'สื่อจีน' เซนเซอร์ 'ทีมชาติไต้หวัน' ในพิธีเปิด 'โอลิมปิกโตเกียว 2020'

ผู้สื่อข่าวเชื้อสายจีนและชาวเน็ตวิจารณ์ระงมกรณีที่สื่อจีนทำการเซนเซอร์ส่วนหนึ่งของพิธีเปิดกีฬาโอลิมปิกโตเกียว 2020 ในช่วงที่มีการถ่ายทอดทีมชาติไต้หวันเดินเข้ามาในสนาม โดยที่ผู้ถ่ายทอดของจีนตัดภาพทีมไต้หวันทิ้งแล้วแทนที่ด้วยคลิปตลก

พิธีเปิดอย่างเป็นทางการของกีฬาโอลิมปิก "โตเกียว 2020" เพิ่งผ่านพ้นไปเมื่อวันที่ 23 ก.ค. ที่ผ่านมา ท่ามกลางการจุดดอกไม้ไฟ ภาพประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมญี่ปุ่น การแสดงโชว์ที่น่าประทับใจบนท้องฟ้ายามค่ำคืน การจุดคบเพลิงโดยนักเทนนิสชื่อดัง นาโอมิ โอซากา ที่จำลองแท่นคบเพลิงที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากภูเขาไฟฟูจิ แต่ท่ามกลางความตระการตาสำหรับคนทั่วโลกแต่ก็ดูเหมือนจะมีอยู่จุดหนึ่งที่ทำให้ชาวจีนไม่พอใจนั่นคือการที่บริษัทจีนตัดภาพพิธีเปิดกะทันหันเพื่อเซนเซอร์การเข้าสู่สนามของนักกีฬาประเทศไต้หวัน ซึ่งในงานมหกรรมกีฬาโอลิมปิกเรียกชื่อทีมว่า "ไชนีส ไทเป"

หนึ่งในผู้ที่แสดงความไม่พอใจต่อเรื่องนี้คือนักข่าวเอบีซี ปังเซียว (萧邦) ซึ่งเป็นชาวออสเตรเลียเชื้อสายจีน เขาไม่พอใจเมื่อเทนเซนต์บริษัทสัญชาติจีนที่เป็นผู้ถ่ายทอดสดงานพิธีเปิดโอลิมปิกในครั้งนี้ทำการตัดภาพงานพิธีเปิดออกอย่างกะทันหันเมื่อมีทีมนักกีฬาไต้หวัน เดินขบวนสู่สนามแล้วแทนที่ด้วยคลิปรายการตลกเดี่ยวไมโครโฟนสั้นๆ

โอลิมปิกยังคงใช้ชื่อ "ไชนีสไทเป"

ทั้งนี้ยังมีการตั้งข้อสังเกตในเรื่องที่โอลิมปิกยังคงใช้ชื่อ "ไชนีสไทเป" ซึ่งเป็นชื่อที่ฟังดูเอื้อต่อวาทกรรม "จีนเดียว" ของจีนแผ่นดินใหญ่ที่อยากรวมไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของจีนทั้งๆ ที่ไต้หวันเคยทักท้วงในเรื่องนี้และเรียกร้องให้มีการเปลี่ยนชื่อในโอลิมปิก แต่ทว่าในการทำประชามติในเรื่องนี้ที่ไต้หวันเองเมื่อปี 2561 ก็มีการปฏิเสธการเปลี่ยนชื่อในกีฬาโอลิมปิกโดยเหตุผลหลักๆ ก็เพราะว่าพวกเขากังวลว่าจะสูญเสียความเป็นสมาชิกภาพของโอลิมปิกภายใต้การกดดันจากจีน ซึ่งจะทำให้นักกีฬาไต้หวันลงแข่งขันไม่ได้

แต่นอกจากในเรื่องชื่อทีมกีฬาแล้วอย่างเป็นทางการแล้ว ไต้หวันก็มีการต่อสู้เพื่อให้ได้รับการยอมรับเป็นประเทศที่ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของจีนมาเป็นเวลานานแล้ว ซึ่งประเด็นโต้แย้งความเป็นประเทศของไต้หวันนี้ถูกเรียกว่า "ประเด็นไต้หวัน"

ชาวเน็ตในทวิตเตอร์มีปฏิกิริยาในเรื่องชื่อของไต้หวันที่ใช้ในโอลิมปิกโดยแสดงความไม่พอใจที่พวกเขาต้องใช้ชื่อนี้และใช้ธงแบบที่ไม่ใช่ธงชาติตัวเองในขณะที่จีนใช้ธงตัวเองได้

อีกประเด็นหนึ่งที่สร้างความตะลึงให้กับผู้คนคือเรื่องที่ผู้ถือธงของทีมชาติปากีสถานในพิธีเปิดละเลยกฎข้อบังคับโดยสิ้นเชิงด้วยการไม่ยอมใส่หน้ากากอนามัยให้ถูกวิธี มีคนหนึ่งสวมหน้ากากแต่ปล่อยให้ลงมาที่คางของเธอ อีกคนหนึ่งสวมหน้ากากแต่ปากแต่ไม่ได้ปิดจมูกด้วย ซึ่งเรื่องนี้เป็นการฝ่าฝืนกฎบัตรของคณะกรรมการโอลิมปิกโตเกียวโดยสิ้นเชิง

เรียบเรียงจาก : 

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์