สปสช.เผยช่วยเหลือเบื้องต้นแพ้วัคซีนโควิด-19 ไปแล้ว 239 ราย กว่า 3 ล้านบาท

เลขาธิการ สปสช. เผย 3 สัปดาห์จ่ายช่วยเหลือเบื้องต้นอาการไม่พึงประสงค์หลังฉีดวัคซีนโควิด-19 ไปแล้ว 239 ราย เป็นเงิน 3,016,700 บาท เป็นกรณีเสียชีวิต 4 ราย ระบุอาการไม่พึงประสงค์เกินกว่า 50% จะมีอาการชา นอกนั้นมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน อ่อนเพลียจนต้องนอนพักในโรงพยาบาล  

6 มิ.ย. 2564 นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวถึงการจ่ายเงินช่วยเหลือเบื้องต้นกรณีเกิดอาการไม่พึงประสงค์หลังฉีดวัคซีนโควิด-19 ตามแผนงานโครงการที่รัฐจัดให้ฟรี ว่า หลังจาก สปสช.เปิดให้ยื่นขอรับเงินเยียวยาเบื้องต้นมาประมาณ 3 สัปดาห์ ขณะนี้มีผู้ยื่นขอเข้ามา 344 ราย และคณะอนุกรรมการทั้ง 13 เขตพื้นที่มีมติจ่ายเงินช่วยเหลือเบื้องต้นไปแล้ว 239 ราย ไม่จ่าย 44 ราย รอข้อมูล 61 ราย โดยการช่วยเหลือขณะนี้เป็นเงิน 3,016,700 บาท ซึ่งมีกรณีที่เสียชีวิตที่คณะอนุกรรมการฯมีมติจ่ายเงินช่วยเหลือขณะนี้ 4 ราย คือ ที่ จ.ปทุมธานี 1 ราย จ.แพร่ 1 ราย จ.สงขลา 1 ราย และ จ.ตาก 1 ราย ทั้งนี้อาการไม่พึงประสงค์ที่มีการจ่ายชดเชยส่วนใหญ่จะนอนโรงพยาบาล โดยเกินกว่า 50% จะมีอาการชา มีบางส่วนที่มีอาการชานานเกิน 2 เดือน นอกนั้นก็มีอาการคลื่นไส้ อาเจียน อ่อนเพลียจนต้องนอนพักในโรงพยาบาล  

นพ.จเด็จ กล่าวว่า การขอรับเงินช่วยเหลือเบื้องต้นนั้น สปสช.ไม่ได้กำหนดไว้ว่าจะต้องมีอาการแบบใดถึงจะยื่นขอได้ แต่หากฉีดวัคซีนโควิด-19 แล้วมีอาการไม่พึงประสงค์ สามารถขอรับได้เลย ถ้าให้สะดวกคือไปสถานที่ที่ฉีด ปรึกษาแพทย์ ถ้าแพทย์คิดว่าเกี่ยวก็จะช่วยส่งเรื่องให้ โดยคณะอนุกรรมการที่พิจารณาค่าเยียวยาซึ่งมี 13 เขตทั่วประเทศจะเร่งดำเนินการให้อย่างรวดเร็ว โดยเมื่อมีมติช่วยเหลือแล้ว จะจ่ายเงินให้แล้วเสร็จใน 5 วัน  

"วัคซีนโควิด-19 ทั้งหมดที่ใช้เป็นวัคซีนที่ใช้ในภาวะฉุกเฉิน เราต้องมีกระบวนการติดตามอาการไม่พึงประสงค์ ดังนั้นถ้ามีอาการอย่ารีรอที่จะไปพบแพทย์ ส่วนค่าเสียหาย เป็นกระบวนการสร้างความมั่นใจ โดยบางกรณีไม่จำเป็นต้องรอจนพิสูจน์ถูกผิดก็สามารถเยียวยาได้" นพ.จเด็จ กล่าว 

นพ.จเด็จ กล่าวว่า ต้องย้ำว่ากรณีที่สงสัยความเจ็บป่วยรวมถึงเสียชีวิตว่ามีสาเหตุจากวัคซีน สามารถยื่นคำร้องได้ทันที ไม่ต้องรอผลการตรวจพิสูจน์ เพราะเป็นการใช้หลักการช่วยเหลือเหลือเบื้องต้น ไม่ต้องพิสูจน์ถูกผิด อาจเป็นเรื่องของเหตุสุดวิสัย และเมื่อมีได้จ่ายช่วยเหลือไปแล้ว ในภายหลังหากพิสูจน์ทางการแพทย์แล้วพบว่าไม่เกี่ยวข้องกับการฉีดวัคซีนโควิด-19 เราก็จะไม่เรียกเงินคืนเนื่องจากถือว่าเป็นการช่วยเหลือเบื้องต้น เรื่องนี้เป็นกลไกทางสังคมในการให้ความช่วยเหลือ ไม่ใช่กลไกทางการแพทย์ที่พิสูจน์สาเหตุ จึงต้องมีความรวดเร็วเพื่อบรรเทาผลกระทบและความเสียหายที่เกิดขึ้น  

ทั้งนี้ในกรณีเสียชีวิตหรือทุพพลภาพถาวรจะได้รับการช่วยเหลือไม่เกิน 400,000 บาท กรณีสูญเสียอวัยวะหรือพิการช่วยเหลือไม่เกิน 240,000 บาท และกรณีเกิดภาวะเจ็บป่วยที่ต้องรับการรักษาไม่เกิน 1 แสนบาท ซึ่งจะช่วยเหลือจำนวนเท่าใดนั้น เป็นการพิจารณาของอนุกรรมการฯ ตามภาวะความรุนแรง โดยสามารถยื่นเรื่องขอรับเงินช่วยเหลือเบื้องต้นกับ สปสช.ได้ที่ โรงพยาบาลที่ฉีด หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) หรือที่ สปสช.สาขาเขตพื้นที่ทั้ง 13 เขต โดยมีระยะเวลายื่นคำร้องได้ภายใน 2 ปีนับแต่วันที่ทราบความเสียหาย สอบถามเพิ่มเติม สายด่วน สปสช. โทร. 1330 

สปสช.ช่วยไกล่เกลี่ยค่ารักษาโควิด-19 รพ.เอกชนคืนเงิน 5 แสนบาท

กรณี น.ส.ธนัณลภัส ลิมปธนเศรษฐ์ บุตรสาวของผู้ป่วยโควิด-19 ซึ่งถูกโรงพยาบาลเอกชนเรียกเก็บค่ารักษาพยาบาล เปิดเผยว่า ขณะที่บิดารักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลเอกชน ได้มีการเรียกเก็บค่ารักษาพยาบาลจำนวน 5 แสนบาท จึงได้ขอคำปรึกษาจากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ซึ่งก็ได้รับการช่วยเหลือเข้ามาช่วยไกล่เกลี่ยให้ 

อย่างไรก็ตาม ด้วยความกังวลว่าหากไม่จ่ายค่ารักษาพยาบาลก็อาจทำให้การรักษาบิดาไม่ดำเนินต่อ หรืออาจถูกประวิงเวลาให้ล่าช้าออกไป ที่สุดแล้วครอบครัวจึงตัดสินใจจ่ายเงินจำนวน 5 แสนบาทไป หลังจากนั้นบิดาได้เสียชีวิตลง  

น.ส.ธนัณลภัส กล่าวว่า ขณะนี้ได้รับเงินจำนวน 5 แสนบาทคืนแล้ว หลังจากที่ได้มีการออกรายการโหนกระแส และทาง นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการ สปสช. ก็ได้ดำเนินการติดต่อกับทางผู้อำนวยการโรงพยาบาลให้เอง ซึ่งทางโรงพยาบาลรับปากว่าจะคืนให้ โดยล่าสุดได้รับเงินคืนมาแล้วในวันที่ 31 พ.ค. 2564 

“ในตอนแรกเราก็คิดว่าหน่วยงานราชการนั้นติดต่อยาก และน่าจะไม่ช่วยเดินเรื่องให้ แต่กับ สปสช. นั้นแตกต่างออกไป เพราะเขาช่วยดำเนินการจริงๆ มีการติดตามเรื่องให้ตลอดเวลาและรายงานความคืบหน้ากับเราด้วย ทำให้ความรู้สึกต่อหน่วยงานราชการเปลี่ยนไป” น.ส.ธนัณลภัส กล่าว  

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

แสดงความคิดเห็น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ข่าวรอบวัน

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์