COVID-19: 10 ก.ค. 64 ไทยติดเชื้อเพิ่ม 9,326 ราย เสียชีวิต 91 ราย

ศบค. รายงานพบผู้ป่วยใหม่ 9,326 ราย สะสม 326,832 ราย รักษาหาย 3,841 ราย สะสม 243,918 ราย เสียชีวิต 91 ราย สะสม 2,625 ราย - ราชกิจจาฯ ประกาศพื้นที่ควบคุม COVID-19 - 'ซีพี' พร้อมยืนยันไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเข้าวัคซีนซิโนแวคของทางรัฐบาล

9 ก.ค. 2564 ศูนย์ข้อมูล COVID-19 รายงานสถานการณ์ COVID-19 ในประเทศไทย พบผู้ติดเชื้อเพิ่ม 9,326 คน จำแนกเป็นติดเชื้อใหม่ 9,134 คน ติดเชื้อภายในเรือนจำ/ที่ต้องขัง 192 คน รวมป่วยสะสมตั้งแต่ 1 เม.ย. 297,969 คน หายป่วยกลับบ้านเพิ่ม 3,841 คน รวมหายป่วยสะสม 216,492 คน และเสียชีวิตเพิ่ม 91 คน 

ขณะที่ยอดผู้ติดเชื้อ COVID-19 สะสมตั้งแต่เริ่มมีการแพร่ระบาด มีจำนวน 326,832 คน หายป่วยสะสม 243,918 คน และมีผู้เสียชีวิตสะสม 2,625 คน

ขณะที่เว็บไซต์ Worldometers รายงานยอดผู้ติดเชื้อทั่วโลก เมื่อเวลา 08.47 น. จำนวน 186,815,244 คน หายป่วยแล้ว 170,873,795 คน และเสียชีวิต 4,034,814 คน

ราชกิจจาฯ ประกาศพื้นที่ควบคุม COVID-19

เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่คำสั่งศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด -19) ที่ 9/2564 เรื่อง พื้นที่สถานการณ์ที่กำหนดเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด พื้นที่ควบคุมสูงสุด พื้นที่ควบคุม และพื้นที่เฝ้าระวังสูง ตามข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548

ตามที่ได้มีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักรตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2563 และต่อมาได้ขยายระยะเวลาการบังคับใช้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินดังกล่าวออกไปเป็นคราวที่ 12 จนถึงวันที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2564 นั้น

เพื่อให้การบริหารจัดการและเตรียมความพร้อมในการป้องกันการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนำ 2019 ตามแนวทางการจัดเขตพื้นที่สถานการณ์ตามข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดกรบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

อาศัยอำนาจตามความในข้อ 4(2) ของคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 4/2563 เรื่อง แต่งตั้งผู้กำกับการปฏิบัติงาน หัวหน้าผู้รับผิดชอบและพนักงานเจ้าหน้าที่ในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน ลงวันที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2563 และที่แก้ไขเพิ่มเติม นายกรัฐมนตรีในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหาร สถานการณ์โควิด-19 โดยคำแนะนำของศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุขและศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กระทรวงมหาดไทย

จึงมีคำสั่งให้หัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินและพนักงานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ ให้เป็นไปตามมาตรการตามข้อกำหนดฯ สำหรับเขตพื้นที่สถานการณ์ที่กำหนดเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุด และเข้มงวด พื้นที่ควบคุมสูงสุด พื้นที่ควบคุม และพื้นที่เฝ้าระวังสูง ตามบัญชีรายชื่อจังหวัด แนบท้ายคำสั่งนี้ ตั้งแต่วันที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2564 เป็นต้นไป หรือจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น

พื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด รวมทั้งสิ้น 10 จังหวัด

1. กรุงเทพมหานคร
2. จังหวัดนครปฐม
3. จังหวัดนราธิวาส
4. จังหวัดนนทบุรี
5. จังหวัดปทุมธานี
6. จังหวัดปัตตานี
7. จังหวัดยะลา
9. จังหวัดสมุทรปราการ
9. จังหวัดสมุทรสาคร
10. จังหวัดสงขลา

พื้นที่ควบคุมสูงสุด รวมทั้งสิ้น 24 จังหวัด

1. จังหวัดกระบี่
2. จังหวัดกาญจนบุรี
3. จังหวัดฉะเชิงเทรา
4. จังหวัดชลบุรี
5. จังหวัดชัยนาท
6. จังหวัดตาก
7. จังหวัดนครนายก
8. จังหวัดนครราชสีมา
9. จังหวัดนครศรีธรรมราช
10. จังหวัดนครสวรรค์
11. จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
12. จังหวัดปราจีนบุรี
13. จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
14. จังหวัดเพชรบุรี
15. จังหวัดระนอง
16. จังหวัดระยอง
17. จังหวัดราชบุรี
19. จังหวัดลพบุรี
19. จังหวัดสมุทรสงคราม
20. จังหวัดสระบุรี
21. จังหวัดสิงห์บุรี
22. จังหวัดสุพรรณบุรี
23. จังหวัดอ่างทอง
24. จังหวัดอุทัยธานี

พื้นที่ควบคุม รวมทั้งสิ้น 25 จังหวัด

1. จังหวัดกาฬสินธุ์
2. จังหวัดกำแพงเพชร
3. จังหวัดขอนแก่น
4. จังหวัดจันทบุรี
5. จังหวัดชัยภูมิ
6. จังหวัดชุมพร
7. จังหวัดตรัง
8. จังหวัดตราด
9. จังหวัดบุรีรัมย์
10. จังหวัดพัทลุง
11. จังหวัดพิจิตร
12. จังหวัดพิษณุโลก
13. จังหวัดเพชรบูรณ์
14. จังหวัดมหาสารคาม
15. จังหวัดร้อยเอ็ด
16. จังหวัดเลย
17. จังหวัดศรีสะเกษ
18. จังหวัดสตูล
19. จังหวัดสระแก้ว
20. จังหวัดสุโขทัย
21. จังหวัดสุราษฎร์ธานี
22. จังหวัดสุรินทร์
23. จังหวัดหนองบัวลำภู
24. จังหวัดอุดรธานี
25. จังหวัดอุบลราชธานี

พื้นที่เฝ้าระวังสูง รวมทั้งสิ้น 18 จังหวัด

1. จังหวัดเชียงราย
2. จังหวัดเชียงใหม่
3. จังหวัดนครพนม
4. จังหวัดน่าน
5. จังหวัดบึงกาฬ
6. จังหวัดพะเยา
7. จังหวัดพังงา
8. จังหวัดแพร่
9. จังหวัดภูเก็ต
10. จังหวัดมุกดาหาร
11. จังหวัดแม่ฮ่องสอน
12. จังหวัดยโสธร
13. จังหวัดลำปาง
14. จังหวัดลำพูน
15. จังหวัดสกลนคร
16. จังหวัดหนองคาย
17. จังหวัดอำนาจเจริญ
18. จังหวัดอุตรดิตถ์

'ซีพี' พร้อมยืนยันไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเข้าวัคซีนซิโนแวคของทางรัฐบาล

เว็บไซต์ CP E-News รายงานว่าตามที่เครือเจริญโภคภัณฑ์ ได้มีแถลงการณ์ชี้แจงเมื่อวันที่ 25 พ.ค. 2564 ว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการสั่งซื้อวัคซีนซิโนแวคของรัฐบาลทั้งทางตรงและทางอ้อม อย่างไรก็ดี ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา ยังคงมีกลุ่มบุคคล เผยแพร่ข่าวสารที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดต่อสังคมอย่างกว้างขวางว่า เครือเจริญโภคภัณฑ์ มีผลประโยชน์แอบแฝงต่อการบริหารจัดการวัคซีนของรัฐบาล ทั้งนี้ เครือเจริญโภคภัณฑ์ขอยืนยันอีกครั้งว่า การจัดซื้อวัคซีนซิโนแวคเป็นแบบรัฐบาลต่อรัฐบาล (G2G) เท่านั้น ไม่มีความเกี่ยวข้องกับซีพีทั้งทางตรงและทางอ้อม นอกจากนี้ เครือเจริญโภคภัณฑ์ยังสนับสนุนแนวทางการนำเข้าวัคซีนทางเลือก เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่แก่ประชาชน และนำมาซึ่งการกลับมาสู่วิถีชีวิตปกติให้รวดเร็วที่สุด

นาย ศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวว่าเครือมีความมุ่งมั่นที่จะฝ่าวิกฤตโควิด ไปกับคนไทยทั้งประเทศ พร้อมผนึกกำลังกับทุกภาคส่วนให้ประเทศและระบบเศรษฐกิจของประเทศผ่านพ้นสถานการณ์โควิดไปได้ ในช่วงที่ผ่านมาเครือเจริญโภคภัณฑ์ มีการสนับสนุนด้านเสบียงอาหาร เครื่องดื่ม ตลอดจนระบบสื่อสาร ให้กับโรงพยาบาลถึง 2,000 โรงพยาบาล และจะทำอย่างต่อเนื่องต่อไป ตลอดจนพร้อมดูแลพนักงานในเครือเพื่อลดภาระภาครัฐ นอกจากนี้ยังยืนยันที่จะลงทุนต่อเนื่องเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประเทศไทย และนักลงทุนต่างชาติ โดยเครือซีพีมีความมั่นใจในศักยภาพของประเทศ ทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน ภาคประชาสังคม ว่าเราจะผนึกกำลังกัน เป็นพลังที่ยิ่งใหญ่ในทุกๆ ภาคส่วน ทั้งนี้ เครือเจริญโภคภัณฑ์ได้รับผลกระทบที่หนักไม่ยิ่งหย่อนกว่ากัน สุดท้าย เราทุกคนต้องปรับตัว การปรับตัวของคนไทยทั้งประเทศ เป็นการสร้างความแข็งแกร่งใหม่ ถ้าเรายังช่วยเหลือเกื้อกูลกัน และมีความหวัง มีความมุ่งมั่น ประเทศไทยย่อมผ่านวิกฤตินี้ไปได้ด้วยดี

 

ที่มาเรียบเรียงจาก Thai PBS [1] [2] | CP E-News

 

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์