แอมเนสตี้ย้ำรัฐไทยต้องใช้มาตรการเพื่อคุมโรคระบาด ไม่ใช่เพื่อจำกัดสิทธิการแสดงออก-ชุมนุม

หลังรัฐบาลประกาศใช้มาตรการเข้มในพื้นที่กรุงเทพฯ และอีก 9 จังหวัด แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลเรียกร้องให้ใช้มาตรการเหล่านี้แก้ปัญหาอัตราการติดเชื้อโรคโควิด-19 ที่เพิ่มสูงขึ้น แต่ต้องไม่นำมาใช้เพื่อจำกัดสิทธิมนุษยชนโดยพลการ และเรียกร้องให้ยกเลิกการดำเนินคดีต่อผู้ชุมนุมโดยสงบ

14 ก.ค. 2564 ในวันที่ 9 กรกฎาคม ทางการไทยได้ประกาศมาตรการควบคุมใหม่เพื่อชะลอการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ขณะที่อัตราการติดเชื้อพุ่งสูงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบรุนแรงด้านเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม มาตรการใหม่เหล่านี้ รวมถึงการประกาศเคอร์ฟิว การจำกัดการเดินทาง การปิดห้างสรรพสินค้า และการจำกัดการทำกิจกรรมสาธารณะที่มีการรวมตัวกันของบุคคลห้าคนหรือมากกว่านั้น ประชาชนซึ่งอาศัยอยู่ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ยังไม่สามารถออกจากที่พักระหว่างสามทุ่มถึงตีสี่ 

มิงยู ฮาห์ รองผู้อำนวยการสำนักงานภูมิภาคฝ่ายรณรงค์ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลเผยว่า ทางการไทยต้องแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยใช้มาตรการที่สอดคล้องกับหลักการด้านสิทธิมนุษยชน รวมทั้งการควบคุมจำกัดที่มีสัดส่วนเหมาะสม เป็นการดำเนินงานชั่วคราวและมุ่งประโยชน์อย่างชัดเจนเพื่อคุ้มครองสาธารณสุขที่จำเป็น

“ทางการควรเน้นการจัดหาวัคซีนที่เข้าถึงได้สำหรับทุกคนโดยเร็วสุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ไม่ว่าพวกเขาเป็นใคร อยู่ที่ไหน และมีความสามารถในการซื้อหรือไม่ โดยให้เริ่มจากการฉีดวัคซีนกลุ่มที่มีความจำเป็นมากที่สุดก่อน” 

“แม้การควบคุมหรือจำกัดสิทธิในเสรีภาพการชุมนุมโดยสงบอาจกระทำได้ หากเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานที่จำเป็นเพื่อคุ้มครองสาธารณสุขของสังคม แต่บุคคลที่ถูกดำเนินคดีจากการละเมิดมาตรการรักษาระยะห่างทางสังคม อันเป็นผลมาจากการชุมนุมโดยสงบจะต้องไม่ถูกลงโทษจำคุก”  

“นอกจากนั้น ประชาชนยังต้องสามารถแสดงความเห็นได้อย่างเสรีผ่านโซเชียลมีเดียเกี่ยวกับการรับมือการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ของรัฐบาลโดยไม่ต้องกลัวว่าจะถูกดำเนินคดีอาญา”  

แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลยังเรียกร้องอีกครั้งให้ทางการยกเลิกการดำเนินคดีอาญาใด ๆ ต่อบุคคลหลายร้อยคนที่ทำการชุมนุมและเข้าร่วมการชุมนุมโดยสงบ ในช่วงกว่า 12 เดือนที่ผ่านมา 

นอกจากนั้น ในขณะที่ประเทศไทยกำลังรับมือกับการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ครั้งใหญ่สุด นับตั้งแต่เกิดการระบาดขึ้นมา แอมเนสตี้เรียกร้องทางการไทยให้จัดทำและดำเนินการตามแผนการจัดสรรวัคซีนระดับชาติที่ครอบคลุมทุกกลุ่ม โดยให้ความสำคัญกับกลุ่มที่มีความเสี่ยงมากสุด และให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับกลุ่มที่มักต้องเผชิญกับการเลือกปฏิบัติและความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นจากโรคโควิด-19  

ทางการควรประกันว่าบุคคลทุกคนสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารที่น่าเชื่อถือ เป็นกลางและมีหลักฐานสนับสนุนเกี่ยวกับวัคซีน และดำเนินการทั้งปวงเพื่อประกันให้มีการกระจายวัคซีนอย่างเป็นผลและรวดเร็ว เพื่อคุ้มครองระบบสาธารณสุขและให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกกับสิทธิและสวัสดิภาพของผู้ทำงานด้านสุขภาพ  

 

ข้อมูลพื้นฐาน 

คนไทยหลายหมื่นคนได้ออกมาชุมนุมเพื่อเรียกร้องการปฏิรูปให้มีระบอบการปกครองที่เป็นประชาธิปไตย ตลอดทั้งปี 2563 รวมทั้งปี 2564 ที่กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นเมืองหลวงและตามจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศไทย

ในขณะที่การชุมนุมเริ่มลดลง เนื่องจากการแพร่ระบาดรอบใหม่ของโรคโควิด-19 ทางการได้เอาผิดทางอาญาและควบคุมตัวผู้ชุมนุมโดยสงบ โดยใช้อำนาจตามมาตรการในสถานการณ์ฉุกเฉินที่ใช้รับมือกับโรคโควิด-19 แม้ว่าในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมาจะมีการระบาดจนทำให้มีผู้ติดเชื้อหลายพันคนในเรือนจำหรือสถานคุมขังอื่นๆ ของประเทศ 

ตามข้อมูลของศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ระบุว่าระหว่างเดือนกรกฎาคม 2563 ถึงมิถุนายน 2564 มีบุคคลอย่างน้อย 695 คนที่ถูกดำเนินคดีอาญา รวมทั้งในข้อหายุยงปลุกปั่น หมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ ความผิดทางคอมพิวเตอร์ การละเมิดกฎหมายชุมนุมสาธารณะ โดยมีการดำเนินคดีกับผู้ชุมนุมโดยสงบ 374 คดี ในจำนวนนี้เป็นเด็ก 44 คน ทั้งยังมีผู้ชุมนุม 18 คนที่ถูกดำเนินคดีข้อหาละเมิดอำนาจศาล โดยมีนักกิจกรรมหนึ่งคนที่ถูกศาลตัดสินจำคุกสี่เดือนในช่วงปลายเดือนมีนาคม 2564  

ตามข้อกำหนดฉบับที่ 27 ซึ่งมีผลบังคับใช้ในวันนี้ ตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน การละเมิดมาตรการควบคุมโรคโควิด-19 ที่ประกาศใหม่นี้ อาจส่งผลให้ถูกจำคุกไม่เกินสองปีหรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท  

ทั้งนี้ใครก็ตามที่นำเสนอหรือเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารทั้งทางหนังสือ สื่อสิ่งพิมพ์หรือสื่ออื่นใดที่มีข้อความที่อาจทำให้ประชาชนเกิดความหวาดกลัว หรือเจตนาบิดเบือนข้อมูลข่าวสาร ทำให้เกิดความเข้าใจผิดในสถานการณ์ฉุกเฉินจนกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ หรือความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดีของประชาชนทั่วราชอาณาจักร

 

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์