กลุ่มนิสิต ม.นเรศวร แสดงศิลปะเรียกร้องมหาวิทยาลัยปรับปรุงคุณภาพชีวิตนิสิตหอใน

สัมภาษณ์ นิสิต ม.นเรศวร จากกลุ่ม 'NU-Movement' หลังพวกเขาทำการแสดง Performance Arts เรียกร้องให้มหาวิทยาลัยทบทวนข้อบังคับให้นิสิตปี 1 อยู่หอใน พร้อมแก้ปัญหาและยกระดับคุณภาพหอพักให้ดีขึ้น ให้คุ้มค่ากับค่าเทอมที่นิสิตต้องจ่ายถึง 16,000 บาทในแต่ละเทอม 

กลุ่ม NU-Movement ขณะทำการแสดง Performance Arts บริเวณหอพักในมหาวิทยาลัยนเรศวร เมื่อวันที่ 18 มิ.ย. 64 เวลา 18.00 น.
 

18 มิ.ย. 64 ผู้สื่อข่าวประชาไท สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ ปัส หนึ่งในสมาชิกกลุ่ม NU-Movement ซึ่งเป็นกลุ่มนักกิจกรรมการเมืองจากมหาวิทยาลัยนเรศวร จ.พิษณุโลก หลังทางกลุ่มออกมาทำการแสดงเชิงสัญลักษณ์ (Performance Arts) ณ บริเวณหน้าหอพักในมหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 18 มิ.ย.ที่ผ่านมา เพื่อเรียกร้องให้ ม.นเรศวร ทบทวนนโยบายบังคับนิสิตปี 1 ต้องอยู่หอใน และพัฒนาสภาพความเป็นอยู่ของหอพักให้ดีขึ้น 

ปัส ระบุว่า การแสดงเชิงสัญลักษณ์นี้มีที่มาจากการเรียกร้องของนิสิตต่อกรณีเรื่องคุณภาพอันย่ำแย่ของหอใน ซึ่งเป็นปัญหาสืบเนื่องมานานหลายปีโดยที่ไม่เคยได้รับการแก้ไขจนถึงปัจจุบัน แม้จะเคยร้องเรียนผ่านสภานิสิต และทางมหาวิทยาลัยก็ตาม  

ตัวแทนกลุ่ม NU-Movement ระบุเพิ่มว่า ปัญหาของหอในที่นิสิตต้องเผชิญมีตั้งแต่น้ำที่ใช้อุปโภคไม่สะอาดมีตะกอนสีเขียวในน้ำ ห้องพัก 4 คน แต่มีห้องน้ำห้องเดียว จึงทำให้เกิดปัญหาเวลาเร่งรีบ รวมไปถึงพฤติกรรมของเจ้าหน้าที่หรือพนักงานที่ไม่เหมาะสม และไม่ได้รับการแก้ไข ทำให้นิสิตรู้สึกว่าความคุ้มค่ากับเงินที่ต้องจ่ายประมาณ 16,000 บาท หนึ่งคนต่อหนึ่งปีการศึกษานั้น ดูเป็นสิ่งที่ไม่คุ้มค่ากับสวัสดิการและคุณภาพที่ได้รับ

อีกประเด็นที่ต้องการเรียกร้องให้มหาวิทยาลัยแก้ไขคือข้อบังคับให้นิสิตปี 1 ต้องพักในหอพักของมหาวิทยาลัย ซึ่งมันไม่สมเหตุสมผลเลย นิสิตควรมีสิทธิที่ได้เลือกว่าตนเองจะพักที่ไหน อย่างไร 

“เท่าที่ทราบทางมหาลัยไม่เคยให้เหตุผลว่าทำไมต้องบังคับให้นิสิตปี 1 อยู่หอใน แต่กลับเอาระเบียบข้อบังคับมาใช้เป็นข้ออ้างเพียงอย่างเดียว” ปัส กล่าว  

อย่างไรก็ตาม ม.นเรศร ออกประกาศเรื่อง การอนุญาตให้นิสิตชั้นปีที่ 1 ที่มีภูมิลำเนาตามทะเบียนบ้าน (ไม่น้อยกว่า 6 เดือน) ในเขตอำเภอเมืองพิษณุโลก (ทุกตำบล) อำเภอบางระกำ จำนวน 4 ตำบล ได้แก่ ตำบลบางระกำ ตำบลวังอีทก ตำบลปลักแรด และตำบลท่างาม แสดงเจตจำนงไม่ประสงค์เข้าพักอาศัยในหอพักใน ม.นเรศวรได้ แต่ทางกลุ่มมองว่า ไม่ได้มีนิสิตที่ได้รับประโยชน์จากประกาศดังกล่าวมากนัก เนื่องจากนิสิตส่วนใหญ่ที่มาเรียนนั้นมาจากต่างจังหวัด และไม่ได้มีภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่ที่ระบุไว้ในประกาศ ดังนั้น กลุ่มจึงมองว่า ประกาศฉบับนี้ออกมาเพียงเพื่อลดแรงปะทะ แต่ไม่ได้แก้ปัญหาที่นิสิตเรียกร้องไป

นอกจากนี้ ตัวแทนกลุ่ม NU-Movement มีการหารือเพิ่มเติมว่า หากมหาวิทยาลัยบ้านเกิดพระนเรศวรยังไม่มีการทบทวนเรื่องกฎระเบียบให้นิสิตปี 1 อยู่หอใน ทางกลุ่มอาจไปยื่นหนังสือถึงอธิการบดีมหาวิทยาลัยให้มีการยกเลิกกฎระเบียบดังกล่าว ยื่นหนังสือผ่านกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และนำระเบียบของมหาวิทยาลัยขึ้นฟ้องผ่านศาลปกครองโดยใช้ผู้ร้องทุกข์เป็นนิสิตที่ได้รับผลกระทบจากกฎระเบียบ

ปัส กล่าวถึงเหตุผลที่กลุ่ม NU-Movement เลือกใช้วิธีแสดง Performance Arts นั้น เนื่องจากเป็นสิ่งที่พวกเขาสามารถทำร่วมกันได้ ขณะที่อุปกรณ์ที่นำมาใช้แสดงจะมีการใช้สัญญะหลายอย่างที่เกี่ยวข้องกับปัญหาคุณภาพชีวิตของหอใน เช่น น้ำที่เป็นสีเขียว ใบเสร็จชำระค่าที่พัก และการแต่งตัวให้คล้ายกับผู้บริหาร

อุปกรณ์ที่ถูกนำมาใช้ในการแสดงของ 'NU-Movement' อย่างน้ำสีเขียว และใบเสร็จค่าหอใน เพื่อสะท้อนปัญหาคุณภาพอันย่ำแย่ของหอในที่ไม่สมกับราคาค่าเทอมที่นิสิตต้องจ่าย 
 

หลังจากการแสดง ทางมหาลัยนั้นยังไม่มีท่าทีว่าจะตอบรับร้องเรียกร้องใดๆ ทางกลุ่มจึงมีแนวทางว่าจะจัดงานเสวนา และเชิญนิสิตเพื่อหารือแนวทางที่จะเรียกกร้องและทางออกต่อไป หรือกรณีที่จัดเสวนาไม่ได้ อาจจะใช้ช่องทางอื่นแทน อย่าง Club House 

Clubhouse คือแอปพลิเคชันสื่อสารผ่านเสียง สามารถเลือกห้องหรือกลุ่มที่เราสนใจ เข้าไปฟัง เหมือนฟังพอดคาสต์แบบสดๆ ฟังประชุมสัมมนาออนไลน์ หรือฟังวิทยุ แต่ในขณะเดียวกัน ก็สามารถเข้าไปร่วมพูดคุย 

ตัวแทนจากกลุ่ม NU-Movement ฝากข้อเสนอถึงมหาวิทยาลัยจาก จ.พิษณุโลกว่า "จริงๆ แล้วหอในเป็นสิ่งที่ดี เพราะสามารถช่วยนิสิตที่มาจากจังหวัดอื่น หรือนิสิตที่ไม่สะดวกในการเดินทาง สามารถไปเรียนได้ แต่คุณภาพและสวัสดิการของหอในนั้นยังไม่ดีพอ จึงอยากให้ทางมหาวิทยาลัยรีบแก้ไขปัญหานี้โดยเร็ว รวมไปถึงการปรับราคาให้คุ้มค่า และเรื่องของห้องพักนั้นควรจะเปลี่ยนเป็นห้องแอร์ให้หมด ทั้งหมดนี้เพื่อจะเป็นตัวเลือกที่ดีให้สำหรับนิสิตปี 1 ที่จะเข้ามาพักอาศัย 

"สุดท้ายที่อยากฝากคือ อยากให้ทางมหาลัยยกเลิกการบังคับให้นิสิตปี 1 ต้องเข้าอยู่หอใน และอยากให้เปลี่ยนเป็นการสำรองที่พักให้นิสิตปี 1 ไว้แทน ทั้งนี้ ก็เพื่อให้เป็นสิทธิในการตัดสินใจของนิสิตเองว่าจะเลือกพักหอในหรือที่อื่น ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีกว่า" ปัส จากกลุ่ม NU-Movement ทิ้งท้าย 

ปกกมล พิจิตรศิริ ผู้เรียบเรียงบทสัมภาษณ์ชิ้นนี้เป็นนักศึกษาวิทยาลัยสหวิทยาการ สาขาปรัชญาการเมืองและเศรษฐศาสตร์ ชั้นปีที่ 3 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปัจจุบันฝึกงานกับกองบรรณาธิการข่าวประชาไท

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

แสดงความคิดเห็น

ข่าวรอบวัน

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์