'ธรรมนัส' ไม่โกรธ หลัง 'เสรีพิศุทธ์' ฟ้องคดียาเสพติด มั่นใจหากชนะเลือกตั้ง เสนอชื่อ 'ประยุทธ์' เป็นนายกฯ

'ธรรมนัส' ไม่โกรธ หลัง 'เสรีพิศุทธ์' ฟ้องคดียาเสพติด เหตุเป็นการทำหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติในการตรวจสอบฝ่ายบริหาร พร้อมมั่นใจยันหากชนะเลือกตั้ง เสนอชื่อ 'ประยุทธ์' เป็นนายกฯ อีกสมัย ระบุ ไม่ดูด ส.ส.พรรคอื่น-เน้นเฟ้นหาผู้สมัครหน้าใหม่ จัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียวต้องใช้เวลา สิ่งสำคัญคือความเข้มแข็งของพรรค

21 มิ.ย. 2564 สื่อหลายสำนัก เช่น ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ และเดลินิวส์ รายงานตรงกันว่า พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ในฐานะประธาน กมธ. ป.ป.ช. สภาผู้แทนราษฎร นำหลักฐานเข้าแจ้งความตำรวจปราบปรามยาเสพติด เพื่อให้ดำเนินคดี กับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า ร.อ.ธรรมนัส ยังสามารถดำรงตำแหน่งได้ โดยไม่ขัดต่อกฎหมาย เนื่องจากโทษที่เคยได้รับเป็นโทษนอกราชอาณาจักร อย่างไรก็ตาม เมื่อตรวจสอบหลักฐานที่ได้รับ ทั้งคำพิพากษาของศาลในออสเตรเลีย และข้อความที่เขียนด้วยลายมือของ ร.อ.ธรรมนัส ที่ยอมรับในข้อกล่าวหาของศาล รวมทั้งการประสานกลับเข้าประเทศหลังจากรับโทษเสร็จสิ้นเมื่อปี 2540 ของเลขาธิการ ป.ป.ส. และปลัดกระทรวงการต่างประเทศในสมัยนั้น ระบุชัดเจนว่าถูกส่งกลับประเทศเนื่องจากรับโทษในคดีรู้เห็นการนำเข้ายาเสพติดเข้าออสเตรเลีย

โดยหลักฐานทั้งหมดที่นำมาให้พนักงานสอบสวน เพื่อต้องการให้ดำเนินคดีกับ ร.อ.ธรรมนัส ข้อหามียาเสพติดไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย เนื่องจากเป็นยาที่นำออกจากประเทศไทย ซึ่งก็จะถือว่าเป็นความผิดที่เกิดในประเทศไทย และอาจนำไปสู่การพิจารณาการดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรว่าเหมาะสมหรือไม่

อย่างไรก็ตาม กฎหมายคดียาเสพติด มีอายุความ 30 ปี จึงเหลืออายุความอีก 2 ปี เชื่อว่าพนักงานสอบสวนจะเร่งดำเนินคดีส่งสำนวนให้อัยการและพิจารณาในชั้นศาลได้ตามกรอบเวลา

หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย กล่าวอีกว่า ไม่อยากให้มีอิทธิพลใดหรืออำนาจรัฐเข้ามาข้องเกี่ยว กับการสอบสวนของพนักงานสอบสวนรวมถึงอัยการ และพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะที่ดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไม่ควรเข้ามาแทรกแซงการดำเนินคดีนี้

'ธรรมนัส' ไม่โกรธ

ไทยพีบีเอส รายงานปฏิกิริยาของ ร.อ.ธรรมนัส รมช.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ เข้าร่วมการประชุมพรรคครั้งแรกหลังรับตำแหน่ง กล่าวถึงกรณีพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ยื่นฟ้องคดีเกี่ยวกับยาเสพติดตนเองว่า ส่วนตัวรู้สึกเฉยๆ เพราะที่ผ่านมาถูกกระทำตลอด 2 ปี และตนเองได้เข้าสู่กระบวนการตรวจสอบทุกขั้นตอนแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ป.ป.ช. และศาลรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ไม่รู้สึกโกรธ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เพราะเป็นการทำหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติในการตรวจสอบฝ่ายบริหาร

“การเมืองมาเครียดเรื่องการสาดโคลนใส่กันจะไปไม่รอด และประชาชนจะเดือดร้อน” ร.อ.ธรรมนัส กล่าว พร้อมยืนยันว่าข้อหาที่ถูกดำเนินคดี คือ “รู้ว่ามีการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด โดยไม่ได้เป็นผู้นำเข้ายาเสพติด จำหน่ายหรือส่งออก" ซึ่งมีบุคคลพยายามบิดเบือนเป็นข้อหาอื่น จึงขอบุคคลเหล่านี้นำข้อเท็จจริงไปต่อสู้ในชั้นศาล

ยันหากชนะเลือกตั้ง เสนอชื่อ 'ประยุทธ์' เป็นนายกฯ อีกสมัย

ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐคนใหม่ ยังระบุว่า ตามที่ประกาศไว้ว่าจะทำให้พรรคพลังประชารัฐเป็นพรรคอันดับ 1 จะต้องดำเนินการในอีกหลายเรื่อง โดยเฉพาะการทำงานตามนโยบายที่เคยหาเสียงไว้ ซึ่งมีเวลาอีก 2 ปี แต่บางส่วนได้ดำเนินการแล้วทั้งเรื่องเศรษฐกิจ สังคม การเมือง รวมถึงการสร้างความสามัคคีให้กับสังคมไทย

"การเมืองไม่มีอะไรแน่นอน การเป็นพรรคเดียวที่สามารถจัดตั้งรัฐบาลจะต้องใช้เวลา สิ่งสำคัญคือครอบครัวพลังประชารัฐจะต้องมีความเข้มแข็ง" 

ร.อ.ธรรมนัส ยืนยันว่า การขึ้นเป็นเลขาธิการพรรค ไม่มีความขัดแย้งระหว่างคนในพรรค ซึ่งทุกคนที่กล่าวชื่อได้โทรศัพท์คุยกับทุกคนแล้ว อย่างไรก็ตามผู้สื่อข่าวสังเกตว่าการประชุมวันนี้ (21 มิ.ย.) ไม่มี ส.ส.กลุ่มสามมิตร เข้าร่วมประชุม และเชื่อว่าการปรับโครงสร้างพรรคและการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นคนละเรื่องกัน การปรับโครงสร้างพรรคเป็นอำนาจหัวหน้าพรรค ขณะที่การปรับ ครม. เป็นอำนาจของนายกฯ ซึ่งส่วนตัวไม่เชื่อว่ามีความเชื่อมโยงกัน

ขณะที่การเลือกตั้งในอนาคต พรรคได้เตรียมความพร้อมในการเลือกผู้สมัคร ส.ส.แล้ว ซึ่งเขตใดที่มี ส.ส.ของพรรคอยู่แล้วจะใช้คนเดิม เพราะเชื่อมั่นว่ามีศักยภาพที่จะดูและประชาชนอย่างต่อเนื่อง ส่วนพื้นที่ที่ยังไม่มี ส.ส.ของพรรค กำลังเฟ้นหาบุคคลที่เหมาะสม ซึ่งขึ้นอยู่กับคณะกรรมการสรรหาของพรรคจะคัดเลือก

ส่วนกรณีที่ถูกตั้งข้อสังเกตว่าอาจมีการทาบทาม ส.ส.พรรคเพื่อไทย ในพื้นที่ภาคอีสานมาเป็นผู้สมัคร ส.ส.พรรคพลังประชารัฐนั้น ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ตนเองมีมารยาทในการเล่นการเมือง และหากจะมี ส.ส.ย้ายพรรคก็ขึ้นอยู่กับความสมัครใจของบุคคล ซึ่งจะต้องไม่มีข้อครหาหรือข้อพิพาทระหว่างพรรคการเมือง แต่พรรคจะเน้นการเลือกบุคคลใหม่มากกว่า

หากพรรคพลังประชารัฐชนะการเลือกตั้งและได้จัดตั้งรัฐบาล พรรคจะเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง โดย พล.อ.ประยุทธ์ เป็นผู้มีความเหมาะสม ประเมินจากสถานการณ์บ้านเมืองที่ไม่ปกติ เสมือนภาวะสงครามโลกที่ไม่มีใครเหมาะสมกว่านี้ เพราะผู้นำจะต้องมีความเด็ดขาด ขณะที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ จะเป็นผู้ดูแลเฉพาะเรื่องนโยบายของพรรค

“อนาคตหากพรรคชนะเลือกตั้ง เป็นพรรคอันดับหนึ่งจัดตั้งรัฐบาล ยืนยันจะเสนอ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ อีกครั้ง เพราะสถานการณ์บ้านเมืองไม่ปกติ เสมือนสภาวะสงคราม ไม่มีใครเหมาะสมไปกว่านี้แล้ว” เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐคนใหม่ กล่าว

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

แสดงความคิดเห็น

ข่าวรอบวัน

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์