จับตาคดีลอบยิง 'ดำ อ่อนเมือง' นักปกป้องสิทธิฯ ที่ดินภาคใต้ หลังศาลนัดอ่านคำพิพากษา 26 ส.ค. นี้

จับตาศาลจังหวัดเวียงสระเตรียมนัดอ่านคำพิพากษาคดีการลอบสังหารรายที่ 6 นักปกป้องสิทธิฯ ที่ดินสมาชิก สกต. ดำ อ่อนเมือง ในวันที่ 26 ส.ค. ที่จะถึงนี้ หลังสืบพยานทั้งฝ่ายโจทก์และจำเลยเสร็จสิ้นแล้ว ขณะที่ทนายระบุพฤติการณ์ของคนร้ายน่าจะเข้าข่ายพยายามฆ่าเพราะเชื่อในพยานหลักฐานที่สืบมา ระบุพร้อมสู้ทุกศาลหากคดีพลิก ด้านผู้แทนสหประชาชาติสองคนทำหนังสือถึงรัฐบาลไทยและบริษัทปาล์มน้ำมันถึงมาตรการในการคุ้มครองนักปกป้องสิทธิฯตามหลักการเรื่องธุรกิจและสิทธิมนุษยชน

1 ก.ค. 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อวันที่ 29-30 มิ.ย. ที่ผ่านมา มีรายงานข่าวจากสหพันธ์เกษตรภาคใต้ (สกต.) ถึงกรณีที่ศาลจังหวัดเวียงสระ อ.เวียงสระ จ.สุราษฎร์ธานี ได้นัดสืบพยานการพิจารณาคดีของดำ อ่อนเมือง นักปกป้องสิทธิในที่ดินชุมชนสันติพัฒนา ซึ่งเป็นหนึ่งในสมาชิก สกต. ที่ถูกลอบสังหารเมื่อวันที่ 20 ต.ค. 2563 แต่สามารถหลบกระสุนปืนแบบฉิวเฉียดและเอาชีวิตรอดมาได้ ซึ่งก่อนหน้านี้ในวันที่ 8 ก.พ. 2564 ศาลได้นัดตรวจพยานหลักฐานในคดีเป็นครั้งแรก

คดีดังกล่าวนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 20 ต.ค. 2563 เวลา 01.00 น. ขณะที่ ดำ อ่อนเมือง นักปกป้องสิทธิในที่ดินและสมาชิกชุมชนสันติพัฒนาอีก 4 คน กำลังทำหน้าที่รักษาความปลอดภัยให้กับชุมชนบริเวณทางเข้าชุมชน มีคนร้ายได้บุกเข้ามาและใช้ปืนจ่อยิงเข้าไปที่ศีรษะของดำ แต่เขาสามารถหลบกระสุนทัน ทำให้รอดชีวิตจากการลอบสังหารที่อุกอาจซึ่งหน้ามาได้อย่างหวุดหวิด ต่อมา ทราบชื่อคนร้ายที่ก่อเหตุ คือ สมพร ฉิมเรือง โดยเชื่อว่าเป็นคนงานของบริษัทเอกชนที่มีข้อพิพาทกับชุมชนมาก่อน หลังจากก่อเหตุได้ขับรถยนต์หลบหนีไป

ดำและนักปกป้องสิทธิในที่ดินชุมชนสันติพัฒนาได้แจ้งตำรวจ สภ.บางสวรรค์ ให้เข้ามาตรวจพื้นที่เกิดเหตุ จากนั้น ตำรวจได้ติดตามไปที่บ้านของสมพร ซึ่งเป็นคนร้าย โดยเข้าจับกุมพร้อมอาวุธปืนที่เกิดเหตุ และได้ดำเนินการตามกฎหมายในความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่น ตามประมวลกฎหมายอาญา และมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่มีเหตุสมควร ตาม พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน

อำพร สังข์ทอง ทนายความของดำ ผู้ถูกลอบสังหาร กล่าวภายหลังการพิจารณาคดีเสร็จสิ้นว่า วันที่ 29-30 มิ.ย.ที่ผ่านมาเป็นการสืบพนายโจทก์และพยานจำเลย ซึ่งในส่วนของพยานโจทก์ คือ ดำ อ่อนเมือง ผู้เสียหายได้ยืนยันถึงเหตุการณ์ความเป็นมาว่าเกิดจากสาเหตุอะไร ซึ่งตัวผู้เสียหายเชื่อว่าเกิดจากสาเหตุความขัดแย้งระหว่างชุมชนกับบริษัทเอกชนในพื้นที่ที่มีข้อพิพาทกันอยู่ โดยดำยืนยันว่ามูลเหตุจูงใจน่าจะเกิดมากจากเรื่องนี้ และในส่วนของพยานแวดล้อม ซึ่งเป็นพยานอีกคนหนึ่งก็ยืนยันในข้อเท็จจริงที่ว่าเห็นเหตุการณ์ร่วมกัน และยืนยันว่าตัวของสมพรนั้นเป็นคนร้าย

ทนายความกล่าวอีกว่าพนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานและมาเบิกความยืนยันพยานหลักฐานที่เก็บได้จากที่เกิดเหตุ หรือว่าการตรวจ DNA ทางนิติวิทยาศาสตร์ที่เข้ากันได้กับจำเลย ซึ่งเป็นการยืนยันตัวจำเลย แม้จำเลยจะปฏิเสธว่าไม่ได้มีเจตนาฆ่า แต่เราดูพฤติการณ์แล้วน่าจะเข้าข่าย ทั้งนี้ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาล ซึ่งจะชั่งน้ำหนักของพยานหลักฐานทั้งหมดและดูว่าเจตนาของจำเลยนั้นเป็นการพยายามฆ่าตามฟ้องของอัยการหรือไม่ เพราะการใช้อาวุธปืนเป็นอาวุธที่ร้ายแรงตามสภาพอยู่แล้วในการเล็งไปที่ใครสักคนหนึ่งเจตนาก็เห็นชัดอยู่ ซึ่งหลังจากศาลได้สืบพยานโจทก์และจำเลยเสร็จสิ้นแล้วได้นัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 26 ส.ค. 2564 เวลา 09.00 น.

"ในส่วนของพยานหลักฐานที่เราสืบมาเราก็ไม่ได้มีความกังวลอะไร แต่ลุงดำซึ่งเป็นผู้เสียหายก็มีความเป็นกังวล หากคดีพลิก หรือไม่เป็นไปตามที่เราคาดหมายก็กังวลในเรื่องของความปลอดภัย อย่างไรก็ตามถ้าเกิดผลของคดียังไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่เราต้องการ เราก็จะสู้กันต่อเพราะยังมีชั้นอุทธรณ์และชั้นฎีกาต่อได้" ทนายความของดำกล่าว

ด้าน ปรานม สมวงศ์ จาก Protection International ซึ่งทำงานกับนักปกป้องสิทธิมนุษยชน กล่าวว่า เราทราบมาว่า แมรี ลอว์เลอร์ (Mary Lawlor) ผู้แทนพิเศษของสหประชาชาติด้านการคุ้มครองนักปกป้องสิทธิฯ และอักเนส คัลลามาร์ด (Agnes Callamard) ผู้รายงานพิเศษกรณีการวิสามัญฆาตกรรมหรือการสังหารโดยพลการ ได้ส่งหนังสือทวงถามรัฐบาลไทยถึงมาตรการที่ชัดเจนที่มีต่อการดูแลความปลอดภัยของ 'ดำ' และชุมชนสันติพัฒนาสมาชิก สกต. หนังสือของผู้แทนของสหประชาชาติทั้งสองท่านได้เน้นย้ำถึงอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมืองข้อ 6 ที่พูดถึงการคุ้มครองสิทธิในชีวิต อีกทั้งยังมีข้อมูลว่าหนังสือของสหประชาชาติยังได้ส่งถึงบริษัทปาล์มน้ำมัน เพื่อให้บริษัทให้ข้อมูลเพิ่มถึงมาตรการที่มีเพื่อเยียวยาผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนตามแนวทางหลักการของสหประชาชาติเรื่องธุรกิจและสิทธิมนุษยชน

สำหรับสหพันธ์เกษตรกรภาคใต้ (สกต.) ที่ ดำ อ่อนเมือง เป็นสมาชิกอยู่นั้นเกิดจากการรวมตัวกันของกลุ่มเกษตรกรรายย่อยและแรงงานไร้ที่ดินในพื้นที่ภาคใต้ ของประเทศไทยตั้งแต่ปี พ.ศ.2546 เพื่อตรวจสอบพื้นที่บริษัทเอกชนที่หมดสัญญาเช่า แต่ยังคงใช้ประโยชน์ในที่ดินดังกล่าว โดยร่วมกันเรียกร้อง ผลักดันให้ชาวบ้านได้เข้าไปใช้สิทธิในที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัย นอกจากนี้ยังผลักดันกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสิทธิในที่ดิน สิทธิเกษตรกร สิทธิสตรี สิทธิชุมชน สิทธิในการสร้างชุมชนใหม่ และการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในการบริหารจัดการทรัพยากร เพื่อลดความเลื่อมล้ำในการถือครองที่ดิน สร้างความเป็นธรรมในสังคม และส่งเสริมหลักการสิทธิมนุษยชนและ ประชาธิปไตย สหพันธ์เกษตรกรภาคใต้ ปัจจุบันประกอบด้วย 5 ชุมชน ได้แก่ ชุมชนสันติพัฒนา ชุมชนคลองไทรพัฒนา ชุมชนก้าวใหม่ ชุมชนน้ำแดงพัฒนา และชุมชนเพิ่มทรัพย์ โดยที่ผ่านมา สมาชิกของ สกต. โดยเฉพาะชุมชนคลองไทรพัฒนา นอกจาก ต้องต่อสู้เรื่องสิทธิการเข้าถึงที่ดินและสิทธิการก่อตั้งชุมชนใหม่แล้ว ยังต้องหาแนวทางในการรับมือและต่อสู้กับกลุ่มอิทธิพลมืดมาโดยตลอด ที่ผ่านมามีสมาชิกของ สกต. ถูกลอบสังหารตั้งแต่ปี พ.ศ. 2553-2558 จำนวน 4 ราย คือ คือ สมพร พัฒภูมิ ถูกสังหารปี 2553, ปราณี บุญรักษ์ และมลฑา ชูแก้ว ถูกสังหารปี 2555, ใช่ บุญทองเล็ก ถูกสังหารปี 2558 ซึ่งการลอบสังหารทั้ง 4 รายนั้นยังไม่สามารถนำผู้กระทำผิดมาลงโทษได้แต่อย่างใด และเมื่อปี 2559 มีสมาชิกกลุ่มถูกลอบยิงบาดเจ็บสาหัสอีก 1 ราย

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง:

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์