แนะคนไทยเช็คเงื่อนไขก่อนเดินทางเข้ายุโรป หลังถูกถอดออกจาก EU White List

กระทรวงการต่างประเทศแนะคนไทยเช็คเงื่อนไขก่อนเดินทางเข้ายุโรป หลังถูกถอดออกจากรายชื่อประเทศใน EU White List 

เมื่อวันที่ 16 ก.ค. 2564 นายธานี แสงรัตน์ อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ชี้แจงกรณีคณะมนตรีแห่งสหภาพยุโรป (EU) ได้ปรับไทยออกจากรายชื่อกลุ่มประเทศที่สามที่อียูเห็นว่า ปลอดภัยและควรได้รับการผ่อนปรนมาตรการจำกัดการเดินทางเข้า หรือ EU White List ดังนี้

1. เมื่อวันที่ 15 ก.ค. 2564 คณะมนตรีแห่งสหภาพยุโรปได้ปรับรายชื่อประเทศใน EU White List โดยถอนประเทศไทยและรวันดาออกจากรายชื่อดังกล่าว และเพิ่มยูเครนเข้าไป ทำให้ปัจจุบันมี 23 ประเทศในรายชื่อกลุ่มประเทศ EU White List ได้แก่ แอลเบเนีย อาร์เมเนีย ออสเตรเลีย อาเซอร์ไบจาน บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา บรูไน แคนาดา อิสราเอล ญี่ปุ่น จอร์แดน เลบานอน มอนเตเนโกร นิวซีแลนด์ กาตาร์ มอลโดวา มาซิโดเนีย ซาอุดีอาระเบีย เซอร์เบีย สิงคโปร์ เกาหลีใต้ ยูเครน สหรัฐ และจีน (เฉพาะจีนขึ้นอยู่กับการปฏิบัติต่างตอบแทน)

2. คณะมนตรีแห่งสหภาพยุโรป (อียู) ได้เริ่มจัดทำรายชื่อกลุ่มประเทศที่สามที่อียูเห็นว่าปลอดภัยและควรได้รับการผ่อนปรนมาตรการจำกัดการเดินทางเข้า หรือ EU White List ตั้งแต่วันที่ 30 มิ.ย. 2563 โดยแนะนำให้ประเทศสมาชิกอียูเปิดให้บุคคลจากกลุ่มประเทศดังกล่าวเดินทางเข้าอียูโดยไม่จำกัดวัตถุประสงค์ โดยระบุหลักเกณฑ์ประเทศ EU White List ไว้ว่า จะต้องเป็นประเทศที่มีผู้ติดเชื้อไม่เกิน 75  คนต่อประชากร 100,000 คน ในช่วง 14 วันที่ผ่านมา และพิจารณาประกอบกับแนวโน้มการเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้ติดเชื้อใหม่ ภาพรวมมาตรการการรับมือการแพร่ระบาด และอัตราการฉีดวัคซีนในประเทศ ซึ่งที่ผ่านมา ประเทศไทยถูกจัดอยู่ในกลุ่ม EU White List ดังกล่าวมาตั้งแต่ต้น

นายธานี กล่าวย้ำว่า มาตรการดังกล่าวของอียูเป็นข้อแนะนำให้ประเทศสมาชิกอียูพิจารณาปฏิบัติตาม โดยประเทศสมาชิกอียูแต่ละประเทศยังมีอำนาจเต็มในการกำหนดเงื่อนไขการเดินทางเข้าประเทศของตน และกล่าวเสริมว่า ผู้ที่ประสงค์จะเดินทางจากไทยเข้าประเทศสมาชิกอียู จำเป็นต้องตรวจสอบและดำเนินการตามมาตรการการเดินทางเข้าประเทศนั้น ๆ ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติมสืบเนื่องจากการปรับรายชื่อ EU White List ล่าสุดนี้ เช่น อาจมีมาตรการการกักตัวหรือการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ที่เข้มข้นขึ้น ดังนั้น ขอให้ตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติมที่เว็บไซต์ https://reopen.europa.eu หรือสถานเอกอัครราชทูตประเทศนั้น ๆ ประจำประเทศไทย

ญี่ปุ่นจะเริ่มเปิดให้บริการทำวัคซีนพาสปอร์ตตั้งแต่วันที่ 26 ก.ค. นี้

มีรายงานข่าวว่าประเทศญี่ปุ่นจะเริ่มเปิดให้บริการทำวัคซีนพาสปอร์ตหรือใบรับรองการฉีดวัคซีนโควิด-19 สำหรับ ผู้ฉีดวัคซีนครบโดส เพื่อการเดินทางไปต่างประเทศตั้งแต่วันที่ 26 ก.ค. 2564 นี้

โดยใบรับรองการฉีดวัคซีนจะเป็นบันทึกทางการที่ออกโดยเขตปกครองระดับเทศบาล แสดงข้อมูลเกี่ยวกับวัคซีนที่ฉีด วันและสถานที่ฉีดวัคซีน รวมถึงข้อมูลส่วนบุคคล โดยนายคัตสึโนบุ คาโตะ หัวหน้าเลขาธิการคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่น กล่าวว่าทางการจะออกใบรับรองแบบกระดาษภายในสิ้นเดือน ก.ค. 2564 และจะพิจารณาการออกใบรับรองแบบดิจิทัลในภายหลัง

 

ที่มาเรียบเรียงจาก: กรุงเทพธุรกิจ | สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์
 

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์