ฟังเสียง #มนุษย์ม็อบ #ม็อบ24มิถุนา ผ่านมาแล้ว 89 ปี ประชาธิปไตยไทยเป็นอย่างไรบ้าง

รายงานสัมภาษณ์ 'มนุษย์ม็อบ' ผู้เข้าร่วมกิจกรรม #ม็อบ24มิถุนา ตั้งแต่ช่วงย่ำรุ่งจากอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยไปรัฐสภา จนถึงช่วงย่ำค่ำที่สกายวอล์ค แยกปทุมวัน เนื่องวันครบรอบ 89 ปี อภิวัฒน์สยาม 2475 วันเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาเป็นระบอบประชาธิปไตย ที่ทุกคน 'อยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน'

25 มิ.ย. 2564 ประชาไทชวนคุยกับ 'มนุษย์ม็อบ' หรือประชาชนที่เข้าร่วมกิจกรรมเมื่อวันที่ 24 มิ.ย. ที่ผ่านมา ในวาระครบรอบ 89 ปี อภิวัฒน์สยาม 2475 วันเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์สู่ระบอบประชาธิปไตย พร้อมสะท้อนมุมมองคำว่า 'ประชาธิปไตย' ผ่านเสียงของประชาชน

โดนขู่ตัดพ่อตัดลูกไปครั้งหนึ่ง โดนตัดค่าขนมไปนิดหน่อย

ผู้สื่อข่าวประชาไท สัมภาษณ์ เกียรติชัย ตั้งภรณ์พรรณ (บิ๊ก) นักศึกษาคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ชั้นปีที่ 2 ขณะเดินขบวนจากอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยไปรัฐสภา เกียรติชัยเล่าถึงปฏิกิริยาจากครอบครัว ขณะเดินขายหน้ากากอนามัยหาเงินเป็นค่าเดินทางเพื่อรับการดำเนินคดีจากการร่วมชุมนุม

 

เกียรติชัยเล่าว่าเขาถูกตั้งข้อกล่าวหา ม.112, ม.116 และฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ รวมทั้งสิ้น 6 ข้อหา หนึ่งในนั้นมาจากการปราศรัยเรื่องสถาบันกษัตริย์กับรัฐธรรมนูญที่การชุมนุมหน้ารัฐสภา การเดินสายรับคดีทำให้เกียรติชัยต้องหาเงินมาใช้เป็นทุนรอน แต่วันนี้ก็ขายไม่ค่อยดีเท่าไหร่

"ผมก็มีทุนทรัพย์จำกัด ประมาณว่าให้บริจาค เอาเท่าไหร่ก็ได้ แลกแมสก์หนึ่งชิ้น"

"ชีวิตไม่เปลี่ยน ก็เหนื่อยขึ้น เพราะอาจต้องแบกรับความกดดัน เพราะตอนเทอมสอง ผมจะไม่ได้จบ เพราะตอนนั้นอัยการจะส่งฟ้อง แต่ตอนนั้นกระแสดีขึ้น อัยการก็เลี่ยง ไม่งั้นก็ไม่จบปีสอง เพราะเหลือสอบไฟนอล"

"เหนื่อยครับ แต่ต้องสู้เพื่อประชาธิปไตย" เกียรติชัยกล่าว

พ่อค้าเสื่อและพัดจาก จ.ยโสธร

ผู้สื่อข่าวสัมภาษณ์พ่อค้าเสื่อและพัดจาก จ.ยโสธร เป็นผู้ประกอบการรายย่อยที่มาค้าขายในพื้นที่กิจกรรมทางการเมือง บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย โดยเขาเล่าว่า เขามาอยู่ใน กทม. มาตั้งแต่ปี พ.ศ.2535 และขายเสื่อมาอย่างยาวนาน

 

เขาเล่าว่า ช่วงนี้ค้าขายย่ำแย่ ต่างจากในอดีตที่กิจการค้าเสื่อค้าพัดของเขาจะพอขายได้ก็ตามกิจกรรมทางการเมืองในประเทศร้อนๆ แบบนี้ รูปแบบของการชุมนุมที่เปลี่ยนไป ไม่ว่าด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม ได้กระทบการทำมาหากินของเขา

"บ่มีเวทีให้นั่ง ข้าเจ้าบ่ได้นั่งฟัง" เขากล่าว

เราเป็นคนขายหวย รู้ว่าเศรษฐกิจเป็นแบบไหน

เอ วัย 31 ปี แม่ค้าลอตเตอรีจาก จ.เพชรบูรณ์ นั่งชูสามนิ้วพลางขายลอตเตอรีกับเพื่อนแถวแยกอุรุพงศ์ พอได้ขายให้กับผู้ชุมนุมที่กำลังเดินอ้อมโลกไปที่รัฐสภา

เอ เล่าว่า ช่วงนี้ขายลอตเตอรีได้น้อยลงมาก โดยเฉพาะหลังการระบาดระลอกที่ 3 ที่เธอสั่งลอตเตอรีมาเพียง 500 ใบ จากเดิมที่ซื้อปกติที่ 1,000 ใบ

"การเมือง บอกได้ตรงๆ ว่า รัฐบาลชุดนี้ไม่มีประสิทธิภาพเลย ดูจากวัคซีนโควิด ดูจากเศรษฐกิจ เราเป็นคนขายหวย รู้ว่าเศรษฐกิจเป็นแบบไหน"

 

เอ เล่าด้วยว่า ที่บอกว่ายิ่งจนยิ่งซื้อหวยนั้นไม่จริง เพราะคนไม่มีเงินก็ลดการใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น ในวันที่เศรษฐกิจดี การเงินคล่องมือ ลูกค้าหวยของเธอก็มีมากกว่านี้

เอ มีปัญหากับการขายสลากกินแบ่งในราคา 80 บาทที่รัฐบาล คสช. (ผู้สื่อข่าว - คณะรักษาความสงบแห่งชาติ) ประกาศ เพราะเธอไม่มีโควต้า ต้องรับซื้อมาจากผู้ยี่ปั๊ว ซาปั๊ว อีกรอบซึ่งก็ไม่รู้ว่ารับมาแล้วกี่ต่อ ปัจจุบัน เธอซื้อหวยชุด 2 ใบมาในราคา 92 บาท หวยใบเป็นเล่มราคา 87.50 บาท

"อยากให้เศรษฐกิจมันดีกว่านี้ อยากได้วัคซีนที่ดีกว่านี้ อยากมีรัฐบาลที่ดีกว่านี้" แม่ค้ากล่าว พร้อมระบุด้วยว่าตนไม่ได้กลับบ้านที่ จ.เพชรบูรณ์ มาแล้ว 3 เดือน เพราะกลัวนำโรคระบาดไปติดครอบครัว

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวประชาไท ดูแผงลอตเตอรีแล้ว น่าเสียดายไม่พบเลขท้าย 2475

อนาคตของลูกหลานเรา เราไม่อยากให้มันเป็นแบบนี้

เอ (นามสมมติ) อาชีพช่างตัดผม พาลูกวัย 1 ขวบ ออกมายืนโบกธงต้อนรับม็อบคณะราษฎรที่เดินผ่านหน้าร้านของเธอ ไปยื่นหนังสือที่รัฐสภา

 

"วันที่ราชประสงค์ ที่ฉีดน้ำใส่ประชาชนนี่เราเจ็บใจมากเลยนะ เจ็บใจมากๆ เจ็บใจจนร้องไห้ เขาทำร้ายประชาชน"

"อยากให้ม็อบสู้ๆ เราเป็นกำลังใจให้ เราดูข่าวอยู่ตลอดเวลา ลูกยังเล็กเราเลยไม่ได้ไปด้วย ถ้าโตกว่านี้เราคงพาเขาไปด้วย"

"อนาคตเขา (ลูก) คงมีแต่หนี้ เกิดมาบ้านก็มีหนี้แล้ว เราอยากให้เขาโตขึ้นมาในสังคมที่มีประชาธิปไตย ตอนนี้มันไม่ไหว เราพูดอะไรไปรัฐบาลเขาไม่ฟังเราเลย เศรษฐกิจมันแย่มาก แต่เขาแค่เอาเงินมาแจกเล็กๆ น้อยๆ มันไม่ได้แก้อะไรเลย แต่ต่อให้เขาแจกเป็นหมื่นเราก็ไม่เอา มันไม่ได้ช่วยแก้ปัญหา ได้มาใช้ไปก็หมด เราแค่อยากให้เศรษฐกิจมันดีขึ้น เราทำมาหากินเองได้ ไม่ใช่แบบนี้"

"ลูกขวบหนึ่งแล้ว นี่เขารู้เรื่องนะ โบกธงเองด้วย อนาคตของลูกหลานเรา เราไม่อยากให้มันเป็นแบบนี้"

ถ้าการเมืองดี ชีวิตจะเป็นอย่างไร

ที่สกายวอล์ค แยกปทุมวัน ผู้สื่อข่าวประชาไท สัมภาษณ์ซัมเมอร์ (นามสมมติ) หนึ่งในผู้เข้าร่วมกิจกรรม #24มิถุนา #ยืนยันดันเพดาน จัดโดย แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม

ซัมเมอร์ ให้เหตุผลที่มาเข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้ว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ในช่วงที่ผ่านมา การชุมนุมที่จัดขึ้นในวันนี้เป็นโอกาสที่ดีที่จะให้ทุกคนมาร่วมแสดงพลังหลังจากที่ไม่ได้ทำมานาน

 

นอกจากการมาเข้าร่วมชุนนุมเพื่อแสดงพลังแล้ว ด้านหน้าของซัมเมอร์ยังมีกระดาษสีดำสองแผ่นกางไว้ เพื่อสร้างพื้นที่ให้ผู้ร่วมชุมนุมอื่นๆ มาร่วมเขียนว่า 'ถ้าการเมืองดี ชีวิตจะเป็นอย่างไร' โดยเธออธิบายถึงกิจกรรมนี้ว่า เธออยากให้ผู้คนทบทวนความฝันของตัวเองว่า นอกจากการมีประชาธิปไตยแล้ว หากการเมืองดีความฝันหรือเป้าหมายของทุกคนคืออะไร

เมื่อถามความเห็นถึงกระแสการชุมนุมหรือการเรียกร้องทางการเมืองในปัจจุบัน ซัมเมอร์ ตอบว่ายังมีความ 'ขึ้นๆ ลงๆ' อยู่ อีกทั้งที่ผ่านมา ฝ่ายประชาธิปไตยมีความขัดแย้งกันเอง ซึ่งเธอมองว่าการมีความคิดเห็นหรือมุมมองที่แตกต่างกันเป็นเรื่องปกติของฝ่ายประชาธิปไตย

"ตอนนี้มันเหมือนเป็นช่วงที่เรากำลังเรียนรู้ว่า เราจะอยู่ยังไงกับสิทธิในการแสดงความคิดเห็นของเรา และสิทธิของคนอื่นที่อาจจะคิดต่างจากเรา แม้แต่กับคนที่อยู่ในขั้วเดียวกัน" ซัมเมอร์กล่าว

เธอกล่าวทิ้งท้ายถึงประเด็นการแก้รัฐธรรมนูญว่า ทุกวันนี้ที่การเมืองที่ยังไม่สามารถเดินไปข้างหน้าได้ เป็นเพราะรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันยังมีความเป็นเผด็จการอยู่ และการแก้ไขที่ยั่งยืนที่สุดก็คือการแก้ไขไปที่ตัวกฎหมาย เธอจึงเชิญชวนให้ประชาชนช่วยส่งเสียงขับเคลื่อนการแก้ไขรัฐธรรมนูญในครั้งนี้

ประชาธิปไตยกินได้

คณะจุฬาและกลุ่มเสรีเทยพลัสมาร่วมขายคุ้กกี้รูปหมุดคณะราษฎร คุ้กกี้อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย และคุ้กกี้ธงรุ้งเพื่อระดมทุนในการจัดกิจกรรมทางการเมืองของทั้งสองกลุ่ม โดยตัวแทนกลุ่มระบุว่าทางกลุ่มทำคุ้กกี้ขายในวันที่ 24 มิถุนายนมาตั้งแต่ปีที่แล้ว

 

ตัวแทนกลุ่มระบุว่าเข้าใจว่าเพิ่งผ่านสถานการณ์โควิด-19 มา แต่จากที่เห็นการทำงานของรัฐบาลที่ผ่านมา รัฐบาลไม่สนใจความพังพินาศที่เกิดขึ้นเลย ไม่อยากให้ลืมความไม่ชอบธรรมที่รัฐบาลทำกับประชาชน ที่มาของรัฐบาล และที่มาของรัฐธรรมนูญ ซึ่งผิดพลาดไปทั้งหมดและต่อให้รอถึงเลือกตั้งครั้งหน้าแต่ก็ยังมีกลไกที่วางไว้ในรัฐธรรมนูญอยู่ โดยตัวแทนกลุ่มกล่าวว่าการแก้รัฐธรรมนูญคือทางออกของปัญหา

"อย่าลืมว่าเรากำลังถูกรัฐบาลเหยียบย่ำอยู่ เพราะฉะนั้นมีวิธีไหนก็ช่วยกันออกมา" ตัวแทนกลุ่มกล่าว

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง:

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

แสดงความคิดเห็น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ข่าวรอบวัน

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์