครงการ COVAX ขององค์การอนามัยโลก (WHO) ซึ่งรัฐบาลอินโดนีเซียทำสัญญารับวัคซีนไว้ทั้งสิ้น 3.85 ล้านโดส

โฆษกกระทรวงสาธารสุขของอินโดนีเซีย ระบุว่า ทางการอินโดนีเซียจะระงับการฉีดวัคซีนแอสตราเซเนกาจากล็อตที่ CTMAV547 ให้แก่ประชาชน และจะส่งวัคซีนล็อตดังกล่าวให้องค์การอาหารและยาของอินโดนีเซีย (BPOM) ตรวจสอบหาสารพิษ รวมถึงทดสอบว่ามีสิ่งแปลกปลอมเจือปนมาในวัคซีนหรือไม่ ทั้งนี้ คาดว่าจะใช้เวลาให้การสืบสวนหาสาเหตุประมาณ 2 สัปดาห์ ส่วนวัคซีนแอสตราเซเนกาล็อตอื่นๆ ยังสามารถฉีดได้ตามปกติ ซึ่งโฆษกกระทรวงสาธารสุขเน้นย้ำว่าวัคซีนแอสตราเซเนกามีความปลอดภัย ขอประชาชนชาวอินโดนีเซียจงอย่าลังเลที่จะเข้ารับการฉีดวัคซีน

นอกจากนี้ กระทรวงสาธารณสุขของอินโดนีเซีย ยังแถลงเพิ่มเติมว่าวัคซีนล็อตดังกล่าวที่มีปัญหา ส่วนใหญ่ถูกกระจายให้cdjเจ้าหน้าที่ในกองทัพ รวมถึงพนักงานภาครัฐและภาคเอกชนในกรุงจาการ์ตาและจังหวัดซูลาเวซีเหนือ

สำนักข่าว Jakarta Globe รายงานว่า ชาวอินโดนีเซียผู้เสียชีวิตคนแรกหลังฉีดวัคซีนแอสตราเซเนกา คือ ตรีโอ ฟาวกี ฟีร์ดาอุส ชายวัย 22 ปีที่ทำงานในโรงรับจำนำของรัฐ ครอบครัวของฟีร์ดาอุสเล่าว่าเขาเข้ารับการฉีดวัคซีนเมื่อวันที่ 5 พ.ค. ที่ผ่านมา โดยหลังฉีดวัคซีน ฟีร์ดาอุสรู้สึกปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ และมีไข้ เช้าวันถัดมา ครอบครัวของฟีร์ดาอุสต้องนำเขาส่งโรงพยาบาล เพราะอาการปวดศีรษะรุนแรงขึ้น รวมถึงมีอาการหายใจหอบถี่และชักเกร็ง แต่ฟีร์ดาอุสเสียชีวิตก่อนได้รับการรักษาในห้องฉุกเฉิน อย่างไรก็ตาม ครอบครัวของฟีร์ดาอุสยืนยันว่าผู้ตายมีสุขภาพแข็งแรงดีและไม่มีโรคประจำตัว

คณะกรรมการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันแห่งชาติอินโดนีเซีย (KIPI) ได้เข้ามาร่วมตรวจสอบสาเหตุการเสียชีวิตของฟีร์ดาอุสเบื้องต้น และแนะนำให้ อย. ของอินโดนีเซียเร่งตรวจสอบการปนเปื้อนสิ่งแปลกปลอมในวัคซีนล็อตดังกล่าวเพื่อรวบรวมข้อมูลและสรุปสาเหตุการเสียชีวิตซึ่งเกิดขึ้นหลังจากการฉีดวัคซีน ทั้งนี้ คณะกรรมการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันแห่งชาติอินโดนีเซีย (KIPI) ระบุว่า ไม่เคยพบผู้เสียชีวิตจากการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 มาก่อนในอินโดนีเซีย แต่การเสียชีวิตหลังฉีดวัคซีนโควิด-19 มักเกี่ยวข้องกับสาเหตุอื่นๆ

ด้านโฆษกกระทรวงสาธารณสุขของอินโดนีเซีย กล่าวว่า การระงับการฉีดวัคซีนแอสตราเซเนกาล็อตนี้ชั่วคราวถือเป็นการกระทำที่รอบคอบ เพราะรัฐบาลอินโดนีเซียต้องการทำให้ประชาชนมั่นใจว่าวัคซีนแอสตราเซเนกาล็อตอื่นๆ ยังคงปลอดภัย และหากตรวจสอบแล้วไม่พบสิ่งแปลกปลอมหรือสารพิษในวัคซีนล็อตดังกล่าว รัฐบาลอินโดนีเซีนจะนำวัคซีนล็อตนี้กลับมาฉีดให้ประชาชนอีกครั้ง โดยสำนักข่าว Jakarta Globe รายงานว่าจากคำนวณจากฐานข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุข พบว่าวัคซีนจำนวน 448,480 โดส สามารถฉีดให้ประชาชนได้ครบตามเป้าภายใน 2 วัน

อินโดนีเซียเริ่มฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ตั้งแต่วันที่ 13 ม.ค. ที่ผ่านมา โดยฉีดวัคซีนแล้วกว่า 22 ล้านโดส และมีผู้รับวัคซีนครบโดสแล้วจำนวน 8.9 ล้านคน คิดเป็น 3.3% ของประเทศ (ข้อมูลเมื่อวันที่ 16 พ.ค. 2564) โดยอินโดนีเซียใช้วัคซีนทั้งหมด 3 ยี่ห้อ ได้แก่ แอสตราเซเนกา ซิโนแวค และซิโนฟาร์ม

ที่มา:

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์