#หมอไม่ทน ยื่น 2 แสนรายชื่อและข้อเรียกร้องวัคซีน mRNA ให้สภา เร่งรัด รบ. รีบนำเข้าโดยด่วน!

กลุ่มหมอไม่ทนและภาคีบุคลากรสาธารณสุข ยื่น 200,000 รายชื่อให้ประธานสภาผู้แทนราษฎร เรียกร้องให้รัฐบาลและองค์การเภสัชกรรม (อภ.) นำเข้าวัคซีนชนิด mRNA แก่บุคลากรทางการแพทย์อย่างรวดเร็วเร่งด่วน โดยมีตัวแทน ส.ส. พรรคฝ่ายค้าน และพรรครัฐบาล ยกเว้นพรรคภูมิใจไทยเป็นตัวแทนรับมอบรายชื่อและข้อเรียกร้อง ด้าน นพ.สันติ กิจวัฒนาไพบูลย์ ตัวแทนกลุ่มภาคีฯ ย้อนถาม "สู้กับโควิด-19 มาเกือบปีครึ่งแล้ว เรียกว่าเห็นแก่ตัวได้ไหม"

7 ก.ค. 2564 วันนี้ (7 ก.ค. 2564) เวลา 10.30 น. กลุ่มหมอไม่ทน และภาคีบุคลากรสาธารณสุข เดินทางมาที่รัฐสภาเพื่อยื่นหนังสือข้อเรียกร้องแก่ ชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร โดยมีสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล เลขานุการประธานสภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วย ส.ส. ฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล ยกเว้นพรรคภูมิใจไทย เป็นตัวแทนรับมอบหนังสือ

ตัวแทนกลุ่มหมอไม่ทนกล่าวว่าวันนี้ได้นำรายชื่อของบุคลากรทางการแพทย์และประชาชนจำนวน 215,409 รายชื่อที่ร่วมลงชื่อเรียกร้องให้รัฐบาลและองค์การเภสัชกรรม (อภ.) พิจารณาดำเนินการตามข้อเสนอของทางกลุ่ม ดังนี้

  1. เร่งรัดการนำเข้าวัคซีน mRNA เช่น วัคซีนไฟเซอร์และโมเดอร์นา เป็นต้น โดยลดขั้นตอนการดำเนินการให้กระชับและรวดเร็วที่สุด รวมทั้งพิจารณาเลือกใช้วัคซีน mRNA เป็นวัคซีนหลักในการควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ในประเทศไทย โดยนำวัคซีนดังกล่าวมาบริการฉีดให้แก่ประชาชนทุกคนโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เนื่องจากมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์การแพทย์ยืนยันว่าวัคซีน mRNA เป็นวัคซีนที่มีประสิทธิภาพสูงที่สุด สามารถป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 ได้ครอบคลุมหลากหลายสายพันธุ์ เช่น สายพันธุ์เดลตาที่กำลังระบาดหนักอยู่ในขณะนี้ อีกทั้งยังสามารถลดอัตราการป่วยหนักและเสียชีวิตได้อย่างมีนัยสำคัญ
  2. เผยแพร่ข้อมูลกระบวนการในการจัดหาและกระจายวัคซีนโควิด-19 ให้เป็นปัจจุบัน โปร่งใส สม่ำเสมอและตรวจสอบได้

ภาคีบุคลากรสาธารณสุขและกลุ่มหมอไม่ทนหวังว่ารัฐบาลและองค์การเภสัชกรรมจะทบทวนการทำงานและพิจารณาถึงข้อเรียกร้องและข้อเสนอแนะเชิงนโยบายข้างต้นเพื่อผลประโยชน์ในระยะยาวของประเทศและประชาชน

พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ กล่าวขอบคุณบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขทั่วประเทศกว่า 300,000 คนที่ปฏิบัติหน้าที่ดูแลชีวิตของประชาชนคนไทยมาตลอด 400 กว่าวันนับตั้งแต่มีการระบาดของโรคโควิด-19 พร้อมระบุว่าบุคลากรทางการแพทย์คือหัวใจสำคัญ เป็นลมหายใจ และเป็นฮีโร่ตัวจริงของประชาชนในช่วงวิกฤติเช่นนี้ที่ประเทศไทยไม่มีความหวังเหลืออยู่ แต่ในขณะเดียวกัน บุคลากรเหล่านี้ก็เป็นมนุษย์ที่มีเลือดเนื้อเชื้อไข มีความรู้สึก มีความอดทน มีครอบครัวของตนเองที่ต้องเสียสละเพื่อที่จะมาดูแลคนอื่นๆ ซึ่งสิ่งนี้เป็นสิ่งที่ได้รับการพูดถึงในสังคมน้อยเกินไปมาก

นอกจากนี้ พิธายังกล่าวว่าหากย้อนไปดูแผนการจัดการและบริหารวัคซีนตั้งแต่แรก จะพบว่าในแผนระบุชัดเจนว่าวัคซีน mRNA หรือวัคซีนชนิดใดๆ ต้องจัดสรรให้บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขก่อนเป็นอันดับแรก เพราะพวกเขาคือคนที่เริ่มทำงานก่อนและอยู่เป็นคนสุดท้าย ตนจึงคิดว่า "ไม่ใช่เรื่องเห็นแก่ตัวที่จะจัดสรรวัคซีน mRNA ให้กลุ่มคนเหล่านี้ก่อน" แต่คิดว่าเป็นการเสียสละที่ให้พวกเขาสามารถช่วยเหลือพวกเราได้ แม้จะมีการจัดซื้อวัคซีนเพิ่มเติมทั้งไฟเซอร์ โมเดอร์นา หรือซิโนแวค แต่เรายังนิ่งนอนใจไม่ได้ และต้องติดตามจนกว่าวัคซีนเหล่านั้นจะฉีดให้แก่พี่น้องประชาชนทุกคนได้จริงๆ พร้อมทวงถามไปยังรัฐบาลว่าได้เตรียมการจัดเก็บวัคซีน mRNA ซึ่งมีความยุ่งยากซับซ้อนกว่าวัคซีนชนิดอื่นๆ แล้วหรือยัง หากมีความคืบหน้าใดๆ ก็ควรชี้แจงต่อประชาชน

"แม้แต่ซิโนแวคยังเป็นเจล นับประสาอะไรกับ mRNA มันก็เป็นหน้าที่ ส.ส. อย่างผมที่ต้องเป็นห่วง" พิธากล่าว พร้อมระบุว่าความมั่นคงของประเทศไทยในอนาคตไม่ใช่ความมั่นคงทางทหาร แต่เป็นความมั่นคงทางสาธารณสุข สิ่งแวดล้อม และมลพิษ

นอกจากนี้ พิธา ยังฝากคำถาม 3 ข้อถึงรัฐบาลว่าเหตุใดจำนวนทหารจึงมีมากกว่าจำนวนบุคลากรทางการแพทย์ เหตุใดงบด้านสาธารณสุขถึงน้อยกว่างบในการจัดซื้อาวุธ เหตุใดประเทศไทยถึงมีจำนวนกระสุนมากกว่าจำนวนวัคซีน ซึ่งทั้งหมดนี้จะพลิกกลับกันให้หมด เพื่อให้ระบบสาธารณสุขของไทยเดินหน้าต่อไปได้

ต่อมา นพ.สันติ กิจวัฒนาไพบูลย์ ตัวแทนของกลุ่มภาคีบุคลากรสาธารณสุขร่วมกับกลุ่มหมอไม่ทน กล่าวว่า วันนี้เราต้องการมายื่นข้อเรียกร้องเพื่อให้มีการนำเข้าวัคซีนชนิด mRNA เข้ามาในประเทศไทยให้ได้อย่างเร็วที่สุดและกระจายอย่างทั่วถึงแก่ประชาชนทุกคน เมื่อคาดการณ์สถานการณ์การระบาดแล้ว ตนคิดว่าตัวเลขผู้ติดเชื้อจะเพิ่มสูงขึ้นอีก ไม่สามารถควบคุมการระบาดได้ ซึ่งทำให้บุคลากรทางการแพทย์และประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากการปิดประเทศ ปิดกิจการ บุคลากรทางการแพทย์เองก็สูญเสียอะไรหลายๆ อย่าง แม้กระทั่งสูบเสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ แต่เราก็ยังไม่มีวัคซีนที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งทั่วโลกก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วจากงานวิจัยต่างๆ ผมร่วมกับภาคีเครือข่ายได้ทำแบบสำรวจให้คนเข้ามาร่วมลงชื่อ เพื่อดูว่ามีใครบ้างที่เห็นด้วยกับกลุ่มเรา การที่มีคนมาร่วมลงชื่อมากกว่า 2 แสนคนทำให้พวกเราได้มายืนอยู่ตรงนี้ และยื่นรายชื่อต่อให้ ส.ศ.พรรคเพื่อไทยได้เป็นปากเป็นเสียงแทนเรา เพราะเชื่อมั่นว่า ส.ส. จะเป็นที่พึ่งให้แก่ประชาชน

ด้าน ประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส. และเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวชื่นชบและขอบคุณกลุ่มภาคีเครือข่ายที่ทำงานอย่างหนักตลอดเวลาที่ผ่านมา และระบุว่ารายชื่อกว่า 2 แสนรายชื่อนี้จะไม่สูญเปล่า เป็นเรื่องที่ ส.ส. ต้องรับฟังและต้องนำไปสู่การปฏิบัติ โดยพรรคเพื่อไทยจะรับเรื่องนี้ไปดำเนินการต่อ ขณะที่ สุทิน คลังแสง ส.ส.พรรคเพื่อไทย และประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยและพรรคร่วมฝ่ายค้าน 6 พรรคเห็นพ้องต้องกันว่าวัคซีนคือทางออกที่จะหยุดยั้งโรคระบาดและสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนได้ ซึ่งวัคซีนที่สามารถแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ คือ วัคซีน mRNA ที่ทั่วโลกยอมรับและประชาชนต้องการ พรรคเพื่อไทยจะทำทุกวิถีทาง และจะใช้เครือข่ายของวิปฝ่ายค้านเพื่อนำเข้าวัคซีนให้ได้เร็วที่สุด

ต่อมา นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขณะนี้มี 6 ญัตติด่วนซึ่งเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาการระบาดของโควิด-19 และการบริหารงานของ ศบค. ที่ผิดพลาดบกพร่อง ซึ่ง 6 ญัตตินี้มาจากทุกพรรคการเมือง และพรรคเพื่อไทยจะนำข้อเรียกร้องของภาคีบุคลากรสาธารณสุขและกลุ่มหมอไม่ทนไปอภิปรายและลงมติในสภา จากนั้นสภาจะเสนอต่อให้รัฐบาลดำเนินการ นอกจากนี้ จะมีการสอบถามข้อเท็จจริงผ่านคณะกรรมาธิการเรื่องการกำหนดกลุ่มเป้าหมายวัคซีนเฉพาะหน้าไม่สอดคล้องกับหลักวิชาการ มาตรฐานจริยธรรม หรือละเมิดสิทธิของประชาชน โดยเฉพาะการที่รัฐบาลประกาศให้วัคซีนหลายตัวเป็นวัคซีนทางเลือก ประชาชนต้องควักเงินจ่าย ทั้งๆ ที่ประชาชนมีสิทธิตามรัฐธรรมนูญว่าจะได้รับการป้องกันและขจัดโรคติดต่ออันตรายจากรัฐโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

ด้าน นพ.เรวัต วิศรุตเวช ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเสรีรวมไทย กล่าวว่าจากการศึกษาและการทดลองใช้จริงของวัคซีนที่รัฐบาลจัดหามาทั้ง 2 ชนิด เรารู้แล้วว่าไม่มีประสิทธิภาพมากเพียงพอในการที่จะช่วยยับยั้งการระบาดของโรค หรือป้องกันการติดโรค การป่วยและตาย ฉะนั้น จึงเป็นความชอบธรรมและถูกต้องอย่างยิ่งที่รัฐบาลจะต้องรีบจัดซื้อวัคซีนที่มีคุณภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งวัคซีน mRNA ไม่ว่าจะเป็นไฟเซอร์หรือโมเดอร์นา และโดยเฉพาะอย่างยิ่งบุคลากรทางการแพทย์ ทั้งหมอ พยาบาล เภสัชกร นักเทคนิคการแพทย์ และเจ้าหน้าที่ทุกคนที่ต้องปฏิบัติหน้าที่ มีความเสี่ยงสูงสัมผัสกับโรค เพราะฉะนั้น เราจะยอมปล่อยให้เขาติดโรค ป่วย เสียชีวิต หรือถูกกักกันโรค แยกตัวไม่ได้ หากปล่อยให้สถานการณ์เช่นนั้น สิ่งที่ตามมาคือประชาชนจะอยู่ในความเสี่ยงและอันตรายมาก เพราะหากแพทย์ พยาบาล หรือเจ้าหน้าที่ทุกคนที่เกี่ยวข้องป่วยหรือเสียชีวิตจะบั่นทอนและลดกำลังของบุคลากรลง ทำให้ประชาชนมีความเสี่ยงและการรักษาพยาบาลไม่สมบูรณ์แบบ ไม่มีมาตรฐาน และอัตราการเสียชีวิตจะยิ่งเพิ่มมากขึ้น ซึ่งรวมถึงผู้ป่วยโรคอื่นๆ ไม่ใช่แค่ผู้ป่วยโควิดเท่านั้น

นพ.เรวัต กล่าวเพิ่มเติมว่า การซื้อวัคซีนที่มีคุณภาพและเป็นที่ยอมรับกันทั่วโลกมีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อบุคลากรทางการแพทย์และประชาชน เพราะจากการใช้จริงและผลการศึกษาพิสูจน์ชัดว่ามีประสิทธิภาพที่จะควบคุมการระบาดของโรค โดยเฉพาะสายพันธุ์ใหม่ๆ เช่น สายพันธุ์เดลตา สายพันธุ์เบตา และสายพันธุ์อื่นๆ ที่อาจจะเกิดตามมา ซึ่งเราจะผลักดันร่วมกับกลุ่มภาคีและประชาชนทุกคนให้รัฐบาลซื้อวัคซีนที่มีประสิทธิภาพเพื่อนำมาใช้แทนวัคซีนที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้ พร้อมกล่าวว่าในฐานะที่ตนเองเคยทำงานเป็นแพทย์ผ่าตัดในห้องฉุกเฉิน รู้สึกเสียใจมากที่เห็นความคิดเห็นของบุคลากรทางการแพทย์ระดับสูงที่มีการเปิดเผยกันก่อนหน้านี้

นพ.สันติ ตอบคำถามผู้สื่อข่าวเพิ่มเติมถึงกรณีที่มีบุคคลบางกลุ่มแสดงท่าทีไม่เห็นด้วยที่จะฉีดวัคซีน mRNA ให้บุคลากรทางการแพทย์ โดยระบุว่าในมุมมองส่วนตัว ตนมองถึงประโยชน์ที่จะได้รับมากกว่า ประโยชน์ที่บุคลากรทางการแพทย์จะได้รับวัคซีนป้องกันโควิด-19 ที่สามารถป้องเชื้อสายพันธุ์ต่างๆ ได้ดี คือ ไม่จำเป็นต้องเสี่ยงติดเชื้อกักตัว เพราะการที่บุคลากรทางการแพทย์คนใดคนหนึ่งติดเชื้อขึ้นมาจะส่งลงต่อประชาชนในวงกว้าง เช่น การปิดห้องฉุกเฉิน ห้องผ่าตัด ห้องตรวจโรค ซึ่งทำให้ประชาชนคนอื่นๆ ที่ป่วยเป็นโรคอื่นต้องเสียโอกาสในส่วนนี้ไปด้วย

"ประชาชนทุกคนควรได้รับวัคซีนอย่างทั่วถึงและไม่มีค่าใช้จ่าย อันนี้คือเป้าหมายสูงสุดที่พวกเราทำได้และอยากให้เกิดขึ้น ส่วนเรื่องว่าบุคลากรทางการแพทย์เอาวัคซีนไปแล้วตั้ง 2 เข็มแล้วยังมาเอาไปอีกเข็มหนึ่งเป็นการเป็นแก่ตัวไหม ผมมองว่าถ้าวัคซีน 2 เข็มนั้นสามารถป้องกันการติดเชื้อและการแพร่ระบาดได้ ก็อาจจะเป็นอีกกรณีหนึ่ง แต่หลายๆ สถานการณ์ทำให้เห็นว่าบุคลากรทางการแพทย์ติดเชื้อ ต้องกักตัว บางรายถึงขั้นติดเชื้อลงปอดและเสียชีวิต คนที่ออกมาสู้กับโควิด-19 มาเกือบปีครึ่งแล้ว เรียกว่าเห็นแก่ตัวได้ไหม กับการที่เขาจะได้ชุดเกราะที่มันดีกว่านี้ ชุดเกราะที่จะทำให้เขาไปสู้กับโรคโควิด-19 ได้ดีกว่านี้ จะเรียกว่าเห็นแก่ตัวได้ไหม ผมก็ไม่ทราบเหมือนกัน" นพ.สันติ กล่าว พร้อมระบุว่าทางกลุ่มมีจุดยืนชัดว่าต้องการเรียกร้องให้ประชาชนทุกคนสามารถเข้าถึงวัคซีนหลากหลายยี่ห้อ แต่ในตอนนี้มีไม่มีให้เลือก ส่วนถ้ามีให้เลือกแล้วประชาชนจะฉีดหรือไม่เป็นสิทธิส่วนบุคคล

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์