ผู้ต้องขังเรือนจำกลางเชียงใหม่ติด COVID-19 แล้ว 3,793 คน

ผู้ต้องขังเรือนจำกลางเชียงใหม่ 6,311 คน พบติด COVID-19 แล้ว 3,793 คน มีภูมิคุ้มกัน 1,532 คน เหลือไม่ติดเชื้อ 923 คน คาดส่งคืนพื้นที่เรือนจำปลอดเชื้อภายใน 28 พ.ค.นี้ ขณะที่นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่มั่นใจยอดติดเชื้อไม่กระทบกรณี ศบค.ปรับโซนสี

ผู้ต้องขังเรือนจำกลางเชียงใหม่ติด COVID-19 แล้ว 3,793 คน
แฟ้มภาพเรือนจำกลางเชียงใหม่ อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่

17 พ.ค.2564 Thai PBS รายงานว่าจังหวัดเชียงใหม่ จัดแถลงข่าวความร่วมมือในการบริหารจัดการโรงพยาบาลสนามเรือนจำกลางเชียงใหม่ โดยร่วมกับกองทัพภาคที่ 3 กรมแพทย์ทหารบก และกรมราชทัณฑ์ นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า จังหวัดเชียงใหม่พบการแพร่ระบาด COVID-19 ในเรือนจำกลางเชียงใหม่ ตั้งแต่ช่วงปลายเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา เนื่องจากมีผู้ต้องขังจำนวนมาก และอยู่ในพื้นที่ปิด โดยใช้มาตรการ "บับเบิ้ลแอนด์ซีล" ตั้งแต่วันที่ 26 เม.ย.2564 ใช้ระยะเวลา 28 วัน ดำเนินการคล้ายกับการล็อกดาวน์ และเร่งค้นหาผู้ที่มีอาการเข้ารักษาที่ รพ.สนามในเรือนจำ และตรวจหาภูมิคุ้มกันโรคทุก 14 วัน จำนวน 2 รอบ คาดว่าจะเหลือผู้ต้องขังที่ไม่มีภูมิคุ้มกัน ประมาณ 10% ของจำนวนผู้ต้องขังทั้งหมด รวมทั้งคาดว่าจะสามารถส่งคืนพื้นที่ปลอดโรคให้กับเรือนจำได้ภายในวันที่ 28 พ.ค.นี้ ขณะนี้อยู่ในช่วงสัปดาห์ที่ 3 พบว่าผลการดำเนินงานเป็นที่น่าพอใจ

คาดส่งคืนพื้นที่เรือนจำปลอดโควิด 28 พ.ค.นี้

ขณะที่ พล.ต.ถนัดพล โกศัยเสวี รองแม่ทัพภาคที่ 3 กล่าวว่า ที่ผ่านไป 17 วันแล้ว ได้สนับสนุนทั้งกำลังพลและยุทโธปกรณ์ จัดตั้งโรงพยาบาลสนามเรือนจำกลางจังหวัดเชียงใหม่ ใช้ต้นแบบจากเรือนจำจังหวัดนราธิวาส โดยขอส่งกำลังใจให้กับทีมแพทย์ที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่เสี่ยงสูง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน

ยืนยันยอดผู้ต้องขังติดเชื้อ ไม่กระทบปรับโซนสีเชียงใหม่

ด้าน นพ.จตุชัย มณีรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวถึงการควบคุมโรคในพื้นที่เรือนจำ ซึ่งเป็นพื้นที่ปิดและมีกิจกรรมทางสังคมไม่ซ้ำซ้อน โดยได้ขอจังหวัดเชียงใหม่ ใช้การควบคุมโรคแบบบับเบิ้ลแอนด์ซีล ซึ่งกระทรวงสาธารณสุข ส่งผู้เชี่ยวชาญเข้ามาร่วมดูแลด้วย ยืนยันว่าตัวเลขผู้ต้องขังติดเชื้อ จะไม่ส่งผลกระทบกับกรณี ศบค.เพิ่งปรับโซนสีของ จ.เชียงใหม่ เป็นพื้นที่ควบคุม (สีส้ม) เพราะไม่ได้แพร่ระบาดในพื้นที่เมือง

สำหรับขั้นตอนจำกัดขอบเขตการระบาดไม่ให้กระจายจากแดนสู่แดน และไม่ให้กระจายสู่พื้นที่ภายนอก ใช้ระยะเวลาทั้งหมด 28 วัน โดยเร่งค้นหาผู้ป่วยเพื่อนำเข้าสู่การรักษาที่รวดเร็ว มีการจัดตั้งโรงพยาบาลสนามภายในเรือนจำที่มีศักยภาพสูง ดูแลผู้ป่วยตั้งแต่ระดับอาการสีเขียว เหลือง ส้ม และส่งต่อผู้ต้องขังระดับสีแดงออกมารักษาภายนอก 6 คน รวมทั้งเมื่อครบ 14 วัน จะตรวจภูมิต้านทานผู้ต้องขัง 2 รอบ เมื่อครบ 28 วันจะเหลือผู้ต้องขังที่ไม่มีภูมิกันไม่ถึง 10% ขณะนี้เหลืออีก 1 สัปดาห์จะครบ 28 วัน โดยจะตรวจหาภูมิคุ้มกัน และตรวจหาเชื้อ 5 วัน

ติดเชื้อแล้ว 3,793 คน มีภูมิคุ้มกัน 1,532 คน

ขณะที่ พล.ต.วุฒิไชย อิศระ รองเจ้ากรมแพทย์ทหารบก กล่าวว่า การจัดตั้งโรงพยาบาลสนามในเรือนจำ สามารถลดการส่งต่อผู้ป่วยตั้งแต่ระดับสีเขียวเข้ม สีเหลืองได้ เป็นไปในลักษณะมินิไอซียู

ข้อมูลเมื่อวานนี้ (16 พ.ค.) เรือนจำกลางเชียงใหม่ มียอดผู้ต้องขังทั้งหมด 6,311 คน พบติดเชื้อแล้ว 3,793 คน มีภูมิคุ้มกัน 1,532 คน เหลือยังไม่ติดเชื้อ 923 คน ส่วนผู้คุมฉีดวัคซีนครบแล้ว ยอดติดเชื้อ 2 คน โดยพบว่าผู้ต้องขังมีภูมิคุ้มกันแล้ว 1 ใน 4 หรือ 24.27% สะท้อนความสำเร็จในการป้องกันเชื้อออกไปภายนอก ลดอาการบาดเจ็บและสูญเสียของผู้ต้องขัง

นายสุรศักดิ์ เผื่อนคำ ผู้บัญชาการเรือนจำกลางเชียงใหม่ กล่าวว่า เรือนจำดังกล่าวมีจำนวนทั้งหมด 10 แดน จุดเริ่มต้นการแพร่ระบาดมาจากแดน 4 หรือแดนแรกรับ จากนั้นแพร่เชื้อไปที่แดน 6 แดน 5 แดน 7 และแดน 8 จนเกิดการแพร่ระบาดอย่างรวดเร็ว

ทั้งนี้ได้ปรับเปลี่ยนแดน 2 พื้นที่บริเวณหน้าเรือนจำ เป็นแดนแรกรับ รองรับ 150 คน เพื่อป้องกันผู้ต้องขังใหม่แพร่เชื้อในเรือนจำ

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

แสดงความคิดเห็น

ข่าวรอบวัน

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์