กสทช.ปรับเงินบ. MVTV กรณีออกอากาศ “VOICE GO” 5 หมื่นบาทเหตุรายงานข่าวม็อบวิจารณ์ศาล

กสทช.สั่งปรับเงินบริษัทที่เอา “VOICE GO” ไปออกอากาศ 50,000บาท เหตุรายงานข่าวม็อบที่ศาล “ประวิทย์” กสทช.เสียงข้างน้อยเห็นค้านเป็นแค่การรายงานข่าวตามสถานการณ์ตามหน้าที่สื่อสารมวลชน แถม กสทช.ตั้งเรื่องตรวจสอบเองอาจเข้าข่ายเลือกปฏิบัติ “ศิโรฒน์” ระบุอาจจอดำอ้างช่องถูกจับผิดโฆษณาเกิน

แฟ้มภาพ

เมื่อวันที่ 12 ก.ค.2564 เว็บไซต์ของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เผยแพร่มติที่ประชุม กสทช.ที่ประชุมตั้งแต่เมื่อวันที่ 23 มิ.ย.2564 โดยในรายงานการประชุมระบุว่า กสทช.มีมติเสียงข้างมากให้ลงโทษปรับบริษัท MVTV เป็นเงิน 50,000บาท จากกรณีออกอากาศรายการ “VOICE GO” ผ่านช่อง Video To Home 9 ของบริษัท ซึ่งช่องดังกล่าวเผยแพร่อยู่บนเครือข่ายสัญญาณโทรทัศน์ดาวเทียม PSI

โดยรายงานระบุว่าเหตุผลที่ทำให้ทางบริษัทถูกปรับในครั้งนี้ว่ารายการ “VOICE GO” ที่ออกอากาศเมื่อวันที่ 27 เม.ย.2564 เข้าข่ายเป็นเนื้อหาที่กระทบความมั่นคงของรัฐและความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน เป็นความผิดตามมาตรา 37 พ.ร.บ. กสทช.

ในรายงานระบุว่า กสทช.เสียงข้างมากที่ลงมติให้ลงโทษปรับดังกล่าว ได้แก่ พลเอกสุกิจ ขมะสุนทร พันเอกนที ศุกลรัตน์ พลโทพีระพงษ์ มานะกิจ ประเสริฐ ศีลพิพัฒน์ และธวัชชัย จิตรภาษ์นันท์

ทั้งนี้ในรายงานระบุถึงความเห็นของ ประวิทย์ ลี่สถาพรวงษา กสทช.ที่เป็นเสียงข้างน้อยว่า ประวิทย์สงวนความเห็นเนื่องจากเห็นว่าเนื้อหาของรายที่เป็นประเด็นว่า เป็นการรายงานข่าวที่มีหัวข้อ “อยู่หยุดขัง จนกว่าจะ #ปล่อยเพื่อนเรา” “หวัง ตุลาการ ไม่รับใบสั่ง เคารพสิทธิมนุษยชน” และ “ผูกโบว์ขาว เรียกสำนึก–คืนความยุติธรรม” โดยในรายงานข่าวดังกล่าวนักข่าวได้ไปสัมภาษณ์ผู้ร่วมชุมนุมถึงความเห็น วัตถุประสงค์ และเหตุผลที่ออกมาชุมนุม ซึ่งเป็นการนำเสนอข้อเท็จจริงตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

รายงานประชุมระบุความเห็นของ กสทช.เสียงข้างน้อยว่า ในแง่มุมของสื่อสารมวลชนจึงถือได้ว่าเป็นการทำหน้าที่สื่อโดยสุจริต ไม่ใช่นักข่าวหรือผู้ดำเนินรายการเป็นผู้ให้ความเห็นต่างๆ เองอีกทั้งข้อความในรายการที่คณะอนุกรรมการด้านผังรายการเห็นว่าเข้าข่ายเป็นความผิดก็เป็นข้อความ เช่น “...กิจกรรมนี้มีจุดประสงค์ที่จะปลุกต่อมมโนสำนึกของศาลให้คำนึงถึงหลักกฎหมายบ้าง คำนึงถึงหลักสิทธิมนุษยชนบ้าง...” “...ให้ศาลเห็นหัวประชาชนบ้าง...” “ให้ตุลาการยึดหลักสิทธิมนุษยชน ยึดหลักความยุติธรรม ยึดหลักการทางกฎหมาย อย่าดำเนินตามใบสั่ง…” ประวิทย์เห็นว่าข้อความเหล่านี้เป็นเพียงข้อเรียกร้องไม่ใช่ข้อกล่าวหา

ประวิทย์แสดงความเห็นต่อไปว่ากรณีนี้ทางสำนักงาน กสทช.เองก็ไม่ได้ตรวจสอบว่ามีการดำเนินคดีในข้อหาละเมิดอำนาจศาลหรือหมิ่นศาลหรือไม่ จากข้อความเหล่านี้หรือไม่ เพราะถ้ามีก็อาจจะเข้าข่ายองค์ประกอบความผิด แต่ถ้าไม่มีก็ไม่เหมาะสมที่ กสทช.จะด่วนตัดสินเอง และควรเป็นเพียงการตักเตือนให้ระวังในการรายงานก็พอแล้ว

อีกทั้ง กสทช.เสียงข้างน้อยยังแสดงความเห็นอีกว่า กรณีนี้ทาง กสทช.ได้มีการตรวจสอบช่องอื่นๆ ที่นำเสนอเหตุการณ์เดียวกันนี้หรือไม่ว่ามีการนำเสนอคำพูดของผู้ชุมนุมลักษณะเดียวกันนี้ เพื่อไม่ให้เป็นการเลือกปฏิบัติ เนื่องจากการดำเนินการตรวจสอบครั้งนี้เป็นการดำเนินการของสำนักงาน กสทช.เองไม่ได้มีคนร้องเรียนเข้ามา

วอยซ์หวิด "จอดำ" อีกรอบ

นอกจากกรณีปรับเงินจากการรายงานข่าวดังกล่าวของ Voice Go แล้ว ศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์ พิธีการรายการ Overview โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่าวอยซ์ทีวีอาจ “จอดำ” อีกรอบเนื่องจากช่อง Video To Home 9 ถูกจับผิดกรณีมีโฆษณาเกิน 6 นาที และหากยังมีกรณีโฆษณาเกินเวลาเกิดขึ้นอีกให้บริษัท PSI ซึ่งเป็นผู้ให้บริการโครงข่ายโทรทศัน์ถอดช่อง Video To Home 9 ออกจากโครงข่าย

ทั้งนี้เมื่อตรวจสอบพบว่าในรายงานมติที่ประชุมเดียวกันยังมีประเด็นที่ประชุม กสทช.พิจารณาเรื่องช่อง Video To Home 9 มีการฉายโฆษณาบริการหรือสินค้าที่อาจเข้าข่ายโฆษณาเกินเวลา 6 นาทีต่อ 1 ชั่วโมง โดยมติที่ประชุมให้มีคำสั่งเตือนทางปกครองถึงบริษัท MVTV ที่เป็นเจ้าของช่องดังกล่าวยุติการโฆษณาที่เกินระยะเวลาหากฝ่าฝืนให้ปรับทางปกครอง 1,000,000 บาท และปรับอีกวันละ 50,000 บาท

รายงานระบุว่าโฆษณาของช่องดังกล่าวที่ออกอากาศเมื่อวันที่ 27 เม.ย.2564 ใน2 ช่วงเวลา คือ 11.00-12.00น. มีโฆษณารวมทั้งหมดยาว 6.44 นาที กับช่วง 12.00-13.00 น.ที่มีโฆษณารวมทั้งหมดยาว 7.37 นาที ซึ่งตามข้อกำหนดในประกาศ กสทช.ต้องมีโฆษณารวมใน 1 ชั่วโมงไม่เกิน 6 นาที

ทั้งนี้ กสทช.ยังมีมติให้มีหนังสือแจ้งถึงบริษัท PSI ที่ให้บริการโครงข่ายแก่ MVTV อีกว่าให้มีการกำกับดูแลไม่ให้ช่อง Video To Home 9 มีการออกโฆษณาเกินเวลาอีก และหากช่อง Video To Home 9 ยังมีโฆษณาลักษณะดังกล่าวอีก กสทช.จะมีคำสั่งให้ PSI ระงับออกอากาศช่อง Video To Home 9 ด้วย

แต่นอกจากกรณีโฆษณาเกินเวลาแล้วเมื่อดูจากรายงานที่ประชุมก็พบอีกว่า กสทช.ยังมีคำสั่งที่เกี่ยวกับบริษัท MVTV อีก 2 กรณี กรณีแรกยังคงเป็นช่อง Video To Home 9 กรณีมีการออกอากาศโฆษณาผลิตภัณฑ์เสริมอาหารน้ำมันรำข้าวและจมูกข้าวไรซ์เบอรี่ และกาแฟปรุงสำเร็จยี่ห้อแฮปปี้ คอฟฟี่ ที่ กสทช.ระบุว่าโฆษณาดังกล่าวเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคให้ปรับ 500,000 บาท และมีคำสั่งเตือนถึงบริษัท PSI ที่เป็นผู้ให้บริการโครงข่ายแก่ช่อง Video To Home 9 ให้ระงับการออกอากาศและตรวจสอบไม่ให้ช่องมีโฆษณาดังกล่าวอีก หากยังพบอีกให้ปรับ PSI 50,000 บาทต่อวันตลอดระยะเวลาที่ฝ่าฝืนร่วมด้วย

อีกทั้ง กสทช.ยังมีมติต่อเรื่องที่ช่อง Video To Home 4 ของบริษัท MVTV อีกเช่นกันที่มีโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพ แต่เป็นมติที่มีคำสั่งเตือนถึงบริษัทลีโอ เทคโนโลยี แอนด์มาเก็ตติ้ง จำกัดซึ่งเป็นผู้ให้บริการโครงข่ายแก่ช่อง Video To Home 4 ให้กำกับดูแลไม่ให้ช่องมีโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ผิดกฎหมายอีก และกสทช.จะมีคำสั่งให้บริษัทลีโอฯ ระงับออกอากาศช่อง Video To Home 4 ด้วยหากยังพบว่ามีการโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ผิดกฎหมายอีก

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์