ตำรวจสอดแนมและบุกบ้านประชาชน 2 รอบ เหตุแชร์ข้อความพาดพิงสถาบันฯ ถ้ายังทำต่อ ตร.ขู่ดำเนินคดี ม.112

ตำรวจสอดแนมประชาชน จ.อยุธยา บุกเข้าไปคุยกับบิดา-มารดา 2 รอบ พร้อมข่มขู่ให้เลิกแชร์ข้อความพาดพิงสถาบันกษัตริย์ ถ้าไม่เลิกจะดำเนินคดี ม.112 

 

17 มิ.ย. 64 ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ได้รับแจ้งวันนี้ (17 มิ.ย.) จาก “ณัฐดนัย” (สงวนนามสกุล) อายุ 26 ปี พนักงาบริษัทแห่งหนึ่ง ว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาสอดแนมและพยายามตามหาตัวเขาที่บ้านถึง 2 รอบ โดยเจ้าหน้าที่ได้สั่งให้เขาเลิกกดแชร์ข้อความที่พาดพิงสถาบันกษัตริย์ และข่มขู่ว่าจะเอาตัวเขาไปดำเนินคดีที่โรงพัก มิเช่นนั้นจะให้พ่อแม่เป็นคนคุมตัวลูกของตัวเองไปส่งเจ้าพนักงานเอง

เหตุการณ์คุกคามจากเจ้าหน้าที่ตำรวจเกิดขึ้นเป็นครั้งแรกใน อ.เมือง จ.อยุธยา ช่วงต้นเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา ครอบครัวของณัฐดนัย สังเกตเห็นว่ามีรถโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีขาว ขับเข้ามาจอดในละแวกบ้าน 2 วันติดต่อกัน 

ต่อมา ในวันที่ 3 ช่วงเวลา 18.00 น. โดยประมาณ รถคันดังกล่าวได้กลับเข้ามาในหมู่บ้านอีกครั้ง และผู้ที่อยู่ในพาหนะ คือ เจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบเพศชาย 2 คน ซึ่งแต่งกายโดยเสื้อเชิ้ตและกางเกงขายาว และไม่ได้ตัดผมสั้นเกรียน อายุประมาณ 40-50 ปี

ณ เวลานั้น ณัฐดนัย ยังไม่กลับจากที่ทำงาน มีเพียงบิดาอาศัยอยู่ที่บ้าน ชายทั้งสองคนได้เข้าไปพูดคุยกับบิดาของณัฐดนัยแทน โดยนายหนึ่งได้แสดงบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ตำรวจ และแจ้งว่าตนทำงานในจังหวัดอยุธยา หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่คนนั้นแสดงกระดาษที่มีชื่อบัญชีผู้ใช้เฟซบุ๊กคนหนึ่ง และขอให้บิดายืนยันว่าชื่อบนกระดาษตรงกับชื่อของณัฐดนัย 

เมื่อบิดายืนยันแล้ว เจ้าหน้าที่จึงอธิบายต่อว่า “กองปราบใน กทม.” พบเนื้อหาที่วิพากษ์วิจารณ์สถาบันบนเฟซบุ๊กของณัฐดนัย จึงประสานมายังตำรวจในอยุธยา เจ้าหน้าที่ได้เดินทางมาสังเกตการณ์ที่บ้านของณัฐดนัย เป็นเวลาหลายวันแล้ว ก่อนจะตัดสินใจเข้ามาพูดคุย 

ตำรวจยังระบุว่า จุดประสงค์ของการเข้าพบ คือ ตักเตือนไม่ให้ณัฐดนัย กดแชร์เนื้อหาจากเพจที่พูดถึงสถาบันกษัตริย์ต่างๆ อาทิ Pavin Chachavalpongpun หรือ Somsak Jeamteerasakul อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ไม่ได้ระบุแน่ชัดว่า โพสต์ไหนบนเฟซบุ๊กของณัฐดนัย ที่ขัดต่อกฎหมาย หรือเป็นเนื้อหาที่เจ้าหน้าที่พบ  

ตำรวจคนดังกล่าวอธิบายต่อว่า ณัฐดนัย สามารถแชร์โพสต์ที่มีเนื้อหาทางการเมืองได้ แต่ถ้าเขาแชร์โพสต์ที่เกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์อีก เขาจะโดนดำเนินคดีด้วยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ ตร.ยังกำชับว่าเฟซบุ๊กของณัฐดนัย กำลังถูกจับตาโดยเจ้าหน้าที่รัฐ และไม่ว่าจะวิพากษ์วิจารณ์หรือบริภาษด่าทอใคร เจ้าหน้าที่รัฐมองเห็นอยู่เสมอ เมื่อได้ยินดังนั้น บิดาของณัฐดนัย จึงตอบเป็นทำนองว่า ครอบครัวไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะลูกชายไม่ค่อยอยู่บ้าน จึงไม่ได้มีโอกาสพูดคุยกัน

ตลอดเวลาที่มีปฏิสัมพันธ์ เจ้าหน้าที่ตำรวจพูดคุยด้วยน้ำเสียงเป็นมิตร และย้ำเรื่อยๆ ว่า ตนมาเพื่อเตือน “ก่อนที่เรื่องจะใหญ่โตไปมากกว่านี้” 

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยินยอมให้บิดาของณัฐดนัย ถ่ายรูปเซลฟี่ด้วยกัน เพื่อเป็นหลักฐานว่าตำรวจมาหาที่บ้าน ใช้เวลาพูดคุยประมาณ 15 นาที เจ้าหน้าที่ก็เดินทางกลับไป 

ณัฐดนัย กล่าวว่า เมื่อก่อนตนแชร์โพสต์ต่างๆ โดยตั้งค่าความเป็นส่วนตัวไว้ที่ “สาธารณะ” หลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจมาที่บ้านในครั้งแรก เขาเลิกแชร์เนื้อหาที่เกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์โดยสิ้นเชิง มีเพียงแชร์โพสต์ที่วิจารณ์รัฐบาลเท่านั้น

ตร.ลั่น! จะให้พาไปโรงพัก หรือแม่จะคุมตัวไปเอง

ต่อมาในวันที่ 15 มิ.ย. 64 ช่วงเวลาประมาณ 11.00 น. ได้มีตำรวจนอกเครื่องแบบเพศชาย 2 คนเดินทางมาที่บ้านของณัฐดนัยอีก แต่เนื่องจากณัฐดนัย ไม่อยู่บ้าน ณ เวลานั้น ตำรวจจึงเข้ามาพูดคุยกับมารดาของเขา 

ตำรวจได้แจ้งชื่อและบอกว่าทำงานในจังหวัดอยุธยา มีความประสงค์ต้องการพบกับณัฐดนัย เมื่อมารดาของเขาถามสาเหตุ ตำรวจนายหนึ่งจึงตอบว่า ณัฐดนัยยังคงแชร์โพสต์ที่เข้าข่าย “หมิ่นสถาบัน” เจ้าหน้าที่จึงมาเชิญตัวเขาไปที่โรงพักเพื่อดำเนินคดีกับเขา แต่เนื่องจากณัฐดนัย ยังไม่กลับจากที่ทำงาน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงกล่าวกับมารดาว่า “แล้วยังไง คุณแม่สะดวกพาน้อง [ณัฐดนัย] ไปโรงพักเอง หรือจะให้ตำรวจคุมตัวไปที่สถานี” ก่อนจะเดินทางกลับไป

เหตุการณ์ครั้งที่สองเกิดขึ้นเป็นระยะเวลาประมาณ 10 นาที ครั้งนี้เจ้าหน้าที่แสดงท่าทีแข็งกร้าว และพูดด้วยน้ำเสียงดุดันตลอดบทสนทนา แม้ว่าเจ้าหน้าที่จะขู่ดำเนินคดีกับณัฐดนัย แต่กลับไม่แสดงหมายเรียกหรือเอกสารที่มีตราครุฑใดๆ และไม่ได้แสดงหลักฐานว่าณัฐดนัย แชร์โพสต์อะไรที่เข้าข่าย “หมิ่นสถาบัน” แต่หลังจากนั้น ก็ไม่ปรากฏว่ามีเจ้าหน้าที่ติดต่อมา หรือมีหมายเรียกใดๆ มาอีก 

การคุกคามของเจ้าหน้าที่สร้างความกังวลให้กับครอบครัวของณัฐดนัยอย่างมาก โดยเฉพาะมารดาของเขา ซึ่งติดตามข่าวการดำเนินคดีทางการเมืองกับประชาชนอย่างสม่ำเสมอ ทั้งสองกลัวว่าลูกชายของตนจะโดนดำเนินคดี และอาจต้องถูกขังอยู่ในเรือนจำอย่างผู้ต้องคดีทางการเมืองคนอื่นๆ 

สำหรับณัฐดนัย เขาตั้งข้อสังเกตว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งใจมาหาเขาตอนที่ยังไม่กลับถึงบ้าน เนื่องจากเจ้าหน้าที่เคยมาสอดแนมที่บ้าน จึงน่าจะทราบเวลาเดินทางเข้าออกที่พักของเขา ด้วยเหตุนี้ เขาจึงรู้สึกโกรธที่ตำรวจไม่เพียงแต่ตั้งใจคุกคามเขา แต่ยังรวมไปถึงครอบครัวของเขาอีกด้วย 

นอกจากนี้ ณัฐดนัย ยังรู้สึกสับสน และกังวล เนื่องจากเขามั่นใจว่าคัดกรองเนื้อหาที่จะแชร์บนเฟซบุ๊กแล้ว แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจกลับมาข่มขู่ว่าจะดำเนินคดีมาตรา 112 อีกเป็นรอบที่ 2 

สถานการณ์ที่เจ้าหน้าที่รัฐเข้าติดตามประชาชนถึงบ้าน และข่มขู่เรื่องการแสดงความคิดเห็นหรือการแชร์ข้อความเกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์ยังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ก่อนหน้านี้ในเดือน เม.ย. ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนได้รับแจ้งเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจคุกคามประชาชน 2 รายที่บ้าน สืบเนื่องจากการเผยแพร่เนื้อหาการเมืองบนเฟซบุ๊ก โดยเจ้าหน้าที่ได้อ้างข้อหา “หมิ่นสถาบัน” เช่นกัน โดยไม่ได้ทราบชัดเจนว่าเนื้อหาเป็นเช่นใด 

นอกจากนี้ ยังได้รับแจ้งเหตุการณ์คุกคามในลักษณะนี้ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ภาคกลางอีก 2 ราย ประชาชนคนหนึ่งได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่อ้างว่า ตนพิมพ์ข้อความที่เข้าข่าย “ละเมิดขั้นรุนแรง” อันเป็นความผิดฐานตามมาตรา 112 และอีกคนหนึ่งเป็นเยาวชนอายุ 17 ปี ทั้งหมดระบุว่า ตนแชร์เนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการเมืองโดยตั้งค่าความเป็นส่วนตัวไว้สำหรับสาธารณะ

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

แสดงความคิดเห็น

ข่าวรอบวัน

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์