แรมโบ้อีสาน-อภิวัฒน์ แจ้งความ ม.112 'โสภณ' โพสต์หมิ่นฯ-เจ้าตัวเผยจงรักภักดีเต็มเปี่ยม

เสกสกล อัตถาวงศ์ หรือแรมโบ้อีสาน และอภิวัฒน์ ขันทอง ทนายความประจำสำนักกฎหมายสำนักนายกฯ เดินทางเข้าแจ้งความ ม.112 ต่อ โสภณ พรโชคชัย นักวิชาการด้านอสังหาริมทรัพย์ ด้าน โสภณ พูดชัดผ่านไลฟ์สดเฟซบุ๊ก 'เรื่องความจงรักภักดี ผมมีเต็มเปี่ยม' พร้อมท้าให้พิสูจน์เจตนา

31 พ.ค. 2564 มติชนออนไลน์, ข่าวสดออนไลน์ และผู้จัดการออนไลน์ รายงานตรงกันว่า วันนี้ (31 พ.ค. 2564) เสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี และอภิวัฒน์ ขันทอง กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และประธานคณะกรรมการตรวจสอบและดำเนินคดีแก่ผู้เผยแพร่ข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี (คตส.) เดินทางเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สน.นางเลิ้ง ให้ดำเนินคดีกับ โสภณ พรโชคชัย นักวิชาการด้านอสังหาริมทรัพย์ ในข้อหาหมิ่นประมาทกษัตริย์ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ

เสกสกลและอภิวัฒน์ กล่าวหาว่า โสภณ โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กส่วนตัวซึ่งเข้าข่ายความผิด 2 ข้อหาข้างต้น อย่างไรก็ตาม เมื่อตรวจสอบภายหลังพบว่าข้อความดังกล่าวถูกลบไปแล้ว แต่อภิวัฒน์ยืนยันว่าจำดำเนินการทางกฎหมายเพราะถือว่า โสภณ ได้กระทำความผิดสำเร็จแล้ว

ด้าน เสกสกล กล่าวว่า ตนได้ปรึกษากับทีมกฎหมายแล้วได้ความเห็นว่าโพสต์ดังกล่าวของโสภณทำให้ประชาชนเกิดความเข้าใจผิด และกล่าวถึงสถาบันกษัตริย์ในทางมิควร ทั้งยังมีข้อความใส่ร้ายป้ายสีรัฐบาล จึงต้องดำเนินคดีตามกฎหมาย และเตรียมหลักฐานโพสต์ดังกล่าว มามอบให้กับตำรวจทำการสอบสวนและขยายผลต่อไป ทั้งนี้ เสกสกล ยืนยันว่าตนจะเดินหน้าดำเนินคดีจนถึงที่สุดเนื่องจากความผิดตาม ม.112 ไม่สามารถยอมความได้ นอกจากนี้ เสกสกล ยังให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวเพิ่มเติมว่า ที่ผ่านมา แม้ว่าโสภณจะโพสต์ข้อความบิดเบือนข้อมูลและใส่ร้ายป้ายสีรัฐบาลแต่ก็ยังไม่ถูกดำเนินคดี จนกระทั่งมีการกล่าวจาบจ้วงสถาบันฯ ตนจึงถือว่าเป็นสิ่งที่ยอมไม่ได้เด็ดขาด

โสภณ ชี้แจง 'เรื่องความจงรักภักดี ผมมีเต็มเปี่ยม'

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 29 พ.ค. 2564 เวลา 20.49 น. โสภณ ได้ไลฟ์สดผ่านเพจเฟซบุ๊ก ดร.โสภณ พรโชคชัย ในหัวข้อ "เรื่องความจงรักภักดี ผมมีเต็มเปี่ยม" เพื่อชี้แจงข้อกล่าวหาว่าตนโพสต์ข้อความหมิ่นประมาทกษัตริย์ โดยโสภณเปิดเผยรูปภาพกิจกรรมต่างๆ ที่ตนทำมาโดยตลอด เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันกษัตริย์ เช่น ตั้งรูปปกแอปพลิเคชันไลน์เป็นรูปที่เขาถ่ายหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ของในหลวง ร.9 และสมเด็จพระพันปีหลวง, พาคณะทำงานเข้าถวายพระพรในหลวงและพระบรมวงศานุวงศ์เป็นประจำทุกปี, เป็นประธานจัดประกวดเรียงความชิงโล่พระราชทานจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี, พาพนักงานร้องเพลงชาติและเพลงสรรเสริญพระบารมีในการประชุมรายปักษ์ของบริษัท เป็นต้น

โสภณ กล่าวว่า ตนแสดงความจงรักภักดีต่อสถาบันกษัตริย์มาโดยตลอด และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะสามารถส่งเสริมสถาบันฯ ให้เข้มแข็งได้

"สังคมไทยปัจจุบันนี้ เท่าที่ผมสังเกตดู มีการกล่าวหากันว่าไม่มีความจงรักภักดีอย่างนั้นอย่างนี้ ทั้งๆ ที่เจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดินของเราก็ทรงมีพระราชดำรัสหลายครั้งว่าเรื่องนี้ไม่ควรมีการกล่าวหากันอย่างนั้น เพราะอาจสร้างความแตกแยกในสังคม คนที่เป็นคนไม่ดี หรือหวังสร้างความเสียหายให้แก่สถาบันฯ คงจะมีแบบนับคนได้หรือผมว่าแทบจะไม่มีก็ว่าได้ ทุกคนก็อยากจะทำมาหากินอย่างปกติสุข" โสภณ กล่าว พร้อมบอกว่าหากไม่มั่นใจก็มาพิสูจน์ได้ว่าตนจงรักภักดีหรือไม่ เพราะตนโพสต์คลิปวิดีโอหรือภาพกิจกรรมต่างๆ อย่างต่อเนื่องในเพจของตนเอง นอกจากนี้ โสภณยังกล่าวว่าการเทิดทูนสถาบันเป็นสิ่งหนึ่งที่เราควรทำ แต่โดยส่วนตัวแล้ว ตนไม่ได้เห็นด้วยกับรัฐบาลนี้ และไม่เห็นด้วยกับการทำรัฐประหารปี 2557

"ผมไม่เห็นด้วยกับการกระทำแบบนี้มาตั้งแต่สมัยเรียนที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ตั้งแต่ พ.ศ.2519 แล้ว ตอน พ.ศ.2519 ท่านนายกฯ คนปัจจุบันนี้ก็ยังคงเป็นแค่ร้อยตรี ร้อยเอก [ตอนนั้น]ก็มีรัฐประหาร พอมาปี 2557 ผมแก่แล้วก็มีอีกแล้ว ผมไม่เห็นว่าการทำรัฐประหารนั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้อง ผมก็ไม่เห็นด้วยกับการสืบทอดอำนาจ ยิ่งในปัจจุบันนี้มีการจัดหาวัคซีนที่ไม่มีประสิทธิภาพ ผมก็แสดงออกว่าผมไม่เห็นด้วย อาจจะมีคนไม่พอใจก็ได้ แต่อย่าไปโยงถึงเรื่องสถาบันฯ ผมไม่ได้ไปเกี่ยวข้องหรือทำอะไรที่เกี่ยวข้องกับการกระทบกระเทือนสถาบันฯ" โสภณ กล่าว พร้อมระบุว่าตนแสดงออกด้วยความบริสุทธิ์ใจและมีหลักฐานประกอบทุกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการจัดการโควิด-19 การจัดกระจายวัคซีน รวมถึงการเลือกซื้อวัคซีนที่องค์การอนามัยโลกยังไม่รับรอง

นอกจากนี้ โสภณยังกล่าวอีกว่าตนไม่ได้ต้องการดึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ลงจากเก้าอี้ เพียงแต่นำเสนอข้อมูลอีกด้าน เป็นการต่อสู้ทางความคิดเท่านั้น จะให้ตนสอนหนังสือไปเงียบๆ โดยไม่เห็นแก่อนาคตของประเทศนั้นเป็นไปไม่ได้

"ล่าสุด วิจารณ์เรื่องบ้านมั่นคง บ้านประชารัฐที่สร้างแล้วล้ำเข้าไปในคลองเปรมประชากร เป็นการทำลายคลอง ผมพูดเพราะผิดหลักวิชาการ ผิดหลักการที่ไม่ถูกต้อง ไม่ใช่ว่าอยู่ดีๆ อยากจะแกว่งเท้าหาเสี้ยน แต่จะให้อยู่เฉยๆ โดยไม่รักชาติรักสถาบันฯ คงไม่ได้ ถ้าเราจะปล่อยให้รัฐบาลทำอะไรที่ไม่ถูกต้องก็คงจะไม่ค่อยดี" โสภณ กล่าว พร้อมบอกว่าขอให้กรณีของตนเป็นกรณีตัวอย่าง เพราะแม้ว่าตนจะแสดงออกมาโดยตลอดยังถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดได้

"ผมตั้งใจอยู่ตลอดเวลาว่าจะต้องสนองคุณชาติ ชาติก็คือประชาชน ต้องทำดีต่อพี่น้องประชาชน ต่อประเทศชาติ ต่อสถาบันฯ เข้าใจร่วมกันนะครับ คนที่รักชาติ รักสถาบันฯ อาจจะมีความวิตกว่าคนอื่นเขาไม่รักเหมือนเราหรือเปล่า ก็เหมือนพ่อกับลูกนั่นแหละครับ พ่ออาจจะสงสัยว่าลูกรักเราหรือเปล่า จริงๆ เขารักแหละครับ แค่มองกันต่างมุม คนที่รักสถาบันฯ ต้องเปิดใจที่จะมองคนอื่นบ้าง ไม่ใช่มองแต่ว่าคนอื่นคิดที่จะล้มล้างหรือแสดงความไม่จงรักภักดีเป็นเรื่องอัปมงคล คงไม่มีใครอยากทำอย่างนั้นแน่นอน" โสภณ กล่าวทิ้งท้าย

 

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

แสดงความคิดเห็น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ข่าวรอบวัน

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์