สถานทูตฝรั่งเศสลุยฉีดวัคซีนจอห์นสันฯ ให้พลเมืองในไทย ด้าน 'เพื่อไทย' แนะ รบ.เปิดเสรีวัคซีน

สถานทูตฝรั่งเศสเปิดให้พลเมืองของตนที่มีอายุ 55 ปีขึ้นไปลงทะเบียนฉีดวัคซีนจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน (J&J) ตามโครงการดูแลพลเมืองของสถานทูต ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวชื่นชมอิสราเอลที่ฉีดวัคซีนให้คนในประเทศได้อย่างรวดเร็ว ขณะที่ ส.ส.พรรคเพื่อไทยยื่นข้อเสนอปรับแผนฉีดวัคซีน 7 ข้อแก่รัฐบาล พร้อมแนะเปิด 'วัคซีนเสรี'

24 มิ.ย. 2564 วานนี้ (23 มิ.ย. 2564) สถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทยเปิดให้พลเมืองชาวฝรั่งเศสที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยและมีอายุ 55 ปีขึ้นไป ลงทะเบียนฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ในโครงการของสถานทูต โดยสามารถเข้ารับการฉีดวัคซีนได้ในโรงพยาบาลเอกชน 8 แห่งในเครือโรงพยาบาลกรุงเทพ พลเมืองฝรั่งเศสที่ลงทะเบียนฉีดวัคซีนกับสถานทูตจะได้รับวัคซีนยี่ห้อจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน (J&J) โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ เนื่องจากรัฐบาลฝรั่งเศสเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด ทั้งนี้ สถานทูตระบุว่าโครงการฉีดวัคซีนดังกล่าวจะสิ้นสุดในช่วงต้นเดือนก.ค. 2564

สถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสระบุว่าวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน มีข้อดีคือเป็นวัคซีนที่ฉีดเพียงเข็มเดียว โดยสถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสดำเนินนโยบายตามกระทรวงสาธารณสุขฝรั่งเศสที่กำหนดให้ใช้วัคซีนชนิดดังกล่าวกับชาวฝรั่งเศสที่มีอายุ 55 ปีขึ้นไปเท่านั้น และเป็นวัคซีนที่ได้รับการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ของไทย สถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสคาดว่าแผนการฉีดวัคซีนนี้จะช่วยให้พลเมืองของฝรั่งเศสที่เป็นผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นกลุ่มเปราะบางและมีข้อจำกัดในการเดินทางสามารถเข้าถึงวัคซีนโควิด-19 ได้อย่างสะดวกและรวดเร็วที่สุด

สถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสระบุว่าได้ขออนุญาตอย่างเป็นทางการจากทางการไทยเพื่อจัดโครงการฉีดวัคซีนให้แก่พลเมืองฝรั่งเศสในประเทศไทย โดยจะปฏิบัติตามมาตรการสาธารณสุขและข้อบังคับทางกฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อให้พลเมืองฝรั่งเศสในประเทศไทยมีทางเลือกในการฉีดวัคซีนเท่าที่จะสามารถดำเนินการได้ นอกจากนี้ สถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสยังให้คำมั่นกัลพลเมืองฝรั่งเศสในประเทศไทยว่าจะพยายามต่อไปเพื่อให้ชาวฝรั่งเศสที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยได้มีทางเลือกมากที่สุดในอนาคต

พลเมืองชาวฝรั่งเศสที่ประสงค์ฉีดวัคซีนกับทางสถานเอกอัครราชทูตฯ ต้องมีสัญชาติฝรั่งเศส มีอายุ 55 ปีขึ้นไป (อายุครบ 55 ปีในวันฉีดวัคซีน) และต้องแสดงหนังสือเดินทางฝรั่งเศสหรือบัตรประจำตัวประชาชนฝรั่งเศสในวันฉีดวัคซีน โดยหลังจากฉีดวัคซีนแล้ว จะได้รับใบรับรองการฉีดวัคซีนที่มีตราโรงพยาบาลเป็นภาษาฝรั่งเศส อังกฤษ และไทย ทั้งนี้ วัคซีนโควิด-19 ที่ทางการฝรั่งเศสรับรอง ได้แก่ ไฟเซอร์ (Pfizer), โมเดอร์นา (Moderna), แอสตราเซเนกา (AstraZeneca) และจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน (J&J)

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 11 มิ.ย. 2564 อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนที่กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี ภายหลังการหารือกับซีบีย์ เดอ การ์ทีเย ดีฟว์ เอกอัครราชทูตราชอาณาจักรเบลเยียมประจำประเทศไทย และตีแยรี มาตู เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐฝรั่งเศสประจำประเทศไทย ดกี่ยวกับการดูแลประชากรทั้ง 2 ประเทศที่อยู่ในประเทศไทย โดยอนุทินกล่าวว่าเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐฝรั่งเศสได้หารือเรื่องการนำเข้าวัคซีนจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสันที่ได้ขึ้นทะเบียนกับ อย. ไว้แล้ว จำนวน 1 หมื่นกว่าโดสเพื่อฉีดให้คนฝรั่งเศสอายุ 45 ปีขึ้นไปที่อยู่ในประเทศไทย ซึ่งทางกรมควบคุมโรคเห็นชอบแล้ว โดยจะนำเข้ามาในปลายเดือนมิถุนายนนี้ ขณะที่เอกอัครราชทูตราชอาณาจักรเบลเยียมขอให้ทางการไทยช่วยดูแลรักษาคนเบลเยียม โดยเก็บค่ารักษาจากประกันสังคมของเบลเยียม และขอให้พิจารณาการฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้คนเบลเยียมที่มีครอบครัวและพำนักในประเทศไทยในจังหวัดต่างๆ ซึ่งอนุทินได้ให้ความมั่นใจว่า รัฐบาลไทยมีนโยบายฉีดวัคซีนให้กับประชาชนทุกคนในประเทศ โดยแนะนำการลงทะเบียนให้ถูกต้อง เพื่อรับวัคซีนในโอกาสต่อไป เนื่องจากไม่มีใครปลอดภัย จนกว่าทุกคนจะปลอดภัย

'เพื่อไทย' เสนอข้อเรียกร้อง 7 ข้อ แนะรัฐบาลเปิด 'วัคซีนเสรี'

มติชนออนไลน์และสยามรัฐ รายงานตรงกันว่า วันนี้ (24 มิ.ย. 2564) เวลา 14.00 น. ประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส. จ.นครราชสีมาและเลขาธิการพรรคเพื่อไทย แถลงที่รัฐสภาถึงกรณีการฉีดวัคซีนที่ล่าช้าของรัฐบาล พร้อมเสนอข้อเรียกร้อง 7 ข้อในการแก้ปัญหาการฉีดวัคซีน โดยระบุว่าพรรคเพื่อไทยไม่อาจนิ่งเฉยกับความล้มเหลวซ้ำซากของรัฐบาลในการแก้ไขวิกฤตโรคระบาด ขาดวิสัยทัศน์ ไร้ยุทธศาสตร์ มองไม่เห็นความทุกข์ซ้ำทุกข์ซ้อนของพี่น้องประชาชนแบบนี้ไม่ได้อีกต่อไป เพื่อให้พร้อมต่อประกาศเปิดประเทศของรัฐบาล ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า อันเป็นทั้งความหวังและความกังวลของประชาชนคนไทยอันจะเป็นการเปิดทางสู่การฟื้นฟูเศรษฐกิจ พรรคเพื่อไทยขอเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ไขวิกฤตโควิด โดยดำเนินการตามมาตรการดังต่อไปนี้

  1. การควบคุมโรคระบาดต้องควบคู่ไปกับการฟื้นฟูเศรษฐกิจ ทั้งสองเรื่องนี้เป็นภารกิจสำคัญที่รัฐบาลต้องให้น้ำหนักสูงทัดเทียมสมดุลกัน
  2. เปิด "วัคซีนเสรี" อนุญาตให้เอกชนที่มีศักยภาพ สามารถนำเข้าวัคซีนที่องค์การอนามัยโลก (WHO) รับรองได้ทันที รัฐบาลต้องอำนวยความสะดวกให้เอกชนมีส่วนร่วมในการจัดหาวัคซีน อันจะทำให้ได้วัคซีนที่หลากหลาย เพื่อให้พร้อมรองรับสถานการณ์การกลายพันธ์ุของเชื้อ และความเหมาะสมของประชาชนกลุ่มเป้าหมายต่างๆ กันในจำนวนที่เพียงพอ และจัดทำแผนการกระจายวัคซีนที่มีศักยภาพให้ทันต่อการเปิดประเทศ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการแก้ไขวิกฤตเศรษฐกิจโดยเร็วที่สุด วันนี้ประชาชนจำนวนมากที่เฝ้ารอวัคซีนต้องการคำตอบจากรัฐบาลว่าเหตุใดการดำเนินการจัดซื้อวัคซีนบางยี่ห้อจึงมีความล่าช้า ในขณะที่วัคซีนบางยี่ห้อที่มีประสิทธิภาพในการควบคุมโรคด้อยกว่า กลับมีคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
  3. เร่งจัดหาวัคซีนชนิด mRNA อันได้แก่ ไฟเซอร์ และ โมเดอร์นา มาเพิ่มเติมให้เร็วที่สุด เนื่องจากมีการศึกษาที่ชัดเจนว่าวัคซีนชนิดนี้มีประสิทธิภาพป้องกันการติดเชื้อสูง และสร้างภูมิต้านทานต่อเชื้อกลายพันธุ์ใหม่ๆ ขณะนี้ได้ดี
  4. รัฐบาลต้องปลดเปลื้องข้อจำกัดด้านสถานการณ์ที่โรงพยาบาลไม่รับตรวจเพราะเกรงว่าเตียงจะไม่เพียงพอ ปรับระบบการบริหารจัดการของรัฐร่วมกับภาคเอกชน และอาสาสมัครให้ยืดหยุ่นคล่องตัวสอดคล้องกับสถานการณ์ฉุกเฉินที่จำนวนผู้ติดเชื้อมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนถึง 3-4 พันรายต่อวัน เป็นเวลาหลายวันติดต่อกัน วันนี้เกิดปัญหาสถานการณ์ของการไม่ยอมรับตรวจหาเชื้อ เพราะเกรงจะไม่มีเตียงพอรับผู้ป่วย มีผู้ป่วยติดเชื้อรายที่รอลำเลียงไปหลายวันเพราะรอเตียง ปัญหาเหล่านี้สามารถแก้ไขได้ด้วยการจัดปรับระบบการบริหารจัดการให้ทันการณ์
  5. จัดเพิ่มเตียง อุปกรณ์ทางการแพทย์ และที่สำคัญการบริหารบุคลากรทางการแพทย์และพยาบาลเพื่อรองรับผู้ป่วยหนักที่เพิ่มอย่างรวดเร็ว ทันการณ์
  6. เร่งจัดหา Rapid self test ทำการตรวจหาเชื้อให้เป็นไปได้ง่าย ประชาชนทำได้ด้วยตัวเอง และอ่านผลรวดเร็ว เพื่อให้การสืบค้น "ผู้สงสัยติดเชื้อ" เบื้องต้นทำได้เร็ว ทั่วถึง เพื่อเลือกเฉพาะรายที่ให้ผลบวก รับการตรวจยืนยันด้วย PCR อีกครั้ง เพื่อจำกัดการแพร่ระบาดได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
  7. ต้องปรับเปลี่ยนการสื่อสารกับประชาชนที่จะต้องตรงไปตรงมา เพื่อฟื้นความน่าเชื่อถือของภาครัฐ ทั้งนี้ พรรคเพื่อไทยขอเรียกร้องให้รัฐบาลหยุดนำการเมืองมานำการแพทย์ หยุดเปิดช่องทางแสวงหาประโยชน์บนความเป็นความตายของพี่น้องประชาชน วันนี้ท่านกำลังนำพาประเทศและประชาชนคนไทยไปสู่ความสิ้นหวังครั้งร้ายแรงที่สุด รัฐบาลต้องเรียนรู้ความผิดพลาดล้มเหลว แล้วเร่งกระจายวัคซีนให้หลากหลาย ทั่วถึง รวดเร็ว และทันการณ์ ซึ่งจะเป็นบันไดขั้นแรกในการแก้ไขวิกฤต ฟื้นฟูประเทศให้กลับมามีความหวังอีกครั้ง

 'ประยุทธ์' พบทูตอิสราเอล ชมฉีดวัคซีนได้รวดเร็ว

ขณะเดียวกัน มติชนออนไลน์ รายงานว่า เข้าวันนี้ (24 มิ.ย. 2564) ที่ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล เมอีร์ ชโลโม เอกอัครราชทูตรัฐอิสราเอลประจำประเทศไทย เดินทางเข้าเยี่ยม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในโอกาสพ้นจากหน้าที่ โดยนายกฯ กล่าวขอบคุณเอกอัครราชทูตที่ส่งเสริมความสัมพันธ์ไทย-อิสราเอลตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาได้อย่างดียิ่ง และเชื่อมั่นว่าทั้งสองประเทศยังมีความร่วมมือที่มีศักยภาพต่อกันอีกมาก และขอให้สานต่อความร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด ด้านเอกอัครราชทูตกล่าวขอบคุณรัฐบาลไทยที่ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น พร้อมยืนยันว่าจะสานต่อความสัมพันธ์และความร่วมมือทวิภาคีในด้านต่างๆ ให้เพิ่มมากขึ้นและเชื่อมั่นว่ารัฐบาลไทยจะสามารถบริหารจัดการสถานการณ์โควิด-19 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ เอกอัคราชทูตอิสราเอลแสดงความสนใจโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ (Phuket Sandbox) เป็นอย่างมาก เพราะประเทศไทยเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่ชาวอิสราเอลนิยมเดินทางมาท่องเที่ยว นายกฯ จึงกล่าวกับเอกอัครราชทูตว่าขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวชาวอิสราเอลที่ฉีดวัคซีนครบแล้วให้สามารถเดินทางมาท่องเที่ยวที่ จ.ภูเก็ตได้ตามข้อกำหนด ซึ่งถือเป็นโครงการนำร่องที่มีแผนจะขยายไปยังแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ เพิ่มเติม เช่น เกาะพะงัน เกาะสมุย เกาะพีพี เป็นต้น

อนึ่ง ข้อมูลจาก Open World Data เมื่อวันที่ 22 มิ.ย. 2564 ระบุว่าประชาชนชาวอิสราเอลฉีดวัคซีนเข็มแรกและเข็มที่ 2 แล้วกว่า 10 ล้านคน โดยในจำนวนนี้กว่า 5.15 ล้านคนได้รับวัคซีนครบโดสแล้ว หรือคิดเป็น 56.9% ของประชากรทั้งประเทศ ทั้งนี้ วัคซีนที่ทางการอิสราเอลฉีดให้กับประชาชน คือ ไฟเซอร์ (Pfizer) และโมเดอร์นา (Moderna) โดยก่อนหน้านี้ สำนักข่าวเดอะไทม์สออฟอิสราเอล รายงานว่า รัฐบาลอิสราเอลจองซื้อวัคซีนแอสตราเซเนกาประมาณ 10 ล้านโดสเพื่อนำมาใช้เป็นวัคซีนทางเลือกให้แก่ประชาชน แต่อย่างไรก็ตาม รัฐบาลอิสราเอลมีแผนจะยกเลิกดีลดังกล่าว เพราะกังวลเรื่องผลข้างเคียงกรณีลิ่มเลือดแข็งตัว โดยอาจจะขายต่อวัคซีนแอสตราเซเนกาที่ซื้อมาให้กับประเทศอื่นหรือส่งคืนให้กับบริษัท

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์