ชายที่ ร.10 ชม "กล้ามาก กล้ามาก เก่งมาก ขอบใจ" แจ้งม.112 "ประสงค์" เหตุโพสต์วิจารณ์สถาบัน 

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนรายงานถึง “ประสงค์” ผู้ที่ถูกดำเนินคดีด้วยม.112 คนที่ 106 จากเหตุโพสต์วิจารณ์สถาบันกษัตริย์ โดยผู้ที่แจ้งความครั้งนี้คือชายคนที่ได้รับคำชมจาก ร.10 ว่า “กล้ามาก กล้ามาก เก่งมาก ขอบใจ” เมื่อวันปิยะปีที่แล้ว ตำรวจขอศาลฝากขังและศาลไม่ให้ประกันและให้กักตัวคุก มทบ.11 21 วันก่อนส่งต่อเรือนจำพิเศษธนบุรี

9 ก.ค.2564 ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนรายงานกรณีของประสงค์ โคตรสงคราม ผู้ต้องหาคดีด้วยข้อหาหมิ่นประมาทกษัตริย์ ม.112 ที่เพิ่งถูกตำรวจจับกุมเมื่อ 8 ก.ค.2564 ที่ลพบุรีก่อนถูกนำตัวไปที่ สน.บางพลัดจากเหตุโพสต์และแชร์ข้อความบนเฟซบุ๊กวิจารณ์สถาบันกษัตริย์ และพนักงานสอบสวนนำตัวไปฝากขังที่ศาลอาญาตลิ่งชันวันนี้

ในข่าวระบุว่าฐิติวัฒน์ ธนการุณย์ผู้กล่าวหาได้เปิดดูเฟซบุ๊กของกลุ่มบุคคลที่มักจะโพสต์ข้อความหมิ่นประมาทกษัตริย์เมื่อวันที่ 7 มิ.ย.2564 จนพบบัญชีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งที่เปิดให้เห็นเป็นสาธารณะเขาเห็นว่ามีข้อความหมิ่นประมาทรัชกาลที่ 10 จึงดำเนินการแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้สืบสวนพบว่าคือประสงค์พนักงานสอบสวนจึงขอหมายจับศาลอาญาตลิ่งชันเมื่อ 6 ก.ค.2564 และขอศาลลพบุรีให้ออกหมายค้นเมื่อวันที่ 7 ก.ค.2564 เจ้าหน้าที่จึงดำเนินการเข้าตรวจค้นบ้านของประสงค์และทำการจับกุมในวันต่อมา

#23ตุลาวันตาสว่าง ติดเทรนด์ทวิตเตอร์ หลังหนุ่มชูรูป ร.9 เผชิญหน้าม็อบปลดแอก ปล่อยคลิป ร.10 ชม 'กล้ามาก เก่งมาก'

หลังจับกุมพนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาหมิ่นประมาทกษัตริย์กับประสงค์จากโพสต์และข้อความที่แชร์รวม 3 ข้อความ โดย 2 ข้อความเป็นโพสต์และแชร์เมื่อวันที่ 7 มิ.ย.2564 โดยข้อความหนึ่งเป็นการโพสต์ข้อความประกอบการแชร์ข้อความของเฟซบุ๊กเพจ ‘เยาวชนปลดแอก-Free Youth’ ‘นักเรียนแฉยับ’ และ ‘Joe Gordon’ ซึ่งข้อความดังกล่าวเหล่านี้ มีเนื้อหาที่ดูหมิ่นและหมิ่นประมาทรัชกาลที่ 10 อยู่ด้วย ส่วนอีกหนึ่งข้อความ เป็นการโพสต์และแชร์เมื่อวันที่ 21 พ.ค. 64 โดยเป็นการแชร์ข้อความของเฟซบุ๊กของ ‘ชาติ ศาสนา ประชาชน’ ซึ่งมีภาพของรัชกาลที่ 10 ประกอบอยู่ด้วย

ทั้งนี้ประสงค์ให้การปฏิเสธทุกข้อหา ตำรวจขังเขาไว้ที่ สน.บางพลัด 1 คืน ก่อนนำตัวไปฝากขังที่ศาลอาญาตลิ่งชันเช้าวันนี้ พนักงานสอบสวนให้เหตุผลที่ฝากขังว่าเนื่องจากการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้นและคัดค้านการประกันตัวเนื่องจากอัตราโทษสูงผู้ต้องหาจะหลบหนีและไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานหรือก่อเหตุร้าย

ทนายความได้ยื่นประกันตัวด้วยเงินสด 250,000 บาท พร้อมให้เหตุผลว่าผู้ต้องหาถูกจับที่บ้านไม่ได้มีการขัดขืนอีกทั้งยังประสงค์จะนำพยานเข้าต่อสู้คดีพยานหลักฐานในคดีพนักงานสอบสวนก็ยึดไปแล้ว อีกทั้งจากการระบาดของโควิด-19 ในเรือนจำทั่วประเทศอาจเป็นอันตรายต่อผู้ต้องหาจากกสภาพความแออัดในเรือนจำทำให้เสี่ยงติดเชื้อ นอกจากนั้นผู้ต้องหายังเพียงแค่ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดต้องมีสิทธิได้รับการสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาว่ามีความผิดตามที่ได้รับรองไว้ในรัฐธรรมนูญและกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง และปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนที่ไทยให้การรับรองไว้

ทั้งนี้ จรีรัตน์ ตันติเวชกุล ผู้พิพากษาที่พิจารณาคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวมีคำสั่งไม่ให้ประกันโดยระบุว่าเมื่อพิเคราะห์พฤติการคดีและความหนักเบาของข้อหาแล้วเกรงผู้ต้องหาจะหลบหนี

ทางศูนย์ทนายความระบุอีกว่าประสงค์จะถูกนำตัวไปกักตัวที่เรือนจำชั่วคราวทุ่งน้อย จ.นครปฐม เป็นเวลา 21 วันก่อนนำตัวไปเรือนจำพิเศษธนบุรี โดยให้เหตุผลเรื่องสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 ไม่อนุญาตให้ญาติและทนายความเข้าเยี่ยม

ทั้งนี้เมื่อตรวจสอบเรือนจำชั่วคราวทุ่งน้อยพบว่าเป็นเรือนจำที่กระทรวงยุติธรรมเคยมีคำสั่งกำหนดให้อยู่ภายในพื้นที่เรือนจำมณฑลทหารบกที่ 11 นครปฐม เมื่อวันที่ 17 พ.ค.2553 โดยให้สังกัดอยู่กับเรือนจำกลางนครปฐม ในคำสั่งระบุเหตุผลที่ตั้งขึ้นมาว่าเพื่อความเหมาะสมในการควบคุม การรักษาความปลอดถภัยและประโยชน์ในด้านการอบรมแก้ไขผู้ต้องขังในคดีความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงของรัฐและคดีอื่นที่เกี่ยวเนื่องด้วยการควบคุมไว้โดยเฉพาะแยกจากผู้ต้องขังคดีอื่นๆ

ฐิติวัฒน์ ธนการุณย์ ภาพซ้ายเหตุการณ์ที่เขาไปยืนชูรูปรัชกาลที่ 9 เมื่อวันที่ 20 ต.ค.2563 ภาพขวาเหตุการณ์ที่เขาไปรอรับเสด็จเมื่อวันที่ 23 ต.ค.2563

ส่วน ฐิติวัฒน์ ธนการุณย์ ผู้กล่าวหาในคดีนี้คือชายที่เคยเป็นข่าวจากการได้รับคำชมจากในหลวงรัชกาลที่ 10 ว่า “กล้ามาก กล้ามาก เก่งมาก ขอบใจ” จากการเข้าร่วมรับเสด็จในพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลทักษิณานุปทาน วันปิยมหาราชเมื่อวันที่ 23 ต.ค.2563 หลังจากก่อนหน้านั้นไม่กี่วันฐิติวัฒน์เคยไปชูรูปรัชกาลที่ 9 ในพื้นที่ชุมนุม 20 ต.ค.2563

นอกจากนั้นศูนย์ทนายความฯ ระบุถึงยอดผู้ที่ถูกดำเนินคดีด้วยม.112 ล่าสุดว่ามีทั้งหมด 106 คนใน 103 คดีแล้ว โดยมี 49 คดีที่เป็นประชาชนเป็นผู้แจ้งความดำเนินคดีโดยมีแนวโน้มว่าเป็นกลุ่มที่เคลื่อนไหวในลัษณะปกป้องสถาบันกษัตริย์

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์