'เพื่อไทย' แนะ 10 ข้อรับมือ COVID-19 'เสรีพิศุทธ์' ผุดแคมเปญ 'มอบ 157 ให้ประยุทธ์'

'เพื่อไทย' แนะ 10 ข้อรับมือ COVID-19 ตั้งคำถามถึงรัฐบาลว่าทำไมไม่เร่งแก้ปัญหาที่สำคัญให้สำเร็จ ทั้ง ๆ ที่ทุกฝ่ายเรียกร้องต่อเนื่อง 'เสรีพิศุทธ์' ผุดแคมเปญ 'มอบ 157 ให้ประยุทธ์' ชวนประชาชนยื่นฟ้องที่สถานีตำรวจใกล้บ้าน

11 ก.ค. 2564 นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย และผู้อำนวยศูนย์นโยบายพรรคเพื่อไทย ระบุว่าถ้าพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาล ในการรับมือโควิด-19 จะทำ 10 อย่าง ดังนี้

1. ประเทศไทยจะมีวัคซีนทุกประเภท เราจะไม่แทงม้าตัวเดียว และเมื่อเราเลือกผิด จะกล้ายอมรับผิดแล้วปรับแผนวัคซีนทันที โดยเข็มแรกของไทยจะเริ่มฉีดตั้งแต่ปลายปีที่ 63 ถึงวันนี้จะฉีดได้ 70% และทำลายข้อจำกัดการนำเข้าวัคซีนทางเลือกของภาคเอกชนทันที เราต้องไม่แพ้เพราะข้อจำกัดที่เราสร้างขึ้นเอง

2. ในช่วงที่ไม่มีการระบาด (ตั้งแต่ปลายปี 63) จะเตรียมความพร้อมเพิ่มศักยภาพระบบสาธารณสุขทันที ในเงินกู้ 1 ล้านล้านก้อนแรก จะแบ่งให้ด้านสาธารณสุข จำนวน 1-2 แสนล้าน เบิกจ่ายทันที โดยระดมลงทุน โรงพยาบาลสนาม สถานพักพิงผู้ติดเชื้อ ICU สนาม เครื่องช่วยหายใจ ยา Favipiravir ทำฐานข้อมูลศักยภาพโรงพยาบาลทั้งประเทศ และระบบ Logistics เตรียมขนย้ายผู้ป่วย ทันที ให้พร้อมตั้งแต่ต้นปี 64

3. เราจะไม่มีข้อจำกัดแปลกๆ ที่ว่าตรวจผลเป็นบวก ต้องแอทมิททันที ตรวจที่ไหนแอทมิทที่นั่น เพราะใน รพ. ศักยภาพการให้บริการ (เตียง) น้อยกว่า ศักยภาพการตรวจเสมอ ข้อจำกัดนี้ทำให้ รพ. ตรวจไม่ได้ เพราะเตียงเต็ม ทั้งๆที่ศักยภาพการตรวจเหลือเฟือ

4. เราจะใช้ Rapid Antigen Test , DnaNudge ควบคู่กับ RT-PCR ตั้งแต่เริ่มแรก รวดเร็วและเข้าถึงง่าย แยกผู้ป่วยออกจากสังคมได้เร็วกว่า ซึ่งคือกุญแจสำคัญ

5. ระดมตรวจโรคจำนวนมหาศาล เมื่อตรวจเสร็จ เราจะมีระบบ Logistics ระดับประเทศมารองรับ โดยใช้ฐานข้อมูล ที่เตรียมไว้ตามข้อ 2 โดยนำพาคนป่วยปานกลาง-หนัก กระจายสู่สถานพักพิง , ICU และ รพ. ที่หนาแน่นน้อยในจังหวัดที่ศักยภาพเหลือทันที ไม่มีการนอนรอเตียง ไม่มีการตายคาเตียง

6. การสื่อสารในภาวะวิกฤตกับประชาชนของเราจะตรงไปตรงมา ให้คนทั้งประเทศได้รับรู้ข้อเท็จจริงเดียวกัน ไม่บิดเบี้ยว และให้ประชาชนรับรู้ถึงแผนงานที่ชัดเจนของเราทุกขั้นตอน

7. เราจะใช้มาตรการคงการจ้างงานขนาดใหญ่ตั้งแต่เริ่มแรก สนับสนุนค่าจ้าง 50% จ่ายตรงไปที่นายจ้างงานเอาไปจ่ายค่าจ้างลูกจ้าง โดยต้องจ้างงานอยู่ที่ 90% ตรงนี้คนจะไม่ตกงาน บริษัทจะไม่ล้ม คนว่างงานจะไม่กระฉูด ระดับหนี้ครัวเรือนจะอยู่ที่ 80% ไม่เฉียด 100% เหมือนในปัจจุบัน

8. Soft Loan จะมีขนาดใหญ่ และใช้ได้จริง มีเงื่อนไขผ่อนปรนและเข้าถึงง่ายมาก เพราะเราทราบดีว่าภาคธนาคารยังแข็งแกร่งกว่าภาคธุรกิจและภาคประชาชนอยู่มาก คนล้มก่อนคือประชาชน ไม่ใช่ธนาคาร เราจะใช้กลไกธนาคารเฉพาะกิจของรัฐเป็นแกนกลางในการปล่อยสินเชื่อ และใช้ระบบกองทุนให้สินเชื่อ SMEs ที่เข้าไม่ถึง

9. การเยียวยาจะเป็นแบบตรงจุด ตรงเป้า โดยใช้ระบบฐานข้อมูลที่ระบุความเดือดร้อนได้ตรงเป้า และการเยียวยาจะต้องมุ่งสู่การลงทุนภาคเอกชน และการสร้างงานใหม่ ไม่ใช่แค่การกระตุ้นการบริโภคที่หมดไปวันๆแบบที่เป็นอยู่

10. ทำตามข้อ 7,8, และ 9 เงินกู้ตาม พ.ร.ก. กู้เงิน 1 ล้านล้านก้อนแรกนั้นเหลือเฟือ ไม่ต้องกู้เพิ่มอีก 5 แสนล้าน ไม่ต้องกู้เพื่อชดเชยขาดดุลอีก 7 แสนล้านบาท หนี้สาธารณะต่อ GDP จะอยู่ที่ราว 50% เท่านั้น ไม่ทะลุเพดานเหมือนที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

ตั้งคำถามถึงรัฐบาลว่าทำไมไม่เร่งแก้ปัญหาที่สำคัญให้สำเร็จ ทั้ง ๆ ที่ทุกฝ่ายเรียกร้องต่อเนื่อง

นายนพดล ปัทมะ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ในฐานะคนไทยที่สลดใจอย่างสุดซึ้งจากการเสียชีวิตและชะตากรรมของพี่น้องร่วมชาติ ครอบครัวพลัดพรากโดยไม่ได้ร่ำลา ความเจ็บป่วยทุกข์ระทม ความยากแค้นแสนสาหัสจากการตกงานและปิดกิจการ ที่เป็นผลจากการติดเชื้อโควิด ในยามที่คนจำนวนมากที่สุด ต้องรับผลจากการบริหารงานของรัฐบาล ตนไม่แน่ใจว่าผู้รับผิดชอบได้ยินเสียงของประชาชนผู้ทุกข์ยากแสนสาหัสและเสียงเรียกร้องจากทุกภาคส่วนในการแก้วิกฤตหรือไม่ ถ้าได้ยิน ทำไมรัฐบาลไม่เร่งแก้วิกฤตให้สำเร็จเร็วกว่านี้ เช่น

1. ทั้งๆ ที่รู้ว่ารู้ผลตรวจเร็วลดการกระจายเชื้อและรักษาเร็วยิ่งดี ทำไมไม่ทุ่มเททรัพยากรเพื่อเพิ่มการตรวจเชื้อให้เร็วและมากขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ ทั้งอุปกรณ์การตรวจ ทั้งบุคลากร ทั้งสถานที่ ทำไมต้องให้พี่น้องไปกางเต้นท์นอนค้างคืนเพียงเพื่อไปตรวจโควิด ทำไมไม่เพิ่มให้ตรวจที่บ้านได้

2. ทำไมยังมีคนตายจากการรอเตียงเพื่อรักษา หลายรายตายก่อนได้เตียง จะให้ปัญหานี้คงอยู่นานแค่ไหน

3. ทุกคนรู้ว่าวัคซีนคือทางออก แต่รัฐบาลระดมสรรพกำลังในการหาวัคซีนคุณภาพมาให้คนไทยพอเพียงแล้วหรือ วัคซีนทางเลือกควรเร่งเซ็นสัญญาเร็วกว่าต้นเดือนสิงหาคมไหม และควรเร่งเจรจากับผู้ขายขอให้ช่วยส่งมอบวัคซีน mRNA ให้ได้อย่างน้อยบางส่วนก่อนไตรมาส 4 ได้ไหม ผู้มีอำนาจในรัฐบาลได้ใช้ความพยายามแล้วหรือไม่ หรือควรส่งคนระดับรัฐมนตรีไปเจรจาหรือไม่ รัฐบาลต้องคิดว่าวัคซีน mRNA จากไฟเซอร์ 20 ล้านโดสพอหรือไม่

4. การเยียวยาทำไมไม่ทำให้รวดเร็วกว่านี้ คิดเรื่อง ล็อกดาวน์แล้วทำไมไม่คิดเรื่องเยียวยาพร้อมกันไปเลย เยียวยาให้คนจนมีเงินยาใส้ต้องเร็วกว่านี้

5. ปรับวัฒนธรรมในการทำงานใหม่ได้แล้ว เลิกแก้ตัวแต่เร่งแก้ไข สื่อสารให้ตรงประเด็น เช่นคนเขาอยากรู้ว่าจะได้ฉีดวัคซีนเร็วที่สุดเมื่อไหร่ ไม่ใช่มาบอกว่าปีหน้าจะได้วัคซีนตามเป้า 150 ล้านโดส ลดปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารหรือไอโอ ควรสื่อสารด้วยความจริงและสลดในความทุกข์ของเพื่อนร่วมชาติ

"รัฐบาลบอกยินดีรับฟังข้อเสนอ แต่ไม่รู้ฟังแล้วได้ยินและไปปรับปรุงการทำงานหรือไม่ ปัญหาที่เผชิญอยู่เป็นเรื่องยาก แต่แก้ได้ด้วยหู หัวใจและสมอง คือฟัง มีเมตตา และความสามารถจะแก้ได้ ไทยมีแพทย์ พยาบาลและบุคลากรทางการแพทย์ที่เสียสละทุ่มเทในการดูแลคนไข้ ซึ่งเราเป็นหนี้บุญคุณท่านเหล่านั้น จึงขอเรียกร้องให้ผู้มีอำนาจและรัฐบาลเพิ่มความพยายาม ความสามารถ และประสิทธิภาพในการแก้ปัญหา การทำให้คนไม่ป่วยไม่ตายมีค่ากว่าการไม่รับเงินเดือน 3 เดือนมากนัก ต้องกู้วิกฤตโควิด และวิกฤตเศรษฐกิจให้ได้"

'เสรีพิศุทธ์' ผุดแคมเปญ 'มอบ 157 ให้ประยุทธ์' ชวนประชาชนยื่นฟ้องที่สถานีตำรวจใกล้บ้าน

พรรคเสรีรวมไทย นำโดย พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรค ออกแถลงการณ์ระบุว่าจากสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 ได้แพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว ทำให้ประชาชนล้มป่วยเจ็บตายเป็นจำนวนมาก โดยที่รัฐบาลไม่สามารถดูแลประชาชนให้ปลอดภัยพ้นจากโรคระบาดดังกล่าวได้ ประชาชนต้องพึ่งตนเองด้วยการซื้อหน้ากากอนามัยมาสวมใส่ ต้องขวนขวายหาสถานที่ตรวจเพื่อต้องการทราบว่าตนและบุคคลในครอบครัวติดโรคระบาดบ้างหรือไม่ ต้องหาหนทางเพื่อฉีดวัคซีนป้องกันโรคระบาดและอื่นๆในราคาแพงด้วยตนเอง โดยที่รัฐบาลไม่สามารถป้องกันและรักษาโรคระบาดโควิด-19 ให้เป็นไปตามกฎหมายที่ตนเองร่างขึ้นมาได้

รัฐธรรมนูญ มาตรา 47 วรรคสาม บัญญัติว่า “บุคคลย่อมมีสิทธิได้รับการป้องกันและขจัดโรคติดต่ออันตรายจากรัฐ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย” ที่ผ่านมารัฐบาลได้กู้เงินจากต่างประเทศหลายครั้ง เป็นจำนวนเงินมหาศาล แต่กลับนำเงินกู้ดังกล่าวไปถลุงแจกจ่ายแก่ประชาชนในรูปแบบต่างๆหลายๆโครงการ โดยมิได้ก่อให้เกิดประโยชน์แต่อย่างใด แต่มุ่งหวังเพียงผลประโยชน์ทางการเมืองของตนเองและพวกพ้องเพื่อกลับมามีอำนาจอีกเท่านั้น อีกทั้งยังนำเงินกู้ดังกล่าวไปซื้อรถถัง เรือดำน้ำ เครื่องบิน อาวุธยุทโธปกรณ์ต่างๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่จำเป็นหวังเพียงแต่ที่จะได้รับเงินทอนเท่านั้น เมื่อเกิดเหตุโรคระบาดโควิด-19 จึงทำให้ไม่มีงบประมาณเพียงพอที่จะจัดหาอุปกรณ์ต่าง ๆ เพื่อป้องกันและรักษาให้ประชาชนได้รับความปลอดภัยได้

การที่รัฐบาลละเว้นไม่ปฏิบัติตามกฎหมายรัฐธรรมนูญดังกล่าว จึงทำให้ประชาชนทั้งประเทศต้องขวนขวายดิ้นรนเพื่อช่วยเหลือตนเองและครอบครัวให้อยู่รอดปลอดภัยจากโรคโควิด-19 ให้ได้ดังกล่าวข้างต้น ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน อีกทั้งยังได้รับความเสียหายจากมาตรการต่างๆที่รัฐกำหนดอย่างมากมาย

ด้านพรรคเสรีรวมไทยเห็นว่า ถึงเวลาแล้วที่พี่น้องประชาชนจะต้องลุกขึ้นมาต่อสู้เพื่อเรียกร้อง และรักษาสิทธิที่มีอยู่ตามรัฐธรรมนูญดังกล่าวข้างต้น ด้วยการขับไล่รัฐบาลนี้ออกไปตามกระบวนการของกฎหมาย จึงขอให้ประชาชนทุกท่านได้กรุณานำใบเสร็จรับเงินที่ซื้อหน้ากากอนามัย ใบเสร็จรับเงินที่ท่านไปตรวจรักษา ใบเสร็จรับเงินที่ท่านต้องไปซื้อวัคซีนฉีดเพื่อป้องกันโรคระบาดโควิด-19 หลักฐานต่างๆที่ท่านได้รับความเสียหายจากมาตรการของรัฐ ไปแจ้งความที่สถานีตำรวจใกล้บ้านของท่าน ให้ดำเนินคดีกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีทุกคน ที่กระทำการละเมิดรัฐธรรมนูญโดยละเว้นไม่ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 47 และมาตรา 55 ทำให้ท่านได้รับความเสียหาย ซึ่งเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต ทำให้ท่านได้รับความเสียหาย ซึ่งพนักงานสอบสวนจะต้องรวบรวมหลักฐานส่งให้คณะกรรมการ ป.ป.ช.ทำการไต่สวนตามรัฐธรรมนูญมาตรา 234(1) โดยด่วนต่อไป

แต่ละท่านที่ไปแจ้งความ ใบเสร็จแต่ละครั้งก็เป็นความผิดหนึ่งกรรม 2 ครั้งก็สองกรรม แจ้งความ 1 ล้านคน ๆ ละ 2 ครั้ง ก็สองล้านกรรม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่อหังการนักจะอยู่ได้ก็ให้มันรู้ไป ขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนร่วมด้วยช่วยกันในครั้งนี้นะครับ เราไม่ได้ก่อกวนใคร เราไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน เราไปใช้สิทธิตามกฎหมายในฐานะคนไทยที่ได้รับความเดือดร้อนและเสียหายจากการปฏิบัติหน้าที่ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรีเท่านั้น

 

ที่มาเรียบเรียงจาก เว็บไซต์พรรคเพื่อไทย [1] [2] | เว็บไซต์ไทยโพสต์

 

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์