ใบตองแห้ง: 120 วัน ‘เชื่อแป้ง’

ศบค.ผ่อนคลายมาตรการตั้งแต่วันจันทร์ พื้นที่ควบคุมสูงสุด ร้านอาหารเปิดได้ถึงห้าทุ่ม รวมกลุ่มได้ 50 คน ฯลฯ เพื่อเข้าสู่โรดแมพเปิดประเทศ 120 วัน ที่ประกาศขึงขังแล้วรองนายกฯ บอกวันรุ่งขึ้นว่าให้นับตั้งแต่ 1 ก.ค.

ผ่อนคลายทั้งที่ยังติดเชื้อวันละร่วมสามพัน โดยไม่นับในเรือนจำ ชวนให้ขำ ๆ รอบนี้ไม่ยักรอโควิดเป็น 0 แม้ทำถูกแล้ว รอเป็น 0 ก็อดตายกันหมด โควิดรอบนี้ชัดเจนว่า แม้ประชาชนระมัดระวัง การ์ดไม่ตก แต่ก็กันสายพันธุ์อังกฤษไม่อยู่ ต้องฝากความหวังวัคซีนเท่านั้น

แต่นอกจากสั่งจองวัคซีนช้า แทง AstraZeneca ตัวเดียว โควิดรอบสามมาก่อน การผลิตวัคซีนยังมีปัญหา ชมรมแพทย์ชนบทชี้ว่า Siam Bioscience เป็นมือใหม่ ต้องใช้เวลา 2-3 เดือนกว่าจะเข้าที่ การส่งมอบช่วงนี้จึงไม่ครบ ไม่ตามกำหนด กระทบแผนจัดสรรวัคซีน ที่กำหนดไว้ มิถุนา 6 ล้านโดส เดือนถัดไปเดือนละ 10 ล้านโดส กรมควบคุมโรคแก้ต่างให้ว่า เป็นแผนของ สธ.เอง ไม่ใช่กำหนดส่งมอบของ AstraZeneca

รัฐบาลจึงไปสั่ง Sinovac แก้ขัด สั่งไปสั่งมาเพิ่มเป็น 19.5 ล้านโดส แถมปีหน้า แผนจัดหาวัคซีน 50 ล้านโดส กลายเป็น Sinovac 28 ล้านโดส ทั้งที่แพงกว่า Astra ราคาไล่เลี่ย Pfizer แต่คุณภาพห่างลิบ ล่าสุดก็มีผลวิจัย ฉีด 2 เข็ม ยังไม่รอดสายพันธุ์อินเดีย

สรุปแล้วเราจะซื้อวัคซีน Sinovac ถึง 47.5 ล้านโดส ดูจากตัวเลขที่เปิดเผยรอบแรก ค่าวัคซีน ค่าจัดการประมาณ 624 บาท ก็ตกราว 29,640 ล้านบาท!

ซื้อแก้ขัดไม่ว่ากัน แต่มีเวลาวางแผนล่วงหน้ายังไปซื้อ Sinovac แพงกว่าเรือดำน้ำ อย่าบอกนะว่าสิงคโปร์เลิกใช้ Pfizer Moderna หันไปฉีด Sinovac นั่นมันเฟคนิวส์

วัคซีนไม่พอ วัคซีนไม่มาตามกำหนด กระทบแผนฉีดวัคซีน ยังกำหนดยุทธศาสตร์เปะปะ คนหนุ่มสาวประกันสังคมได้ฉีด Astra แซงคนแก่ เพิ่งจะยอมรับแผนปลัด สธ. ที่ว่า 10 ล้านโดสเดือน ก.ค.จะฉีดคนแก่กลุ่มเสี่ยงก่อน เน้นพื้นที่ กทม. 5 ล้านโดส ภูเก็ตเข็มสอง 70%

มาถูกทางแล้ว แต่ทำไมนายพลรบแพ้ไม่ทำตามปลัด สธ.เสียแต่แรก จนถูกด่าวัคซีนมีเส้น แซงคิวกันอุตลุด ล่าสุดก็โผล่เอกสารปลัด มท. ขอวัคซีนให้พนักงานไทยเบฟพร้อมครอบครัว แม้อ้างว่าทำตามระเบียบ ไม่เลือกปฏิบัติ แต่ชาวบ้านอ่านแล้วมองว่า “แซงคิว” ชัด ๆ

ดูภาพรวม 120 วันเปิดประเทศได้ไหม ก็คงกระเสือกกระสนจนได้ ถ้าไม่ได้ก็โทษประชาชนไม่ร่วมมือ ไม่ใช่ความผิดรัฐบาล เปิดไปฉีดวัคซีนไป ไม่ได้แปลว่าโควิดจบ ไม่ได้แปลว่านักท่องเที่ยวหลั่งไหล แค่กำหนดเป้าหมายเชิงสัญลักษณ์ หวังเรียกความเชื่อมั่นกลับ เพราะยังไง ๆ ฉีดวัคซีนไประดับหนึ่ง โควิดก็จางลง

รัฐบาลเรียกความเชื่อมั่นไม่ได้ เพราะล้มเหลวไปแล้ว ถูกด่าจนพัง แค่ช่วงโควิดคนไม่สามารถออกมาไล่ เครือข่ายหนุนหลังก็ใหญ่โต จนดันทุรัง ทั้งที่ถ้าบริหารแบบนี้ หลังโควิดก็ฉิบหายอีก เศรษฐกิจไม่ฟื้นง่ายอย่างขายฝัน ดอน นาครทรรพ ชี้ว่าเศรษฐกิจจะแยกเป็นหางตัว K บางภาคพุ่งพรวด บางภาควอดวาย ความเหลื่อมล้ำยิ่งรุนแรง

แต่สิ่งที่รัฐบาลทำ คือใช้เกมการเมืองทุกอย่างเพื่ออยู่ต่อ แก้รัฐธรรมนูญก็ไม่ยอมให้ตัดอำนาจ 250 ส.ว. จะแก้ระบบเลือกตั้งอย่างเดียวเพื่อให้ตัวเองได้เปรียบ ถ้าโดนไล่ก็บอกไม่ต้อง จะยุบสภาอยู่แล้วไง พปชร.ก็เตรียมพร้อมตั้ง “ธรรมนัส” เป็นเลขาคนใหม่ กลายเป็นพรรคคู่ขวัญ “นาฬิกา-แป้ง” ไม่แยแสสังคม

อ่านโรดแมพได้เลย 120 วันทุลักทุเลยังไงก็ดีขึ้น รัฐบาลก็จะอ้างเป็นผลงาน แต่ยังคุมอำนาจฉุกเฉินปราบม็อบไล่ ถ้าไปไม่รอดก็ยุบสภา มุ่งเอาชนะด้วย 250 ส.ว. กับเครือข่ายอำนาจอิทธิพล ไม่แคร์กระแสสังคม แค่ครองอำนาจต่อไป

 

 

 

ที่มา: ข่าวหุ้นธุรกิจ https://www.kaohoon.com/column/454826

 

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

แสดงความคิดเห็น

ข่าวรอบวัน

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์