ฝรั่งเศสผ่านร่างกฎหมาย อนุญาตให้เลสเบียน-หญิงโสด ทำ IVF หรือมีลูกได้ด้วยวิธีการทางการแพทย์

รัฐสภาฝรั่งเศสผ่านร่างกฎหมายอนุญาตให้คู่รักหญิงรักหญิงที่ไม่สามารถมีลูกได้ หรือคนโสดที่ต้องการมีลูกสามารถเข้ารับความช่วยเหลือในการมีบุตรด้ววิธีทางการแพทย์ เช่น ผสมเทียม หรือการปฏิสนธิภายนอกร่างกายได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ชาว LGBTQ+ บอกว่าเรียกร้องและรอคอยมานานแล้ว

1 ก.ค. 2564 เมื่อวันที่ 29 มิ.ย. ที่ผ่านมา สมัชชาแห่งชาติ (Assemblée Nationale) หรือสภาผู้แทนราษฎรฝรั่งเศสมีมติเห็นชอบร่างกฎหมายใหม่ที่อนุญาตให้คู่รักเลสเบียนหรือคนโสดที่ต้องการมีลูก สามารถมีบุตรได้ด้วยวิธีทางการแพทย์ โดยไม่จำเป็นต้องมีการร่วมเพศตามธรรมชาติ (Medically Assisted Reproduction) ซึ่งกระบวนการดังกล่าวยังรวมถึงการปฏิสนธิภายนอกร่างกาย (IVF) อีกด้วย

ก่อนหน้านี้ กฎหมายของฝรั่งเศสอนุญาตให้เฉพาะกับคู่รักเพศตรงข้ามที่ประสบปัญหาภาวะมีบุตรยากสามารถเข้ารับคำปรึกษาและมีบุตรได้ด้วยวิธีการปฏิสนธิภายนอกร่างกาย (IVF) ในขณะที่คนโสดและคู่รักเลสเบียนซึ่งไม่สามารถมีบุตรได้แบบวิธีดั้งเดิมนั่นคือการร่วมเพศตามธรรมชาติ จะต้องเดินทางไปทำ IVF ที่ต่างประเทศ

คอราลี ดูโบสต์ ส.ส. จากพรรครัฐบาลอองมาร์ช กล่าวว่า "พวกเรามาที่นี่เพื่อโหวตให้กับกฎหมายที่มาจากการสนับสนุนเสรีภาพ ความเท่าเทียม ภราดรภาพ และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์" โดยสภาผู้แทนราษฎรฝรั่งเศสใช้เวลาอภิปรายกฎหมายฉบับนี้เป็นเวลารวมกว่า 500 ชั่วโมง และมีการแก้ไขเพิ่มเติมร่างกฎหมายมากกว่า 12,000 ครั้ง ก่อนจะโหวดผ่านร่างในท้ายที่สุด

ถึงแม้ว่า ส.ว. ซึ่งนำโดยกลุ่มอนุรักษ์นิยมจะพยายามปิดกั้นร่างกฎหมายนี้ แต่พรรครัฐบาลซึ่งนำโดยประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครง และพรรคแนวร่วมยังคงเป็นเสียงข้างมากในสภาล่าง ซึ่งคะแนนโหวตรับร่างกฎหมายใหม่นี้อยู่ 326 เสียงต่อเสียงคัดค้าน 115 เสียง และกฎหมายใหม่นี้จะมีผลบังคับใช้ได้หลังจากที่ฝ่ายบริหารลงนามรับรอง

ร่างกฎหมายใหม่นี้เป็นหนึ่งในนโยบายชุดกฎหมายด้านชีวจริยศาสตร์ของรัฐบาลมาครง ซึ่งช่วยขยายช่องทางให้คนเข้าถึงการช่วยเหลือด้านการมีบุตรได้ด้วยการผสมเทียมหรือ IVF โดยไม่ต้องอาศัยวิธีร่วมเพศแบบดั้งเดิม นอกจากนี้ กฎหมายฉบับดังกล่าวยังขยายขอบเขตเรื่องชีวจริยศาสตร์ ทำให้ผู้บริจาคสเปิร์มต้องยอมรับข้อตกลงว่าจะเปิดเผยตัวตนของผู้บริจาค ในกรณีที่เด็กซึ่งเกิดจากสเปิร์มเหล่านี้ต้องการทราบว่าพ่อหรือแม่ (กรณีหญิงข้ามเพศเป็นผู้บริจาคสเปิร์ม) ซึ่งเจ้าของสเปิร์มนี้เป็นใคร โดยเด็กจะสามารถทำเรื่องขอทราบตัวตนพ่อแม่ผู้ให้กำเนิด (Biological parents) ได้เมื่ออายุครบ 18 ปี

อย่างไรก็ตามกฎหมายนี้ไม่ได้มีการพาดพิงใดๆ ถึงกรณีที่ฝรั่งเศสมีการห้ามการอุ้มบุญ ซึ่งเป็นการให้บุคคลอื่นตั้งครรภ์แทนคู่รักหรือคู่แต่งงานที่ต้องการมีลูก นอกจากนี้ กฎหมายดังกล่าวยังมีข้อจำกัดเนื่องจากไม่ได้คำนึงถึงคนข้ามเพศ เช่นไม่ได้ระบุว่าอนุญาตให้หญิงข้ามเพศที่ยังไม่ได้ผ่าตัดแปลงเพศ (ในเชิงกายภาพ) สามารถบริจาคสเปิร์มเพื่อนำไปใช้ในการสืบพันธุ์ได้หรือไม่

การช่วยเหลือด้านการมีบุตรเป็นสิ่งเสรีภาพในฝรั่งเศส แต่กฎหมายใหม่นั้นครอบคลุมไปถึงคู่รักเลสเบียนและคนโสดที่ต้องการมีลูกด้วย ซึ่งโอลิเวียร์ เวราน รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขของฝรั่งเศส บอกว่าทางการต้องการผ่านร่างกฎหมายฉบับนี้ออกมาให้เร็วที่สุดเพื่อชดเชยเวลาที่เสียไป

กลุ่ม LGBTQ+ ในฝรั่งเศสพยายามผลักดันเรื่องกฎหมายที่ครอบคลุมสิทธิการมีบุตรของชาว LGBTQ+ ในฝรั่งเศสมาตั้งแต่หลังจากที่การแต่งงานระหว่างคนรักเพศเดียวกันเป็นเรื่องถูกกฎหมายใน พ.ศ. 2556 โดยหลังมีการผ่านร่างกฎหมายนดังกล่าว แมธทิว กาทิปง โฆษกของกลุ่มสมาคมอินเตอร์แอลจีบีทีบอกว่าพวกเขารู้สึกยินดีที่กระบวนการอันยาวนานนี้ สามารถผ่านร่างจนกลายมาเป็นกฎหมายได้

ที่มา:

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์