คุยกับพัฒน์ธนชัย สระกวี อีกครั้ง หลังแจ้งความ ม.112 กับคนตาบอดเป็นรายที่สอง

บทสัมภาษณ์พัฒน์ธนชัย สระกวี นายกสมาคมประชาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย หลังแจ้งความดำเนินคดีรุ่นพี่ตาบอดที่คอมเมนท์วิจารณ์ราชินี เล่าเหตุที่ต้องแจ้งความเพราะวิจารณ์ไม่สุภาพ อยากให้พูดถึงสถาบันกษัตริย์ด้วยเหตุผล ข้อเท็จจริง แม้หวั่นว่ารุ่นพี่จะติดโควิด-19 ในคุกหากถูกขัง แต่ชีวิตด้านในก็คงเหมือนโรงเรียนประจำ

ที่มาภาพ: Facebook/ พัฒน์ธนชัย สระกวี

เป็นที่รู้จักครั้งแรกหลังแจ้งความดำเนินคดีนูรฮายาตี มะเสาะ หญิงตาบอดมุสลิมด้วยกฎหมายอาญามาตรา 112 จนนำไปสู่การจับกุมและคุมขังเธอในปี 2561 วันนี้ พัฒน์ธนชัย สระกวี นายกสมาคมประชาคมคนตาบอดแห่งประเทศได้แจ้งความอีกครั้งกับ สน. ทุ่งมหาเมฆด้วย ม.112 และ พระราชบัญญัติการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์) ต่ออดีตรุ่นพี่ร่วมโรงเรียนที่ตาบอดสองข้าง

คนตาบอดถูกแจ้งความ ม.112 จากนายกสมาคมประชาคมคนตาบอดเป็นรายที่ 2

หญิงตาบอดโพสต์ 112 ได้ประกันตัวแล้ว ญาติ-ทนายความไม่ทราบว่าใครเป็นผู้ประกัน

คุยกับ พิพัฒน์ธนชัย สระกวี ชายตาบอดผู้ฟ้อง 112 หญิงตาบอด

ประชาไทพูดคุยกับพัฒน์ธนชัยอีกครั้ง เพื่อทำความเข้าใจแรงจูงใจของการแจ้งความ และมุมมองของเขาต่อการวิจารณ์สถาบันกษัตริย์ ความลำบากของคนตาบอดในวันที่ไวรัสโควิด-19 ระบาดเป็นวงกว้างทั้งในและนอกคุก

“การอยู่เรือนจำก็เหมือนอยู่โรงเรียนประจำดีๆ นี่เอง”

พัฒน์ธนชัยแจ้งความดำเนินคดี กล่าวหาว่ารุ่นพี่ร่วมของเขาไปคอมเมนท์โจมตีสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีบนหน้าเฟซบุ๊คของเขา ในโพสท์ที่แชร์มาจากนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีต ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ ที่โพสท์เมื่อปี 2563

โดยปกติ คนตาบอดใช้งานโซเชียลมีเดียได้ด้วยอุปกรณ์อ่านและฟังเสียงสังเคราะห์ เช่น ระบบ Siri ในเครื่องยี่ห้อ Apple

พัฒน์ธนชัยเล่าว่าเขาไม่ได้ติดตามความคืบหน้าของคดีนี้ เพราะว่าเขากำลังทำเรื่องช่วยเหลือคนที่เดือดร้อนจากโควิด-19 ในช่วงการระบาดที่เดือดร้อนกันถ้วนหน้านี้ คนตาบอดเองก็เดือดร้อนหนักเช่นกัน โดยเฉพาะหมอนวดในพื้นที่สีแดงที่ถูกสั่งปิดร้าน ทำให้ขาดรายได้ โดยทางสมาคมฯ ก็ได้มีการช่วยเหลือถุงยังชีพและเงินจำนวน 500 บาทไป และมีแผนจะช่วยประชาสัมพันธ์เรื่องงานให้ด้วย

เมื่อถามว่ากังวลหรือไม่หากรุ่นพี่ตาบอดคนดังกล่าวจะต้องไปอยู่ในคุกในช่วงที่มีการระบาดของโควิด-19 พัฒน์ธนชัยซึ่งก็เป็นคนตาบอดเช่นกัน ตอบว่า

"ถามว่ากังวลไหม ก็กังวลว่าจะมีการติดเชื้อในผู้ต้องขังรายนี้ไหม แต่ว่าถ้าเรื่องอื่นไม่มีข้อกังวล เพราะโดยปกติแล้วคนตาบอดก็สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติทั่วๆ ไป เพียงแต่ว่าจะอาศัยความคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมและการเคลื่อนไหวในพื้นที่นั้นๆ ฉะนั้น เรื่องนั้นผมไม่กังวล อีกอย่างหนึ่งเขาเคยเป็นนักเรียนประจำมาก่อน เพราะฉะนั้น การอยู่เรือนจำก็เหมือนอยู่โรงเรียนประจำดีๆ นี่เอง"

พัฒน์ธนชัยเล่าว่ารู้จักผู้ถูกกล่าวหาเป็นการส่วนตัว เท่าที่รู้จักคือเขามักมีความเห็นไปตามกระแสสังคมในแต่ละช่วงเวลา เช่น สมัยที่มีการชุมนุม กปปส. ก็มีความเห็นไปอีกทาง ซึ่งพัฒน์ธนชัยมองว่าเป็นเรื่องปกติ เพียงแต่การแสดงออกต้องไม่กระทบกับสิทธิ เสรีภาพของคนอื่น รวมถึงศีลธรรมอันดีของประชาชนและความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง ที่ทุกคนต้องรับผิดชอบการกระทำของตัวเอง

วิจารณ์ทำได้โดยสุภาพ อิงข้อเท็จจริง 

พัฒน์ธนชัยย้ำอยู่หลายครั้งว่าการพูดถึงการการวิพากษ์วิจารณ์สถาบันกษัตริย์สามารถทำได้ การพูดถึงการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ก็สามารถทำได้  เพียงแต่จะต้องทำอย่างสุภาพ มีเหตุผลและเป็นวิชาการ

"ถ้าถามความเห็นผม ผมมองว่า เรื่อง ม.112 จริงๆ เป็นเรื่องกฎหมายปกติ ไม่มีอะไรพิเศษ ไม่มีผลอะไรกับคนที่อยู่เฉยๆ ถามว่าการวิจารณ์สถาบันพระมหากษัตริย์สามารถกระทำได้ไหม ส่วนตัว จากพระบรมราชวินิจฉัยที่รัชกาลที่ 9 เคยมีพระราชดำรัสไว้ก็เห็นว่าทำได้ เพียงแต่การวิพากษ์วิจารณ์ต้องทำในทางวิชาการ คือพูดกันในวงวิชาการนั้นได้ สอง การวิพากษ์วิจารณ์นั้น ถ้ามีข้อเท็จจริงประกอบ มีพยานหลักฐานประกอบ ที่ไม่ใช่เรื่องแต่งขึ้นมา อันนี้ก็วิจารณ์ได้ พูดง่ายๆ ว่าก็เป็นเรื่องปกติ ไม่เห็นจะเป็นอะไร เพียงแต่ว่าการพูดควรจะพูดด้วยคำที่สุภาพเรียบร้อย เพราะกระทั่งการวิพากษ์วิจารณ์การใช้คำที่ไม่สุภาพกับประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาก็ยังมีข้อกำหนดในเรื่องนี้ค่อนข้างรุนแรงเหมือนกัน ผมว่าเป็นเรื่องปกติ"

จากการค้นหาของผู้สื่อข่าวพบว่า กฎหมายที่มีไว้คุ้มครองประธานาธิบดีสหรัฐฯ เช่นว่า พบว่าอยู่ในมาตราที่ 871 หมวดที่ 46 ในประมวลกฎหมายอาญาหลักของสหรัฐฯ ที่ห้ามไม่ให้มีการขู่ว่าจะทำร้ายร่างกาย ลักพาตัวหรือเอาชีวิต แก่ประธานาธิบดี รองประธานาธิบดี หรือผู้ที่มีวาระจะขึ้นดำรงตำแหน่งข้างต้นต่อไป โดยมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับ หรือทั้งจำทั้งปรับ

"นึกถึงเรา ถ้ามีคนมาวิพากษ์วิจารณ์เรา หรือพ่อแม่ หรือบุคคลที่เราเคารพ เราก็รู้สึกไม่สบายใจ ถ้าทุกคนคิดแบบนี้เหมือนกันมันก็จะไม่เกิดปัญหาเหล่านี้ขึ้น เพราะจริงๆ การหมิ่นประมาทมันก็มี 3 ระดับ ตั้งแต่การหมิ่นประมาทประชาชนกับประชาชน การหมิ่นประมาทระหว่างประชาชนกับเจ้าหน้าที่รัฐ และการหมิ่นประมาทประมุขของรัฐ เรามีกฎหมายเรื่องการหมิ่นประมาทประมุขของรัฐต่างประเทศ รวมถึงองค์รัชทาขาทอะไรต่างๆ ผมก็ว่าถ้าเราคุ้มครองประมุขของต่างประเทศได้ ประเทศของเราก็ควรมีกฎหมายฉบับนี้อยู่ เพียงแต่หลายคนก็มองว่าอัตราโทษสูงไปหรือเปล่า ควรจะปรับปรุงแก้ไข อันนี้ก็ต้องไปถกกัน หาทางที่มันเหมาะสม"

พัฒน์ธนชัยเล่าว่า คดีนี้เป็นการแจ้งความครั้งที่สองของเขาในกรณีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ก่อนหน้านี้ตัวเขาเองก็ถูกคนอื่นวิพากษ์วิจารณ์เยอะ เคยคิดจะแจ้งความหมิ่นประมาท แต่ก็ไม่ทำเพราะมองว่าตัวเองเป็นบุคคลสาธารณะ ย่อมถูกวิพากษ์วิจารณ์ได้ แต่การวิพากษ์วิจารณ์ประมุขของประเทศต้องอยู่บนพื้นฐานข้อเท็จจริง และพูดอย่างสุภาพเรียบร้อย

"โดยปกติ ไม่จำเป็นจริงๆ ผมก็ไม่ดำเนินการ เพราะว่าอะไรที่เราตักเตือนได้ก็บอก อะไรที่พูดไม่ได้ก็ว่ากันไปตามกระบวนการ ซึ่งผมคิดว่าอันนี้เป็นหน้าที่ของคนทุกคนที่จะช่วยกัน ถ้าถามความเห็นส่วนตัวผม ณ วันนี้ เรื่องการทำกิจกรรมชุมนุมหรือกิจกรรมทางการเมืองต่างๆ ก็เห็นว่าทำได้ เรื่องปฏิรูปต่างๆ ก็ทำได้หมดแหละครับ แต่ต้องพูดด้วยความสุภาพเรียบร้อย ใช้เหตุและผลมานั่งคุยกัน มากกว่าที่จะมาแก้ปัญหาด้วยการใช้กำลัง"

เมื่อถามว่าได้ตักเตือนรุ่นพี่ที่ไปแจ้งความดำเนินคดีแล้วหรือไม่ พัฒน์ธนชัยตอบว่า “คงตักเตือนเขาไม่ได้”

โทษ ม.112 ลดได้ แต่...

นายกสมาคมประชาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทยมองว่าโทษ 3-15 ปีสำหรับความผิดดูหมิ่นประมุขของไทยที่ควรให้การเคารพนับถือนั้นถือเป็นเรื่องปกติ เมื่อเทียบกับอัตราโทษของการหมิ่นประมุขในต่างประเทศที่อยู่ที่ 1-7 ปี แต่ถ้าหากถามว่าแรงไปไหมก็ดูแรงไปหน่อย เพราะเป็นเรื่องที่ทุกคนอยากวิพากษ์วิจารณ์ เขามองว่าอัตราโทษนั้นแก้ไขได้ แต่การแก้ไขโทษก็ต้องให้ความรู้กับประชาชนที่มองว่าต้องวิพากษ์วิจารณ์อย่างมีขอบเขต ไม่ใช่เลยเถิด 

"ทุกอย่างต้องมีขอบเขต ไม่ใช่ปล่อยซะเลยเถิด จนบางครั้งพูดกันเป็นข่าวลือ ไม่มีข้อเท็จจริงรองรับ ผมว่าอันนี้ไม่ถูก ดังนั้นจะพูดอะไรต้องมีข้อเท็จจริงมารองรับ ยิ่งถ้ามีหลักฐานก็ยิ่งดี และทุกอย่างก็ต้องอยู่บนโลกแห่งความจริง"

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

แสดงความคิดเห็น

ข่าวรอบวัน

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์