โพลระบุประชาชนไม่ค่อยพอใจการแก้ปัญหาโรงงานระเบิด 39.38% ค่อนข้างพอใจ 30.71%

สวนดุสิตโพลสำรวจความเห็นออนไลน์ 1,266 คน ต่อกับเหตุการณ์ระเบิดที่โรงงานกิ่งแก้ว จ.สมุทรปราการ พบไม่ค่อยพอใจกับการแก้ปัญหาในภาพรวม 39.38% ค่อนข้างพอใจ 30.71% อยากให้ความสำคัญกับงานบรรเทาและป้องกันสาธารณภัยมากขึ้น    69.99%

11 ก.ค. 2564 จากกรณีเหตุระเบิดโรงงานกิ่งแก้ว จังหวัดสมุทรปราการ สร้างความเสียหายต่อประชาชนที่อยู่บริเวณโดยรอบ รวมถึงอันตรายจากสารเคมีที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชน เพื่อสะท้อนความคิดเห็นของประชาชนและถอดบทเรียนจากเหตุการณ์ดังกล่าว “สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ได้สำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 1,266 คน (สำรวจทางออนไลน์) ระหว่างวันที่ 6-9 ก.ค. 2564 สรุปผลได้ ดังนี้

1. ประชาชนคิดอย่างไร กับ เหตุการณ์ระเบิดที่โรงงานกิ่งแก้ว จังหวัดสมุทรปราการ

อันดับ 1

เป็นเหตุการณ์ที่รุนแรง สร้างความเสียหายอย่างมาก

88.54%

อันดับ 2

เจ้าหน้าที่ขาดอุปกรณ์ เครื่องมือ จึงควบคุมเพลิงได้ช้า

83.87%

อันดับ 3

การสั่งการ การแก้ปัญหาค่อนข้างล่าช้า 

82.13%

อันดับ 4

รู้สึกหดหู่ มีเจ้าหน้าที่เสียชีวิต และผู้บาดเจ็บจำนวนมาก       

76.68%

อันดับ 5

อยากรู้สาเหตุที่แท้จริงโดยเร็ว                                       

41.58%

2. ประชาชนคิดว่าการระเบิดครั้งนี้ เกิดจากสาเหตุใด

อันดับ 1

การรั่วไหลของสารเคมี             

67.02%

อันดับ 2

ระบบรักษาความปลอดภัยไม่มีประสิทธิภาพ       

63.95%

อันดับ 3

มีเพลิงไหม้ลุกลามจนเกิดการระเบิด

51.66%

อันดับ 4

โรงงานก่อตั้งมานาน อาคารเก่า

39.53%

อันดับ 5

ไฟฟ้าลัดวงจร

26.68%

3. สิ่งที่อยากฝากถึงรัฐบาลจากเหตุการณ์ระเบิดครั้งนี้

อันดับ 1

ตรวจสอบโรงงานต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง ป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ 

92.00%

อันดับ 2

มีมาตรการเยียวยาผู้เสียหาย ตรวจสุขภาพประชาชนในพื้นที่

89.78%

อันดับ 3

ควรมีระบบเตือนภัยที่รวดเร็ว และแนวทางการอพยพในสถานการณ์ฉุกเฉิน

78.45%

อันดับ 4

ทำงานเชิงรุก ประสานกับท้องถิ่น          

70.60%

อันดับ 5

เร่งสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสารเคมีที่เป็นอันตราย   

59.11%

4. บทเรียนที่ได้รับจากเหตุการณ์ระเบิดครั้งนี้

อันดับ 1

ให้ความสำคัญกับงานบรรเทาและป้องกันสาธารณภัยมากขึ้น

69.99%

อันดับ 2

ควรมีแผนการรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินที่พร้อมใช้งาน        

68.96%

อันดับ 3

ต้องมีการจัดการมลพิษตกค้างอย่างเป็นระบบ       

62.23%

อันดับ 4

ควรทำงานประสานกันทุกภาคส่วน ทั้งระดับรัฐบาลและท้องถิ่น

60.57%

อันดับ 5

เร่งแก้ปัญหาเรื่องผังเมือง

59.94%

5. ประชาชนพึงพอใจกับการแก้ปัญหาในภาพรวมมากน้อยเพียงใด

ไม่ค่อยพอใจ 39.38% ค่อนข้างพอใจ 30.71% ไม่พอใจ 27.13% พอใจมาก 2.78%

นางสาวพรพรรณ บัวทอง นักวิจัย สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ระบุว่าเหตุการณ์ระเบิดและไฟไหม้ในภาคอุตสาหกรรมของไทยเกิดขึ้นหลายต่อหลายครั้ง แต่กลับพบว่าการรับมือและแก้ปัญหายังทำได้ไม่รวดเร็วนัก อีกทั้งยังเปิดให้เห็นจุดอ่อนในเรื่องเดิมซ้ำ ๆ ไม่ว่าจะเป็นการวางผังเมือง ระบบการระงับป้องกันภัยที่ยังไม่ทันสมัย กฎระเบียบที่ไม่ยืดหยุ่น ทำให้การอพยพทำได้ล่าช้าโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่ออยู่ในสถานการณ์โควิด-19 บทเรียนครั้งนี้จึงไม่ควรเป็นเพียงการบันทึกเรื่องราว แต่ควรนำไปสู่การปรับปรุงการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ไม่เช่นนั้นเหตุการณ์นี้ก็จะเหมือนไฟไหม้ฟาง เหมือนกับที่ผ่าน ๆ มา

ด้าน ดร.พรธิดา เทพประสิทธิ์ ผู้อำนวยการศูนย์สิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ระบุว่าประชาชนมองว่าเหตุระเบิดโรงงานกิ่งแก้วมีความรุนแรงนำไปสู่ความเสียหายอย่างมาก และไม่ค่อยพอใจกับการแก้ไขปัญหาในภาพรวม อาจเป็นเพราะว่านี่ไม่ใช่เหตุระเบิดจากสารเคมีครั้งแรกที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ซึ่งผลของการสำรวจยังสะท้อนให้เห็นว่า บทเรียนที่เกิดขึ้นในครั้งนี้อาจต้องนำไปสู่การปฏิรูปเรื่องกฎหมายผังเมือง แผนระงับภัยฉุกเฉิน การจัดทำฐานข้อมูลการปลดปล่อยและเคลื่อนย้ายมลพิษ (Pollutant Release and Transfer Register: PRTR) เพื่อสะดวกต่อการปฏิบัติงานของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ช่วยลดการสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นรวมไปถึงภาครัฐยังสามารถติดตามเรื่องสิ่งแวดล้อมและมลพิษที่เกิดขึ้นได้ และสิ่งที่สำคัญ คือ ต้องมีการให้ความรู้ การสร้างความตระหนักแก่ชุมชน ผู้ปฏิบัติงานในโรงงาน การพัฒนาศักยภาพบุคลากรชุดเผชิญเหตุ หน่วยผจญเพลิงให้มีความพร้อมในการรับมือด้วย 

 

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์